คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 984/2522
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่เจ้าของที่ดินมีชื่อร่วมกันในโฉนดที่ดิน ไม่ถือว่ามีส่วนในที่ดินเท่ากันตามข้อสันนิษฐานของกฎหมาย หากข้อเท็จจริงปรากฏว่าได้มีการแบ่งการครอบครองที่ดินเป็นส่วนสัดมาแต่แรกแล้ว
ย่อคำพิพากษา
เมื่อโจทก์จำเลยได้แบ่งกันครอบครองที่พิพาทเป็นส่วนสัดมาแต่แรกแล้วแม้โจทก์จำเลยจะมีชื่อร่วมกันในโฉนดก็ตาม แต่ก็เป็นเพราะเจ้าพนักงานที่ดินแนะนำให้ขอออกโฉนดร่วมกันไปก่อนเนื่องจากที่พิพาทเป็นที่ดินตกสำรวจจึงถือไม่ได้ว่าโจทก์จำเลยมีส่วนในที่ดินแปลงพิพาทเท่ากันตามข้อสันนิษฐานของกฎหมาย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้แบ่งแยกที่ดินให้โจทก์กึ่งหนึ่งและให้จำเลยเสียค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความแทนโจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ปรากฏว่านายฉลวย เลิศพยาบาลพยานโจทก์ซึ่งเป็นบุตรของโจทก์และเป็นคนทำนาพิพาทส่วนของโจทก์เบิกความว่า โจทก์จำเลยครอบครองที่พิพาทเป็นสัดส่วน ไม่มีการบุกรุกซึ่งกันและกัน เป็นที่รู้กันทั่วไปว่าส่วนไหนเป็นของใคร และได้ความจากคำเบิกความของนายแก้ว สืบจะบก พยานโจทก์ ด้วยว่าโจทก์จำเลยแบ่งกันทำนาระหว่างที่นาโจทก์จำเลยมีคันนาคั่นอยู่ โจทก์จำเลยต่างครอบครองส่วนของตนมากว่า 20 ปี ไม่มีการบุกรุกซึ่งกันและกัน คำเบิกความของพยานโจทก์ทั้งสองจึงเจือสมคำพยานจำเลย คดีฟังได้ว่าโจทก์จำเลยได้แบ่งกันครอบครองที่พิพาทเป็นส่วนสัดมาแต่แรกแล้ว การที่โจทก์จำเลยมีชื่อร่วมกันในโฉนดก็ได้ความจากจำเลยว่า เจ้าพนักงานที่ดินแนะนำให้ขอออกโฉนดร่วมกันไปก่อน เพราะที่พิพาทเป็นที่ดินตกสำรวจ จึงถือไม่ได้ว่าโจทก์จำเลยมีส่วนให้ตนแปลงพิพาทเท่ากันตามข้อสันนิษฐานของกฎหมายตามข้อฎีกาของโจทก์"
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 984/2522
นายรอด เลิศพยาบาล โจทก์
นายพิศ ธัญญขันธ์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายรอด เลิศพยาบาล · จำเลย - นายพิศ ธัญญขันธ์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พิสัณห์ ลีตเวทย์ · แถม ดุลยสุข · จรัญ สำเร็จประสงค์ |
| แหล่งที่มา | เนติบัณฑิตยสภา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา