⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1049/2523

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1049/2523

ป.พ.พ. ม.1488 · ป.วิ.แพ่ง ม.287, 288

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เจ้าหนี้มีสิทธิยึดทรัพย์สินอันเป็นสินสมรสระหว่างลูกหนี้กับบุคคลภายนอกได้โดยไม่ต้องขอแบ่งส่วนของลูกหนี้ออกก่อน แต่บุคคลภายนอกผู้เป็นเจ้าของร่วมในทรัพย์สินนั้นมีสิทธิร้องขอต่อศาลให้กันส่วนของตนออกได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์นำยึดที่ดินซึ่งเป็นสินสมรสระหว่างจำเลยและผู้ร้องโดยไม่ต้องขอแบ่งส่วนของจำเลยออกก่อนได้ ผู้ร้องเป็นเจ้าของร่วมในทรัพย์ที่ถูกยึดชอบที่จะร้องขอต่อศาลให้กันส่วนของผู้ร้องออกได้ แต่จะร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ถูกยึดไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.287 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.288 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1488

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.287 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.288 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1488 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์ของจำเลยเพื่อชำระหนี้ตามคำพิพากษา ผู้ร้องยื่นคำร้องว่าผู้ร้องเป็นภรรยาจำเลยทรัพย์ที่ยึดไว้มิใช่ทรัพย์สินส่วนตัวของจำเลยและไม่ใช่สินสมรสของจำเลยและผู้ร้อง แต่เป็นสินส่วนตัวของผู้ร้อง ขอให้มีคำสั่งถอนการยึด โจทก์ให้การว่า ที่ดินที่โจทก์นำยึดเป็นสินสมรสซึ่งโจทก์และจำเลยมีกรรมสิทธิ์ร่วมกัน ผู้ร้องไม่มีอำนาจขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึด ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นวินิจฉัว่าที่ดินที่โจทก์นำยึดเป็นสินสมรสของผู้ร้องและจำเลย ผู้ร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึดไม่ได้ มีคำสั่งยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยแต่งงานกับผู้ร้องเมื่อพ.ศ. 2472 จำเลยเป็นลูกหนี้โจทก์ตามคำพิพากษา ที่ดินที่โจทก์นำยึดเป็นสินสมรสของจำเลยและผู้ร้องศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ที่ดินที่โจทก์นำยึดเป็นสินสมรสซึ่งจำเลยมีกรรมสิทธิ์ร่วมอยู่กับผู้ร้องด้วย โจทก์จึงนำยึดเพื่อขายทอดตลาดชำระหนี้ที่จำเลยเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาแก่โจทก์โดยไม่ต้องขอแบ่งส่วนของจำเลยออกก่อนเมื่อผู้ร้องเป็นเจ้าของร่วมในทรัพย์ที่ถูกยึด ก็ชอบที่จะร้องขอต่อศาลให้กันส่วนของผู้ร้องออกได้ แต่จะร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ถูกยึดไม่ได้คำพิพากษาฎีกาที่ 619/2514 ระหว่างนายกาว แซ่ตัน โจทก์ นายมนูญ แซ่ตัน ที่ 1 นางนิตย์ แซ่ตัน ที่ 2 จำเลย นายไพรัช บุณยอุดมศาสตร์ ผู้ร้องขัดทรัพย์ ที่ผู้ร้องอ้างนั้น เป็นกรณีที่วินิจฉัยว่า ถ้าจำเลยซึ่งเป็นหญิงมีสามีทำสัญญาค้ำประกันผูกพันสินบริคณห์โดยไม่ได้รับอนุญาตจากสามี สัญญาค้ำประกันเป็นโมฆียะ ถ้าฟังได้ว่าผู้ร้องซึ่งเป็นสามีจำเลยไม่รู้เห็นยินยอมอนุญาตและบอกล้างแล้ว สัญญาค้ำประกันเป็นโมฆะไม่ผูกพันสินบริคณห์ เจ้าหนี้จะยึดสินบริคณห์ไม่ได้ ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงคดีนี้จึงนำมาปรับกับคดีนี้ไม่ได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1049/2523 นายประชา หรือพา มุขตารี โจทก์ นางลิ้ม เมืองบุญ ผู้ร้อง นายแม้น เมืองบุญ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายประชา หรือพา มุขตารี · ผู้ร้อง - นางลิ้ม เมืองบุญ · จำเลย - นายแม้น เมืองบุญ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไพบูลย์ เพียรรู้จบ · วิถี ปานะบุตร · อำนัคฆ์ คล้ายสังข์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1827/2506ฎีกา 6351/2534ฎีกา 924/2503ฎีกา 171/2546ฎีกา 396/2523ฎีกา 704/2522ฎีกา 548/2532ฎีกา 7198/2558ฎีกา 1762/2530ฎีกา 264/2547ฎีกา 1237/2555ฎีกา 8856/2551ฎีกา 472/2551ฎีกา 3832/2530ฎีกา 3409/2525ฎีกา 2599/2533ฎีกา 2518/2531ฎีกา 3278/2535ฎีกา 811/2506ฎีกา 4914/2536ฎีกา 901/2511ฎีกา 3051/2533ฎีกา 2049/2517ฎีกา 1645/2530
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา