⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1156/2523

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1156/2523

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกล่าวอ้างว่าตนมีสิทธิครอบครองในอสังหาริมทรัพย์โดยอาศัยสิทธิของบุคคลภายนอก ไม่ถือเป็นการกล่าวแก้เป็นข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์นั้น

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องขับไล่ผู้อาศัยออกจาอสังหาริมทรัพย์ซึ่งในขณะยื่นคำฟ้องอาจให้เช่าได้ไม่เกินเดือนละสองพันบาท จำเลยสู้ว่าอยู่ในที่พิพาทโดยอาศัยสิทธิมารดาและบิดาบุญธรรมของจำเลย ไม่ได้อยู่โดยอาศัยสิทธิโจทก์ ถือว่ามิได้กล่าวแก้เป็นข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธิ์ เพราะการกล่าวแก้เป็นข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธิ์นั้นจะต้องเป็นการกล่าวแก้ว่าที่พิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของตนเอง (อ้างฎีกาที่ 1054/2509) จึงเป็นคดีต้องห้ามอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง แม้คู่ความอุทธรณ์และศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยให้ก็ไม่ทำให้คู่ความมีสิทธิฎีกาศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.224 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.242 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า นายสุขบิดาจำเลยได้อาศัยปลูกเรือนอยู่ในที่ดินพิพาท ซึ่งเป็นของโจทก์ต่อมาบิดจำเลยถึงแก่กรรม จำเลยยังอยู่ในบ้านเรือนดังกล่าว โจทก์ไม่ประสงค์จะให้จำเลยอาศัยอยู่ต่อไปจึงบอกกล่าวให้จำเลยรื้อบ้านออกไปจากที่ดินของโจทก์ จำเลยไม่ยอมรื้อ จึงฟ้องขอให้ศาลบังคับและที่พิพาทอาจให้เช่าได้ไม่ต่ำกว่าเดือนละ ๒๐๐ บาท จึงให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายเดือนละ ๒๐๐ บาท แก่โจทก์ด้วย จำเลยให้การว่า โจทก์สมคบกับนายคงเจ้าของที่ดินเดิมซื้อขายที่พิพาทโดยไม่สุจริต จำเลยอยู่ในบ้านดังกล่าว โดยอาศัยนางผลมารดาจำเลยและนายสุขบิดาบุญธรรมของจำเลยมานาน ๓๐ ปีแล้ว โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องขับไล่ ที่พิพาทให้เช่าได้ไม่เกินเดือนละ ๕๐ บาท ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยรื้อถอนบ้านดังกล่าวออกไปจากที่พิพาท กับให้จำเลยใช้ค่าเสียหายเดือนละ ๗๕ บาท แก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้เป็นคดีฟ้องขับไล่จำเลยซึ่งโจทก์ว่าอาศัยอยู่ในที่ดินพิพาทอันเป็นอสังหาริมทรัพย์ของโจทก์ ให้ออกไปจากที่ดินของโจทก์ซึ่งในขณะยื่นคำฟ้องอาจให้เช่าได้ไม่เกินเดือนละสองพันบาท และการที่จำเลยให้การต่อสู้ว่าจำเลยไม่ได้อยู่ในที่ดินพิพาทโดยอาศัยโจทก์ หากแต่จำเลยอยู่โดยอาศัยสิทธิของนางผลมารดาจำเลย และสิทธิของนายสุขบิดาบุญธรรมของจำเลยนั้น ก็ไม่เป็นการกล่าวแก้เป็นข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธิ์ เพราะการกล่าวแก้เป็นข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธิ์จะต้องเป็นการกล่าวแก้ว่า ที่ดินพิพาทเป็นกรรมสิทธิ์จำเลยเอง ทั้งนี้ตามนัยคำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๑๐๕๔/๒๕๐๙ ระหว่างนางจัน ตรีอุทัย กับพวก โจทก์ นางอิ๋วราศรีกฤษณ์ กับพวก จำเลย จึงเป็นคดีที่ห้ามมิให้คู่ความอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๔ ตามอุทธรณ์ของจำเลย จำเลยอุทธรณ์สรุปเป็นใจความว่า โจทก์สมคบกับนายคงบิดาโจทก์ทำการซื้อขายที่ดินพิพาทกันโดยไม่สุจริต โจทก์มิได้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทและก่อนที่จำเลยอยู่ในที่ดินพิพาทโจทก์ไม่ได้รับความเสียหายนั้น เป็นการอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามบทบัญญัติดังกล่าว การที่ศาลอุทธรณ์รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยมาจึงเป็นการไม่ชอบ เพราะเป็นอุทธรณ์ต้องห้ามตามกฎหมาย ซึ่งชอบที่ศาลอุทธรณ์จะยกอุทธรณ์ของจำเลยเสียตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๒ (๑) ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัยฎีกาของจำเลย ให้ยกฎีกาของจำเลย ให้คืนค่าธรรมเนียมศาลชั้นฎีกาทั้งหมดแก่จำเลย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1156/2523 นางสังวาลย์ สุวรรณนิมิต โจทก์ นายปรีชา ฉิมน้อย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสังวาลย์ สุวรรณนิมิต · จำเลย - นายปรีชา ฉิมน้อย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)แต่ง ทองภักดี · สมชัย ทรัพยวณิช · เฟื่องขจิต รัศมิภูติ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายสวิก อุตระ · ศาลอุทธรณ์ - นายพินิจ สังขนันท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4123/2543ฎีกา 2630/2545ฎีกา 667/2511ฎีกา 3643/2537ฎีกา 9686/2539ฎีกา 3926/2539ฎีกา 38/2549ฎีกา 9736/2539ฎีกา 9151/2539ฎีกา 7069/2560ฎีกา 7159/2544ฎีกา 5846/2531ฎีกา 4340-4341/2545ฎีกา 53/2537ฎีกา 1216/2538ฎีกา 537/2540ฎีกา 1066-1067/2509ฎีกา 891/2538ฎีกา 3552/2539ฎีกา 1304/2553ฎีกา 5246/2548ฎีกา 7158/2538ฎีกา 576/2540ฎีกา 163/2491
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา