⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1461/2523

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1461/2523

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การมอบเงินให้ผู้อื่นเพื่อจูงใจเจ้าพนักงานให้กระทำการหรือไม่กระทำการอันมิชอบด้วยหน้าที่ ถือเป็นการใช้ให้กระทำความผิด ผู้มอบเงินจึงไม่ใช่ผู้เสียหายที่จะร้องทุกข์ได้

ย่อคำพิพากษา

น.เป็นหลานของ ว. สมัครสอบคัดเลือกเข้ารับราชการ จำเลยบอก ว. ว่าจำเลยสามารถติดต่อวิ่งเต้นให้ น.สอบได้ ถ้าต้องการให้หาเงินมาให้ ว.หลงเชื่อ มอบเงินให้จำเลยไป ผลที่สุดปรากฏว่า น.สอบไม่ได้ ดังนี้ ตามพฤติการณ์แสดงให้เห็นว่า ว. มอบเงินให้จำเลยไปก็โดยมุ่งหมายจะให้กรรมการสอบช่วยให้ น.สอบได้ เท่ากับว่า ว. ใช้ให้จำเลยไปจูงใจให้เจ้าพนักงานกรรมการสอบทรัพย์สินเพื่อ การทำการหรือไม่กระทำการอันมิชอบด้วยหน้าที่ ซึ่งจะเป็นคุณแก่ น. อาจถือได้ว่า ว. ใช้ให้จำเลยกระทำความผิด ว.จึงมิใช่ผู้เสียหาย ที่จะร้องทุกข์คดีนี้ได้ และพนักงานอัยการโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง (อ้างคำพิพากาษาฎีกาที่ 340/2506)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.2 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.28 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.120 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.121

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยบังอาจหลอกลวง ว. ผู้เสียหาย ด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จว่า จำเลยสามารถติดต่อวิ่งเต้นให้ น. หลานของ ว. สอบคัดเลือกเข้ารับราชการได้ แต่ต้องเสียเงิน ผู้เสียหายหลงเชื่อ มอบเงินให้จำเลยไป ซึ่งความจริงแล้วจำเลยมิได้ไปติดต่อหรือวิ่งเต้นให้ น. ในการสอบ เข้ารับราชการแต่ประการใด ฯลฯ ขอให้ลงโทษตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๑ ฯลฯ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาในศาลชั้นต้นอนุญาตให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงด้วย ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่า ผู้เสียหายได้มอบเงินให้จำเลย เพราะหลงเชื่อคำหลอกหลวง แต่จำเลยจะนำเงินไปติดต่อกับใครนั้น คำพยานโจทก์ไม่แน่นอน ยังฟังไม่ได้ว่า จำเลยได้ไปติดต่อกับคณะกรรมการสอบซึ่งเป็นเจ้าพนักงาน เพื่อให้ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ อันเป็นการผิดกฎหมาย ผู้เสียหายจึงมีสิทธิร้องทุกข์ และพนักงานอัยการมีอำนาจฟ้อง พิพากษากลับ ลงโทษจำคุก จำเลย ๑ ปี ฯลฯ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงได้ความว่า นายนพดล รัตนวัน หลานของนายวีระพล สายหอม ได้สมัครสอบคัดเลือกเป็นเสมียนปกครองที่จังหวัดยโสธรจำเลยบอกนายวีระพลว่าถ้าต้องการให้นายนพดลสอบเข้ารับราชการได้ก็ให้หาเงินมา ๑๕,๐๐๐ บาท โดยจำเลยหลอกลวงนายวีระพลว่า จำเลยสามารถติดต่อวิงเต้นให้นายนพดลสอบได้ นายวีระพลหลงเชื่อ ได้มอบเงินให้จำเลยไป ผลที่สุดปรากฏว่า นายนพดลสอบไม่ได้ แม้เงินที่นายวีระพลมอบให้จำเลยได้ไปติดต่อกับคณะกรรมการสอบ ดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัย แต่ตามคำอวดอ้างของจำเลยนั้น ไม่ว่าจะหมายถึงการติดต่อกับกรรมการสอบโดยตรงหรือติดต่อโดยผ่านผู้อื่นไปยังกรรมการสอบตามพฤติการณ์แสดงให้เห็นแล้วว่าที่นายวีระพลมอบเงินให้จำเลยไปก็โดยมุ่งหมายจะให้กรรมการสอบช่วยให้นายนพดลสอบได้ เท่ากับว่า นายวีระพลใช้ให้จำเลยไปจูงใจให้เจ้าพนักงานกรรมการสอบทรัพย์สินเพื่อ การทำการหรือไม่กระทำการอันมิชอบด้วยหน้าที่ ซึ่งจะเป็นคุณแก่ นายนพดล อาจถือได้ว่า นายวีระพลใช้ให้จำเลยกระทำความผิด นายวีระพลจึงมิใช่ผู้เสียหาย ที่จะร้องทุกข์คดีนี้ได้ และพนักงานอัยการโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง (อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ ๓๔๐/๒๕๐๖) ระหว่างนายหยด จันทร์เพ็ง โจทก์ นายอยู่ ศรีเปรม จำเลย พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1461/2523 พนักงานอัยการจังหวัดยโสธร โจทก์ นายทนงศักดิ์ หรือทวน รัตนวงษ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดยโสธร · จำเลย - นายทนงศักดิ์ หรือทวน รัตนวงษ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประทีป ชุ่มวัฒนะ · สมบัติ วังตาล · ทวี กสิยพงศ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดยโสธร - นายสละ เทศรำพรรณ · ศาลอุทธรณ์ - นายศิลปชัย มัธุรศ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 99/2541ฎีกา 5603/2542ฎีกา 9729/2556ฎีกา 8080/2538ฎีกา 1974/2497ฎีกา 313/2526ฎีกา 618/2568ฎีกา 730/2486ฎีกา 4225/2559ฎีกา 754/2486ฎีกา 3593/2529ฎีกา 2252/2560ฎีกา 11720/2555ฎีกา 389/2542ฎีกา 5138/2537ฎีกา 2794/2516ฎีกา 276/2520ฎีกา 1813/2531ฎีกา 5790/2541ฎีกา 45/2484ฎีกา 10552/2553ฎีกา 3620/2566ฎีกา 2491-2493/2519ฎีกา 420-421/2507
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา