⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1680/2523

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1680/2523

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่โจทก์ร่วมแต่ละคนอาจได้รับประโยชน์แตกต่างกัน ทำให้มูลความแห่งคดีไม่เป็นการชำระหนี้ซึ่งแบ่งแยกจากกันมิได้ การกระทำของโจทก์ร่วมคนหนึ่งจึงไม่ถือว่าเป็นการกระทำแทนโจทก์ร่วมอีกคนหนึ่ง และโจทก์ที่มิได้เป็นผู้ยื่นคำร้องไม่มีอำนาจฎีกาคำสั่งคำร้องนั้น

ย่อคำพิพากษา

แม้โจทก์ที่ 5 และโจทก์ที่ 1 จะเป็นโจทก์ร่วมในคดีเดียวกัน แต่มูลความแห่งคดีมิใช่เป็นการชำระหนี้ซึ่งแบ่งแยกจากกันมิได้ เพราะโจทก์แต่ละคนอาจได้รับประโยชน์แตกต่างกัน การที่โจทก์ที่ 5 ยื่นคำร้องต่อศาลจึงถือมิได้ว่าโจทก์ที่ 5 กระทำแทนโจทก์ที่ 1ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 59 เมื่อโจทก์ที่ 1 มิใช่เป็นผู้ยื่นคำร้อง โจทก์ที่ 1 ก็ไม่มีอำนาจฎีกาคำสั่งคำร้องนั้น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.59

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องจำเลยขอให้เปิดทางภารจำยอม ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยร่วมกันรื้อคานคอดิน 5 คาน ไม้ค้ำคานคอนกรีตบนทุกด้าน กันสาดคอนกรีต 2 ด้าน โครงเหล็กเส้นและไม้แบบพื้นชั้นสอง 2 คาน สูง 3 เมตรเศษ ซึ่งสร้างบนที่ดินโฉนดที่ 10829 และขนย้ายวัตถุทุกอย่างออกไปจากที่ดินดังกล่าวกับปรับพื้นที่ให้เป็นทางสัญจรตามเดิมและห้ามจำเลยรบกวนการใช้ภารยทรัพย์ของโจทก์ โจทก์ที่ 5 ยื่นคำร้องว่าจำเลยทั้งสามขัดขืนไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาและคำบังคับของศาลจนล่วงเลยเวลาที่ศาลกำหนด แต่กลับร่วมกันสร้างพื้นคอนกรีตบนทางพิพาทสูงกว่าระดับเดิม ทำให้โจทก์ไม่สามารถใช้ทางพิพาทได้ตามเดิม เป็นการขัดขืนคำพิพากษาและคำบังคับนั้น ขอให้ศาลมีคำสั่งจับกุมและกักขังจำเลยทั้งสาม ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำเลยปรับทางลาดด้านขาขึ้นให้ลาดเสมอกับระดับทางลาดด้านนี้โดยตลอดจนจดถนนที่เชื่อมต่อด้านล่าง โจทก์ที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ที่ 1 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงในคดีนี้ฟังได้ว่าโจทก์ที่ 5 ยื่นคำร้องขอให้จับกุมและกักขังจำเลยเพราะไม่ปฏิบัติตามคำบังคับของศาล เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งแล้วโจทก์ที่ 1 อุทธรณ์และฎีกาคำสั่งนั้นต่อมา เห็นว่าแม้โจทก์ที่ 5และโจทก์ที่ 1 จะเป็นโจทก์ร่วมในคดีเดียวกันแต่มูลความแห่งคดีมิใช่เป็นการชำระหนี้ซึ่งแบ่งแยกจากกันมิได้ เพราะโจทก์แต่ละคนต่างเป็นเจ้าของที่ดินคนละแปลง และที่ดินของโจทก์แต่ละคนแต่ละแปลงนั้นจะได้รับประโยชน์แห่งภารจำยอมหรือไม่นั้น ต้องเป็นไปตามมูลความแห่งคดีของที่ดินนั้น ๆ แต่ละแปลง เพราะประโยชน์แห่งภารจำยอมของโจทก์แต่ละคนอาจแตกต่างกันได้ ดังนั้น การที่โจทก์ที่ 5 ยื่นคำร้อง จึงถือมิได้ว่าโจทก์ที่ 5กระทำแทนโจทก์ที่ 1 ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 59 เมื่อโจทก์ที่ 1 มิใช่ผู้ยื่นคำร้องนั้นแล้ว โจทก์ที่ 1 ก็ไม่มีอำนาจฎีกาคำสั่งคำร้องนั้น พิพากษายกฎีกาของโจทก์ที่ 1 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1680/2523 นายวิชัย ตันติศักดิ์ โจทก์ นางเอื้อมพร งามอริยะกุล กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายวิชัย ตันติศักดิ์ · จำเลย - นางเอื้อมพร งามอริยะกุล กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ธาดา วัชรานันท์ · ประเสริฐ วราภรณ์ · บรรเทอง ภู่กฤษณา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 5594/2533ฎีกา 1519/2497ฎีกา 5590/2548ฎีกา 1574/2498ฎีกา 3748/2530ฎีกา 7154/2544ฎีกา 2125/2542ฎีกา 854/2538ฎีกา 6028/2550ฎีกา 5710/2538ฎีกา 9494/2552ฎีกา 6893/2540ฎีกา 6260/2550ฎีกา 5155/2539ฎีกา 514/2481ฎีกา 1383/2496ฎีกา 3403/2545ฎีกา 2998/2540ฎีกา 2033/2567ฎีกา 4459/2528ฎีกา 3596/2546ฎีกา 821/2540ฎีกา 5353/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา