⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 21/2523

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 21/2523

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* การปฏิเสธข้ออ้างในฟ้องโดยไม่มีเหตุแห่งการปฏิเสธ และจำเลยไม่มีข้อนำสืบ แม้จะถามค้านพยานโจทก์แล้ว ก็ไม่มีสิทธินำสืบ * การที่ศาลชั้นต้นสั่งอนุญาตให้ทนายความถอนตัวโดยไม่ให้ตัวความทราบก่อน แต่หากต่อมาได้ส่งสำเนาคำร้องขอถอนตัวให้ตัวความทราบก่อนวันอ่านคำพิพากษา และตัวความไม่ได้เกิดความเสียหาย ก็ไม่จำเป็นต้องเพิกถอนคำสั่งนั้น * การกำหนดให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ตามทุนทรัพย์ที่โจทก์ตั้งฟ้องมานั้นถูกต้องแล้ว แม้ศาลชั้นต้นจะพิพากษาให้โจทก์ชนะคดีไม่เต็มตามจำนวนที่ฟ้อง โดยคำนึงถึงพฤติการณ์ในการดำเนินคดีของจำเลยประกอบด้วย

ย่อคำพิพากษา

ให้การปฏิเสธข้ออ้างในฟ้องแต่ไม่มีเหตุแห่งการปฏิเสธ จำเลยไม่มีข้อนำสืบ แม้จะถามค้านพยานโจทก์ไว้แล้วก็ไม่มีสิทธินำสืบ แม้คำสั่งศาลชั้นต้นจะไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 65 ในการที่สั่งอนุญาตให้ทนายความถอนตัวโดยไม่ให้ตัวความทราบเสียก่อน แต่ศาลชั้นต้นได้สั่งงดสืบพยานและนัดฟังคำพิพากษาก่อนแล้วจึงได้สั่งอนุญาตให้ทนายความถอนตัว ทั้งได้ส่งสำเนาคำร้องขอถอนตัวของทนายความให้จำเลยทราบก่อนวันอ่านคำพิพากษาแล้วจำเลยจึงไม่ได้รับความเสียหายไม่จำเป็นที่จะต้องเพิกถอนคำสั่ง ศาลชั้นต้นในเรื่องนี้ แม้ศาลชั้นต้นจะพิพากษาให้โจทก์ชนะคดีไม่เต็มตามจำนวนทุนทรัพย์ที่ฟ้อง แต่เมื่อคำนึงถึงเหตุดังกล่าวในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 161 ประกอบกับพฤติการณ์ในการดำเนินคดีของจำเลยด้วยแล้วการที่ศาลอุทธรณ์ใช้ดุลพินิจกำหนดให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ในศาลชั้นต้นตามทุนทรัพย์ที่โจทก์ตั้งฟ้องมานั้นถูกต้องแล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.27 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.65 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.89 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.161 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์เป็นเงิน 390,746.55 บาท พร้อมดอกเบี้ย ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าให้จำเลยชำระหนี้เป็นเงิน2,345,866.53 บาท พร้อมดอกเบี้ย จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "จำเลยฎีกาว่า เฉพาะเช็คตามเอกสารหมาย จ.10 และ จ.11 ซึ่งสั่งจ่ายเงินรวม 650,000 บาท เป็นเช็คที่จำเลยออกให้โจทก์ตามคำแนะนำของพนักงานโจทก์ขณะทำสัญญาเบิกเงินเกินบัญชีโดยมิได้รับเงินจากโจทก์ จึงไม่มีมูลหนี้ต่อกัน และฎีกาเรื่องดอกเบี้ยว่าที่ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัยโดยอ้างเหตุว่า จำเลยไม่ได้ให้การต่อสู้คดีไว้ เป็นข้อที่ไม่ได้ว่ากล่าวกันมาแต่ต้นนั้น ไม่ถูกต้อง เพราะจำเลยให้การปฏิเสธไว้แล้วว่า จำเลยไม่เคยกู้เงินรับเงินโจทก์ตามฟ้อง ซึ่งย่อมหมายถึงว่าจำเลยได้ปฏิเสธหนี้โจทก์อันรวมถึงดอกเบี้ยทบต้นด้วย ในชั้นพิจารณา จำเลยก็ได้นำสืบและถามค้านในข้อเหล่านี้จึงถือได้ว่าเป็นข้อเท็จจริงที่ได้ว่ากล่าวกันมาแต่ศาลชั้นต้นแล้ว ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์บรรยายฟ้องไว้แล้วว่า จำเลยตกลงจำนองที่ดินพร้อมทั้งสิ่งปลูกสร้างเพื่อเป็นประกันหนี้เบิกเงินเกินบัญชี โดยจำเลยยอมให้โจทก์คิดดอกเบี้ยทบต้น และได้มีการขึ้นเงินจำนองอีก 3 ครั้ง โจทก์ได้แนบสำเนาสัญญาดังกล่าวมาท้ายฟ้องด้วย จำเลยให้การปฏิเสธว่าจำเลยไม่เคยเบิกเงินเกินบัญชี ไม่เคยรับเงินจากโจทก์เลย ทั้งไม่เคยจำนองที่ดินเป็นประกันหนี้เบิกเงินเกินบัญชี นิติกรรมจำนองเป็นนิติกรรมอำพราง จำเลยไม่เคยขึ้นเงินจำนองกับโจทก์ เอกสารขึ้นเงินจำนองทั้งสามครั้งโจทก์ทำขึ้นเอง คำให้การจำเลยเป็นคำให้การปฏิเสธลอย ๆ มิได้ยกเหตุแห่งการปฏิเสธขึ้นกล่าวอ้างตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 177 จึงไม่มีประเด็นจะนำสืบ เว้นแต่ประเด็นเรื่องขึ้นเงินจำนองทั้ง 3 ครั้ง ซึ่งจำลยกล่าวอ้างว่าโจทก์ทำเอกสารทั้ง 3 ฉบับขึ้นเอง ที่จำเลยอ้างว่าจำเลยได้ถามค้านพยานโจทก์เรื่องจำนวนดอกเบี้ยที่จำเลยชำระให้โจทก์ไว้แล้ว จำเลยจึงนำสืบในประเด็นข้อนี้ได้นั้น ศาลฎีกาเห็นว่าการถามค้านพยานที่จะทำให้มีสิทธินำสืบข้อเท็จจริงที่ถามค้านไว้นั้น จะต้องเป็นการนำสืบพยานหลักฐานที่เกี่ยวถึงข้อเท็จจริงที่คู่ความฝ่ายนั้นจะต้องนำสืบเมื่อจำเลยให้การว่า จำเลยไม่เคยเบิกเงินเกินบัญชีจากโจทก์ ไม่เคยได้รับเงินจากโจทก์แม้แต่ครั้งเดียว ไม่เคยจำนองที่ดินเป็นประกันหนี้เบิกเงินเกินบัญชีกับโจทก์ จำเลยก็ไม่มีเหตุที่จะต้องชำระดอกเบี้ยให้โจทก์ การที่จำเลยนำสืบถึงจำนวนดอกเบี้ยที่จำเลยชำระให้โจทก์ จึงเป็นการนำสืบนอกประเด็น แม้จำเลยจะถามค้านพยานโจทก์ในข้อนี้ไว้แล้ว จำเลยก็ไม่มีสิทธินำสืบ ฎีกาจำเลยทั้งสองข้อเป็นฎีกาที่ยกเอาข้อเท็จจริงที่จำเลยนำสืบโดยไม่ชอบด้วยกระบวนพิจารณาขึ้นมาเป็นข้อฎีกาเป็นฎีกานอกประเด็น ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย จำเลยฎีกาอีกข้อหนึ่งว่า การที่ศาลล่างทั้งสองเห็นชอบในคำสั่งให้นายนาถ เงินทาบ ทนายจำเลยถอนตัวจากการเป็นทนายจำเลยโดยศาลชั้นต้นไม่ได้สอบถามจำเลยก่อน และมีคำสั่งงดสืบพยานจำเลยโดยตัดสินชี้ขาดไปเลยนั้น ไม่ชอบด้วยกฎหมายและรูปคดี ย่อมจะเกิดความเสียหายแก่รูปคดีของจำเลยนั้นศาลฎีกาเห็นว่า แม้คำสั่งศาลชั้นต้นจะไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 65 ในการที่สั่งอนุญาตให้ทนายความถอนตัวโดยไม่ให้ตัวความทราบเสียก่อน แต่ตามรายงานกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นลงวันที่ 10 มิถุนายน 2519 ศาลชั้นต้นได้สั่งงดสืบพยานและนัดฟังคำพิพากษาก่อนแล้ว จึงได้สั่งอนุญาตให้ทนายความถอนตัว ทั้งศาลชั้นต้นได้ส่งสำเนาคำร้องขอถอนตัวของทนายความให้จำเลยทราบก่อนวันนัดอ่านคำพิพากษาแล้ว จำเลยจึงไม่ได้รับความเสียหายจากการที่ศาลชั้นต้นสั่งอนุญาตให้ถอนทนายแต่อย่างใดคดีไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเพิกถอนคำสั่งศาลชั้นต้นในเรื่องนี้ ส่วนการที่ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานจำเลยจะเป็นการชอบด้วยกฎหมายและรูปคดีหรือไม่นั้น ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยเรื่องนี้ไว้โดยละเอียดแล้ว จำเลยคงฎีกาลอย ๆ แต่เพียงว่า คำสั่งศาลชั้นต้นไม่ชอบด้วยกฎหมายและรูปคดี ฎีกาจำเลยในข้อนี้จึงไม่เป็นฎีกาที่โต้แย้งคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 244 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ที่จำเลยฎีกาเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้น ว่าจำเลยควรรับผิดเพียงเฉพาะตามทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดีในศาลชั้นต้นนั้น เห็นว่าความรับผิดของคู่ความในเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมนั้น ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 161 บัญญัติให้ศาลใช้ดุลพินิจตามที่เห็นสมควร โดยคำนึงถึงเหตุสมควรและความสุจริตในการสู้ความ หรือการดำเนินคดีของคู่ความ ซึ่งเมื่อได้คำนึงถึงเหตุดังกล่าว ประกอบกับพฤติการณ์ในการดำเนินคดีของจำเลยด้วยแล้ว เห็นว่าศาลอุทธรณ์ใช้ดุลพินิจกำหนดให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ในศาลชั้นต้นตามทุนทรัพย์ที่โจทก์ตั้งฟ้องมานั้นถูกต้องแล้ว" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 21/2523 ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด โจทก์ นางสาวเพชรจันทร์ ธรรมรัตน์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด · จำเลย - นางสาวเพชรจันทร์ ธรรมรัตน์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุวัฒน์ รัตรสาร · จันทร์ ระรวยทรง · สุไพศาล วิบุลศิลป์
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 280/2530ฎีกา 4359/2540ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 4838/2548ฎีกา 3651/2526ฎีกา 4637/2567ฎีกา 1415/2540ฎีกา 7903/2568ฎีกา 1572/2511ฎีกา 2572/2541ฎีกา 3589/2525ฎีกา 1360/2544ฎีกา 8108/2542ฎีกา 1765/2492ฎีกา 3474/2538ฎีกา 5712/2541ฎีกา 3601/2526ฎีกา 72/2505ฎีกา 4470/2543ฎีกา 2170/2517ฎีกา 2898/2538ฎีกา 119/2532ฎีกา 533/2521
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา