⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2151/2523

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2151/2523

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำสั่งที่ศาลสั่งในระหว่างการพิจารณาคดีแพ่งเกี่ยวกับเด็กและเยาวชน ไม่จำเป็นต้องได้รับความเห็นจากผู้อำนวยการสถานพินิจหรือคณะกรรมการพินิจและคุ้มครองเด็กก่อน

ย่อคำพิพากษา

พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีเด็กและเยาวชน พ.ศ. 2494 มาตรา 69 วรรคแรกบัญญัติว่า "ก่อนที่ศาลที่มีอำนาจพิจารณาคดีเด็กและเยาวชนจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้คดีแพ่ง ให้ศาลฟังความเห็นของผู้อำนวยการสถานพินิจหรือคณะกรรมการพินิจและคุ้มครองเด็กที่ผู้เยาว์นั้น อยู่ในเขตอำนาจก่อน ฯลฯ" คำว่า คำพิพากษาหรือคำสั่งที่บัญญัติไว้ในมาตราดังกล่าวหาได้หมายถึงคำสั่งที่ศาลสั่งในระหว่างการพิจารณาไม่ ศาลจึงมีคำสั่งกำหนดวิธีการคุ้มครองประโยชน์ของโจทก์ในระหว่างการพิจารณาหรือเพื่อบังคับตามคำพิพากษาโดยปราศจากรายงานของเจ้าพนักงานคุมประพฤติได้ โจทก์ฟ้องจำเลยขอให้ถอนอำนาจปกครองเด็กโดยให้โจทก์เป็นผู้ใช้อำนาจปกครองและให้จำเลยส่งมอบเด็กคืนแก่โจทก์ การที่โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้จำเลยส่งมอบเด็กให้โจทก์ในระหว่างการพิจารณา จึงเกี่ยวกับประโยชน์ของโจทก์ที่มีอยู่ในคดี โจทก์จึงมีสิทธิร้องขอได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 264 และคำร้องของโจทก์ดังกล่าวไม่ขัดกับคำฟ้อง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.264 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1566 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1582 พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีเด็กและเยาวชน พ.ศ.2494 ม.69

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

กรณีเรื่องนี้สืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๒ เป็นมารดาของจำเลยที่ ๑ เด็กชายคธาพันธุ์เป็นบุตรโจทก์กับจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๑ ประพฤติคนไม่เหมาะสมที่จะเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองและพรากเด็กชายคชาพันธุ์ไปไว้ที่บ้านจำเลยที่ ๒ ขอให้ศาลพิพากษาถอนอำนาจปกครองเด็กชายคธาพันธุ์ที่อยู่กับจำเลยที่ ๑ และให้โจทก์เป็นผู้ให้อำนาจปกครองแต่ผู้เดียว ให้จำเลยทั้งสองส่งมอบเด็กชายคชาพันธุ์คืนแก่โจทก์พร้อมกับคำฟ้องดังกล่าว โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งกำหนดวิธีการเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของโจทก์ในระหว่างพิจารณาคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๖๔ โดยให้จำเลยทั้งสองส่งมอบเด็กชายคชาพันธุ์คืนให้โจทก์เป็นผู้อุปการะดูแลในระหว่างการพิจารณาคดีจนกว่ามีคำพิพากษาถึงที่สุด จำเลยทั้งสองคัดค้านว่า คดีที่โจทก์ฟ้องเป็นคดีเกี่ยวด้วยสิทธิในครอบครัว หาใช่คดีเกี่ยวกับสิทธิเรียกร้องหรือประโยชน์ใดๆ ตามนัยแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๖๔ ไม่ ขอให้ยกคำร้อง ศาลคดีเด็กและเยาวชนกลางไต่สวนคำร้องแล้ว เห็นว่าคำฟ้องที่ผู้ร้องยื่นและโอกาสที่ยื่นคำขอมีเหตุสมควรเพียงพอที่จะนำวิธีคุ้มครองตามที่ขอนั้นมาใช้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๖๔ มีคำสั่งให้จำเลยส่งตัวเด็กขายคชาพันธุ์ให้โจทก์ปกครองชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษา จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์แผนกคดีเด็กและเยาวชนวินิจฉัยข้อกฎหมายว่าตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีเด็กและเยาวชน พ.ศ. ๒๔๙๔ มาตรา ๖๙ วรรคแรงบัญญัติว่า "ก่อนที่ศาลที่มีอำนาจพิจารณาคดีเด็กและเยาวชนจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งในคดีแพ่ง ให้ศาลฟังความเห็นของผู้อำนวยการสถานพินิจหรือคณะกรรมการพินิจและคุ้มครองเด็กที่ผู้เยาว์นั้นอยู่ในเขตอำนาจก่อน ฯลฯ" เห็นว่าคำพิพากษาหรือคำสั่งที่บัญญัติไว้ในมาตราดังกล่าวหาได้หมายถึงคำสั่งที่ศาลสั่งในระหว่างพิจารณาไม่ ดังนั้น ที่ศาลคดีเด็กและเยาวชนกลางมีคำสั่งกำหนดวิธีการเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของโจทก์ในระหว่างการพิจารณาเพื่อบังคับตามคำพิพากษาโดยปราศจากรายงานของเจ้าพนักงานคุมประพฤติจึงหาเป็นการไม่ชอบไม่ ที่จำเลยฎีกาว่าคำร้องของโจทก์ไม่เกี่ยวกับการคุ้มครองประโยชน์ของโจทก์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๖๔ นั้น เห็นว่า คดีนี้โจทก์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๖๔ นั้น เห็นว่าคดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ถอนอำนาจปกครองเด็กชายคชาพันธุ์ จากจำเลยที่ ๑ โดยให้โจทก์เป็นผู้ใช้อำนาจปกครองเด็กชายคชาพันธุ์แต่ผู้เดียว และขอบังคับให้จำเลยทั้งสองส่งมอบเด็กชายคชาพันธุ์คืนให้แก่โจทก์ด้วย ผลของคดีย่อมเห็นได้ว่าถ้าโจทก์ชนิดคดี จำเลยทั้งสองจะต้องส่งมอบเด็กชายคชาพันธุ์คืนให้โจทก์ตามคำขอ ฉะนั้นการที่โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้จำเลยทั้งสองส่งมอบเด็กชายคชาพันธุ์คืนให้โจทก์ ในระหว่างการพิจารณาจึงเกี่ยวกับประโยชน์ของโจทก์ที่มีอยู่ในคดีในอันที่จะพึงต้องให้ศาลสั่งกำหนดวิธีการคุ้มครองในระหว่างการพิจารณาหรือเพื่อบังคับตามคำพิพากษา ซึ่งโจทก์มีสิทธิร้องขอได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๖๔ คำร้องของโจทก์ดังกล่าวหาขัดกับคำฟ้องไม่ ที่จำเลยฎีกาว่าจำเลยสามารถเลี้ยงดูบุตรผู้เยาว์ได้ดีกว่า โจทก์นั้นเป็นเรื่องที่จะต้องพิจารณากันในชั้นพิจารณาต่อไป พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2151/2523 นางนภาพรรณ จารุเศรณี โจทก์ พันตรีคธา จารุเศรณี กับพวก ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางนภาพรรณ จารุเศรณี · ล. - พันตรีคธา จารุเศรณี กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุทิน เลิศวิรุฬห์ · สมบัติ วังตาล · แต่ง ทองภักดี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลคดีเด็กและเยาวชนกลาง · ศาลอุทธรณ์ - นายบรรยง อิทธิพงษ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1002/2537ฎีกา 2460/2539ฎีกา 3801/2536ฎีกา 733/2492ฎีกา 1803/2523ฎีกา 4273/2531ฎีกา 14246/2557ฎีกา 7280/2549ฎีกา 4085/2546ฎีกา 2580/2527ฎีกา 2467/2536ฎีกา 920/2524ฎีกา 2558/2532ฎีกา 1079-1080/2495ฎีกา 2960/2548ฎีกา 4309/2534ฎีกา 1565/2530ฎีกา 258/2549ฎีกา 6256/2541ฎีกา 3900/2532ฎีกา 1287/2513ฎีกา 2077/2539ฎีกา 1040/2529ฎีกา 1649/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา