⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2210/2523

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2210/2523

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์มีอำนาจชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานที่ตกลงกันไม่ได้เกี่ยวกับอัตราค่าจ้างและสวัสดิการ ซึ่งหมายถึงการให้ความอนุเคราะห์ช่วยเหลือในด้านต่างๆ.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์กับสหภาพแรงงานมีข้อขัดแย้งซึ่งตกลงกันไม่ได้กรมแรงงานได้รับเรื่องข้อขัดแย้งดังกล่าวส่งให้คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์พิจารณา คำชี้ขาดของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ที่ชี้ขาดให้โจทก์ปรับปรุงอัตราค่าจ้างลำดับต่ำสุดถึงลำดับอื่น ๆ เป็นการชี้ขาดไปตามข้อพิพาทแรงงานที่ตกลงกันไม่ได้ จึงมีอำนาจชี้ขาดได้ตามมาตรา 25 แห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ฯ เพราะหาได้ชี้ขาดตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง อัตราค่าจ้างขั้นต่ำไม่และคำชี้ขาดไม่ขัดกับประกาศกระทรวงมหาดไทยดังกล่าวที่กำหนดให้ปรับอัตราค่าจ้างเฉพาะขั้นต่ำเป็นวันละ 45 บาท โดยมิได้กำหนดให้ปรับอัตราค่าจ้างขั้นอื่น ๆ ด้วยคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์จึงมีอำนาจชี้ขาดได้ พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ฯ มิได้ให้ความหมายของคำว่า'สวัสดิการ' ไว้ จึงต้องถือตามความหมายทั่วไป ซึ่งหมายความถึงการให้ความอนุเคราะห์ช่วยเหลือในด้านต่าง ๆ การที่โรงงานสุรานายจ้างจำหน่ายสุราให้ลูกจ้างในราคาต่ำกว่าราคาที่จำหน่ายทั่วไป ย่อมเป็นการอนุเคราะห์ช่วยเหลือลูกจ้างอย่างหนึ่ง จึงเป็นสวัสดิการซึ่งเป็นสภาพการจ้างตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ฯ ข้อขัดแย้งระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างในเรื่องนี้เป็นข้อพิพาทแรงงานคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์มีอำนาจชี้ขาดได้เช่นกัน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม.5 พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม.25

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นกรมในกระทรวงมหาดไทย จำเลยที่ 2ถึงที่ 12 เป็นคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ มีอำนาจหน้าที่วินิจฉัยข้อพิพาทแรงงาน จำเลยที่ 1 ส่งข้อพิพาทแรงงานอันเป็นข้อขัดแย้งระหว่างสหภาพแรงงานซึ่งเป็นองค์การของลูกจ้างโจทก์ กับโจทก์ ไปให้คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ชี้ขาด คณะกรรมการดังกล่าวได้ร่วมกันชี้ขาดหลายข้อ แต่โจทก์เห็นว่าคำชี้ขาด 3 ข้อ ต่อไปนี้เป็นคำชี้ขาดที่ไม่ชอบ กล่าวคือ (1) ให้โจทก์ปรับปรุงอัตราค่าจ้างรายวันตั้งแต่ลำดับที่ 1 อันเป็นลำดับต่ำสุดถึงลำดับที่ 8 อัตราค่าจ้างรายเดือนตั้งแต่ลำดับที่ 1 อันเป็นลำดับต่ำสุดถึงลำดับที่ 9 นอกนั้นให้เป็นไปตามเดิม (2) ให้โจทก์จ่ายเงินค่าชดเชยให้เป็นไปตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 6) ลงวันที่ 31 กรกฎาคม 2521 หมวด 5 และ (3)ให้โจทก์จำหน่ายสุราสวัสดิการแก่พนักงานและคนงานในราคาเท่ากับที่จำหน่ายให้แก่สวัสดิการทหาร โดยโจทก์เห็นว่าจำเลยไม่มีอำนาจชี้ขาดข้อพิพาท 3 ข้อนั้น ขอให้ศาลพิพากษาเพิกถอนคำชี้ขาดของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ดังกล่าว จำเลยทุกคนให้การว่า คำชี้ขาดทั้ง 3 ข้อ เป็นคำชี้ขาดโดยชอบ จำเลยที่ 2ถึงจำเลยที่ 12 มีอำนาจชี้ขาด ขอให้ศาลพิพากษายกฟ้อง ก่อนสืบพยาน โจทก์ขอถอนฟ้องจำเลยที่ 1 และขอถอนฟ้องเรื่องคำชี้ขาดค่าชดเชย ศาลแรงงานกลางอนุญาต ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติได้ว่า โจทก์กับสหภาพแรงงานซึ่งเป็นองค์การของลูกจ้างโจทก์ มีข้อขัดแย้งซึ่งตกลงกันไม่ได้หลายประการ กรมแรงงานได้รับเรื่องข้อขัดแย้งดังกล่าวส่งให้คณะบุคคลผู้มีอำนาจชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ฯ มาตรา 25ซึ่งประกอบด้วยจำเลยที่ 2 ถึงจำเลยที่ 12 พิจารณาชี้ขาดหลายประการ เฉพาะที่มีปัญหาในคดีนี้ คือคำชี้ขาดข้อ 1 ให้โจทก์ปรับปรุงอัตราค่าจ้างรายวันตั้งแต่ลำดับที่ 1 อันเป็นลำดับต่ำสุดถึงลำดับที่ 8 อัตราค่าจ้างรายเดือนตั้งแต่ลำดับที่ 1 อันเป็นลำดับต่ำสุดถึงลำดับที่ 9 คำชี้ขาดข้อ 3 ให้โจทก์จำหน่ายสุราสวัสดิการแก่ลูกจ้างในราคาเท่ากับที่จำหน่ายให้แก่สวัสดิการทหาร อันเป็นราคาต่ำกว่าที่จำหน่ายให้ประชาชนทั่วไป สำหรับคำชี้ขาดข้อ 1 นั้น โจทก์อ้างว่า ขัดกับประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่อง อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ (ฉบับที่ 9) ซึ่งกำหนดให้ปรับอัตราค่าจ้างเฉพาะขั้นต่ำเป็นวันละ 45 บาท มิได้กำหนดให้ปรับอัตราค่าจ้างขั้นอื่น ๆ ด้วย เห็นว่าคณะบุคคลดังกล่าวได้ชี้ขาดไปตามข้อพิพาทแรงงานที่ตกลงกันไม่ได้ ซึ่งมีอำนาจชี้ขาดตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ฯ มาตรา 25 หาได้ชี้ขาดตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ (ฉบับที่ 9) ไม่คำชี้ขาดข้อนี้ไม่ขัดกับประกาศกระทรวงมหาดไทยดังกล่าว และจำเลยมีอำนาจชี้ขาด คำชี้ขาดข้อ 3 นั้น โจทก์อ้างว่า การจำหน่ายสุราให้ลูกจ้างในราคาเท่ากับที่จำหน่ายให้สวัสดิการทหารมิใช่เรื่องสวัสดิการ ข้อขัดแย้งในเรื่องนี้จึงมิใช่ข้อขัดแย้งเกี่ยวกับสภาพการจ้าง ไม่เป็นข้อพิพาทแรงงาน จำเลยไม่มีอำนาจชี้ขาดเห็นว่า พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ฯ มิได้ให้ความหมายของคำนี้ไว้ จึงต้องถือตามความหมายทั่วไป ซึ่งหมายถึงการให้ความอนุเคราะห์ช่วยเหลือในด้านต่าง ๆ การที่นายจ้างจำหน่ายสุราให้ลูกจ้างในราคาเท่ากับที่จำหน่ายให้แก่สวัสดิการทหารซึ่งต่ำกว่าราคาที่จำหน่ายทั่วไป ย่อมเป็นการอนุเคราะห์ช่วยเหลือลูกจ้างอย่างหนึ่ง จึงเป็นสวัสดิการ ซึ่งเป็นสภาพการจ้างตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ข้อขัดแย้งเรื่องนี้ย่อมเป็นข้อพิพาทแรงงานจำเลยมีอำนาจชี้ขาดได้ตามกฎหมาย พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2210/2523 บริษัทสุรามหาคุณ จำกัด โจทก์ กรมแรงงาน กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทสุรามหาคุณ จำกัด · จำเลย - กรมแรงงาน กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ธาดา วัชรานันท์ · ภิญโญ ธีรนิติ · วัฒน์ ผดุงจิตร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5759/2540ฎีกา 7773-7776/2553ฎีกา 9395-9492/2550ฎีกา 2790/2525ฎีกา 4777/2549ฎีกา 378/2531ฎีกา 2093/2532ฎีกา 5790-5822/2543ฎีกา 5200/2543ฎีกา 4573-5228/2544ฎีกา 4369/2530ฎีกา 6000-6040/2544ฎีกา 1612/2530ฎีกา 9488/2551ฎีกา 2325-2326/2531ฎีกา 3823/2531ฎีกา 1128/2544ฎีกา 1448/2541ฎีกา 909/2532ฎีกา 2837/2526ฎีกา 1799-1800/2539ฎีกา 4098/2545ฎีกา 4460-4462/2530ฎีกา 6977/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา