⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5892/2534

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5892/2534

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกำหนดเงื่อนไขในการจ่ายเงินบำเหน็จตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง ไม่เป็นการขัดต่อกฎหมายคุ้มครองแรงงาน และไม่กระทบกระเทือนถึงความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน.

ย่อคำพิพากษา

เงินบำเหน็จมิใช่เงินที่นายจ้างมีหน้าที่จะต้องจ่ายตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน การจะจ่ายเงินบำเหน็จหรือไม่อย่างไรเป็นไปตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างที่จะตกลงกันไว้อย่างไรก็ได้ ระเบียบการจ่ายเงินบำเหน็จกำหนดว่า ในกรณีที่พนักงานประจำมีสิทธิได้รับทั้งเงินชดเชยตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานและเงินบำเหน็จ ถ้าเงินบำเหน็จมากกว่าเงินชดเชยให้ตัดเงินบำเหน็จออกเท่ากับเงินชดเชย ถ้าเงินบำเหน็จน้อยกว่าเงินชดเชยก็ให้ได้รับเงินชดเชยอย่างเดียว ดังนี้เป็นการกำหนดเงื่อนไขในการจ่ายเงินบำเหน็จ มิใช่เป็นการกำหนดเกี่ยวกับสิทธิที่จะได้รับเงินชดเชย สิทธิที่จะได้รับเงินชดเชยตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานมีอยู่อย่างไรก็เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบดังกล่าวจึงไม่เป็นการขัดต่อกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ข้อกำหนดวิธีการจ่ายเงินบำเหน็จ ไม่กระทบกระเทือนถึงคนอื่นที่มิได้ตกลงด้วย จึงมิใช่ปัญหาที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.114 พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม.5 พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม.10

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีทั้งยี่สิบเจ็ดสำนวนนี้ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งให้รวมพิจารณาพิพากษาเข้าด้วยกัน โดยให้เรียกโจทก์เรียงตามลำดับสำนวนว่าโจทก์ที่ 1 ถึงโจทก์ที่ 27 โจทก์ทั้งยี่สิบเจ็ดสำนวนฟ้องว่า โจทก์ทั้งยี่สิบเจ็ดเป็นลูกจ้างของจำเลย วันเข้าทำงาน ตำแหน่งหน้าที่ และค่าจ้างอัตราสุดท้ายของโจทก์แต่ละคนปรากฏตามฟ้องต่อมาจำเลยเลิกจ้างโจทก์ทั้งยี่สิบเจ็ดเพราะเหตุเกษียณอายุ และไม่จ่ายค่าชดเชยให้ตามกฎหมายขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าชดเชยให้โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ย จำเลยทั้งยี่สิบเจ็ดสำนวนให้การว่า เงินบำเหน็จที่จำเลยจ่ายให้แก่โจทก์ทั้งยี่สิบเจ็ดมีจำนวนมากกว่าค่าชดเชยที่โจทก์ทั้งยี่สิบเจ็ดมีสิทธิได้รับจากจำเลย การจ่ายเงินบำเหน็จดังกล่าวเป็นการจ่าจค่าชดเชยรวมไปด้วยแล้ว ถือได้ว่าโจทก์แต่ละคนได้รับค่าชดเชยไปครบถ้วนแล้ว โจทก์ทั้งยี่สิบเจ็ดไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าชดเชยจากจำเลยอีก ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง โจทก์ทั้งยี่สิบเจ็ดสำนวนอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "โจทก์ทั้งยี่สิบเจ็ดอุทธรณ์ว่าระเบียบตามเอกสารหมาย ล.1 ข้อ 37 ขัดต่อกฎหมายคุ้มครองแรงงานและขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน พิเคราะห์แล้ว ระเบียบดังกล่าว ข้อ 37 กำหนดว่า "ในกรณีที่พนักงานประจำมีสิทธิได้รับทั้งเงินชดเชยตามกฎหมายว่าด้วยแรงงานตามความในข้อ 23 และ24 และเงินบำเหน็จตามระเบียบนี้ ถ้าเงินบำเหน็จมากกว่าเงินชดเชยให้ตัดเงินบำเหน็จออกเท่ากับจำนวนเงินชดเชย แต่ถ้าเงินบำเหน็จน้อยกว่าเงินชดเชยก็ให้ได้รับแต่เงินชดเชยอย่างเดียว" ระเบียบข้อ 37นี้ อยู่ในเรื่องของเงินบำเหน็จซึ่งมีระเบียบข้อ 28 กำหนดไว้ว่า"นอกจากเงินชดเชยที่ต้องจ่ายตามความในข้อ 23 และ 24 ให้โรงงานสุราจ่ายเงินบำเหน็จซึ่งเป็นเงินตอบแทนความชอบในกรณีออกจากงานหรือตายอีกประการหนึ่ง ตามหลักเกณฑ์ซึ่งกำหนดไว้ในระเบียบนี้"ดังนั้นข้อกำหนดตามข้อ 37 จึงเป็นข้อกำหนดเกี่ยวกับการจ่ายเงินบำเหน็จ ซึ่งเงินบำเหน็จนั้นมิใช่เงินที่จำเลยมีหน้าที่ที่จะต้องจ่ายตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน การที่จะมีการจ่ายเงินบำเหน็จหรือไม่อย่างไรก็เป็นไปตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างที่จะตกลงกันไว้อย่างไรก็ได้เพราะกฎหมายคุ้มครองแรงงานไม่มีการกำหนดไว้ในการตกลงเรื่องเงินบำเหน็จ เมื่อข้อกำหนดในข้อ 37 ตามที่กล่าวแล้วนั้นเป็นการกำหนดเงื่อนไขในการจ่ายเงินบำเหน็จ มิใช่เป็นการกำหนดเกี่ยวกับสิทธิที่จะได้รับค่าชดเชยสิทธิที่จะได้รับค่าชดเชยตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานของโจทก์แต่ละคนมีอยู่อย่างไรก็คงเป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบดังกล่าวจึงไม่เป็นการขัดต่อกฎหมายคุ้มครองแรงงานและข้อกำหนดดังว่านั้นเป็นวิธีการจ่ายเงินบำเหน็จซึ่งไม่ใช่เงินที่จะต้องจ่ายตามกฎหมายตามที่ได้กล่าวแล้ว การที่จะตกลงกันอย่างไรไม่กระทบกระเทือนถึงคนอื่นที่มิได้เข้ามาตกลงด้วยจึงมิใช่ปัญหาที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชนดังที่โจทก์อ้าง..." พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5892/2534 นาง ประเทือง เทวกุล กับพวก โจทก์ บริษัท สุรา ม หา ราษฎร จำกัด ( มหาชน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาง ประเทือง เทวกุล กับพวก · จำเลย - บริษัท สุรา ม หา ราษฎร จำกัด ( มหาชน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อุดม เฟื่องฟุ้ง · ครีภูมิ สุวรรณโรจน์ · พรชัย สมรรถเวช
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5759/2540ฎีกา 7773-7776/2553ฎีกา 9395-9492/2550ฎีกา 2790/2525ฎีกา 4777/2549ฎีกา 2004/2527ฎีกา 378/2531ฎีกา 4921/2532ฎีกา 2093/2532ฎีกา 5790-5822/2543ฎีกา 3583/2524ฎีกา 3842/2526ฎีกา 5200/2543ฎีกา 4573-5228/2544ฎีกา 4369/2530ฎีกา 6000-6040/2544ฎีกา 2843/2532ฎีกา 1612/2530ฎีกา 19/2504ฎีกา 9488/2551ฎีกา 279/2513ฎีกา 158/2536ฎีกา 1391-1442/2532ฎีกา 3180/2530
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ