คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2661/2523
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การส่งหมายนัดที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทำให้นายประกันไม่ทราบวันนัดฟังคำพิพากษา จึงยังไม่ถือว่าผิดสัญญาประกัน
ย่อคำพิพากษา
ศาลชั้นต้นนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ เจ้าพนักงานศาลได้นำหมายนัดไปส่งให้นายประกัน แต่นายประกันไม่ยอมรับหมาย อ้างว่าไม่เคยประกันตัวนายทองมีจำเลยในคดีนี้ (ตามหมายนัดปรากฏว่ามีแต่ชื่อนายทองมีจำเลยไม่มีชื่อนายวุฒิจำเลยที่ 2) เจ้าพนักงานศาลจึงนำหมายนัดกลับคืนมา ดังนี้ ยังถือไม่ได้ว่าเป็นการส่งหมายนัดที่ถูกต้องตามกฎหมาย ดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 78 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง เมื่อยังถือไม่ได้ว่าเป็นการส่งหมายนัดที่ถูกต้องตามกฎหมาย ก็ย่อมถือไม่ได้ว่านายประกันได้ทราบหมายนัดวันฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ กรณีเช่นนี้ต้องถือว่ายังไม่มีการผิดสัญญาประกัน
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
กรณีเรื่องนี้สืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๗, ๘๓ ให้จำคุกคนละ ๒ ปี จำเลยทั้งสองอุทธรณ์และจำเลยที่ ๒ ได้รับอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ โดยนายสมชายเป็นนายประกัน ศาลอุทธรณ์ตีราคาค่าประกัน ๑๐๐,๐๐๐ บาท ศาลชั้นต้นเห็นว่านายประกันทำการประวิงถือว่าผิดสัญญา ให้ปรับเต็มตามสัญญาประกัน ต่อมานายประกันนำตัวจำเลยที่ ๒ มาส่งศาลและยื่นคำร้องว่านายประกันมิได้ขาดนัดหรือขัดคำสั่งศาลแต่อย่างใด ขอให้งดการปรับหรือลดค่าปรับ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่ามีเหตุอันสมควรให้ลดค่าปรับลงเหลือ ๒๕,๐๐๐ บาท
นายประกันอุทธรณ์ว่า นายประกันมิได้ผิดนัดผิดสัญญาประกัน ขอให้งดการปรับหรือลดค่าปรับลงไปอีก
ศาลอุทธรณ์เห็นสมควรลดค่าปรับให้อีก ๑๐,๐๐๐ บาท พิพากษาแก้เป็นว่าให้ปรับนายประกันเป็นเงิน ๑๕,๐๐๐ บาท
นายประกันฎีกาเช่นเดียวกับที่อุทธรณ์
ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว ในปัญหาที่ว่านายประกันผิดนัดผิดสัญญาประกันหรือไม่นั้น ข้อเท็จจริงปรากฏในสำนวนว่า ศาลชั้นต้นนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์นัดแรงในวันที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๒ เวลา ๑๓.๓๐ นาฬิกา เจ้าพนักงานศาลได้นำหมายนัดไปส่งให้นายประกัน แต่นายประกันไม่ยอมรับหมายอ้างว่าไม่เคยประกันตัวนายทองมีจำเลยในคดีนี้ (ตามหมายนัดปรากฏว่ามีแต่ชื่อนายทองมีจำเลย ไม่มีชื่อนายวุฒิจำเลยที่ ๒) เจ้าพนักงานศาลจึงนำหมายนัดกลับคืนมา ศาลฎีกาเห็นว่าการที่นายประกันปฏิเสธไม่ยอมรับหมายนัดโดยอ้างเหตุดังกล่าว และเจ้าพนักงานศาลนำหมายนัดกลับคืนมาเช่นนี้ ยังถือไม่ได้ว่าเป็นการส่งหมายนัดที่ถูกต้องตามกฎหมาย เพราะในกรณีที่นายประกันปฏิเสธไม่ยอมรับหมายนัดจากเจ้าพนักงานศาลโดยปราศจากเหตุอันชอบด้วยกฎหมายนั้น เจ้าพนักงานศาลชอบที่จะขอให้พนักงานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองที่มีอำนาจหรือเจ้าพนักงานตำรวจไปด้วยเพื่อเป็นพยาน และถ้านายประกันยังคงปฏิเสธไม่ยอมรับหมายอยู่อีก ก็ให้วางหมายนัดไว้ ณ ที่นั้น เมื่อได้ทำดังนี้แล้ว จึงจะถือว่าการส่งหมายนัดนั้นเป็นการถูกต้องตามกฎหมายดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๗๘ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง เมื่อยังถือไม่ได้ว่าเป็นการส่งหมายนัดที่ถูกต้องตามกฎหมาย ก็ย่อมถือไม่ได้ว่านายประกันได้ทราบหมายนัดวันฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในนัดแรกนั้น กรณีเช่นนี้ต้องถือว่ายังไม่มีการผิดสัญญาประกันเกิดขึ้น ดังนั้นที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ปรากฏตามรายงานเจ้าหน้าที่ศาลในนัดก่อนว่า นายประกันแจ้งว่าไม่ได้เป็นนายประกันถือว่าผิดสัญญาให้ปรับนายประกันนั้น ศาลฎีกาจึงไม่เห็นพ้องด้วย ในวันนัดอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์วันที่ ๘ มีนาคม ๒๕๒๒ นายประกันก็ได้มาศาลตามกำหนดนัดและได้ยื่นคำร้องขอเลื่อนวันนัดอ่านไปโดยมีเหตุอันสมควร ในวันนัดต่อมาคือวันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๒๒ นายประกันก็ได้นำตัวจำเลยที่ ๒ มาส่งศาลตามกำหนดนัดศาลฎีกาเห็นว่านายประกันได้ปฏิบัติตามนัด และได้ส่งตัวจำเลยที่ ๒ ตามกำหนดนัดของศาล หาได้ผิดนัดผิดสัญญาประกันไม่
พิพากษากลับเป็นไม่ปรับนายประกัน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2661/2523
พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์
นายสมชาย กิจเจริญธนารักษ์ นายประกัน
นายทองมี ชัยรัตน์ กับพวก ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · นายประกัน - นายสมชาย กิจเจริญธนารักษ์ · ล. - นายทองมี ชัยรัตน์ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สุทิน เลิศวิรุฬห์ · ศิริ จีระมะกร · พยนต์ ยาวะประภาษ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลอาญา · ศาลอุทธรณ์ - นายอุทัย บูรณสมภพ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา