⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2668/2523

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2668/2523

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ศาลแรงงานจะใช้มาตรา 58 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน เพื่อคุ้มครองประโยชน์ของคู่ความได้ก็ต่อเมื่อคดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาก่อนมีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดเท่านั้น

ย่อคำพิพากษา

พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน มาตรา 58 ให้อำนาจศาลแรงงานที่จะทำคำสั่งเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของคู่ความหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องขณะที่คดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาก่อนศาลแรงงานมีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดคดีแต่กรณีของโจทก์ยื่นคำร้องขอคุ้มครองประโยชน์ของโจทก์ภายหลังจากศาลแรงงานมีคำพิพากษาแล้ว จึงจะนำมาตราดังกล่าวมาใช้บังคับไม่ได้คำสั่งศาลแรงงานกลางที่ไม่รับคำร้องดังกล่าว จึงเป็นคำสั่งที่ชอบ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.231

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

มูลกรณีสืบเนื่องจากโจทก์ได้ยื่นฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งของจำเลยในฐานะคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ที่มีคำสั่งให้โจทก์จ่ายเงินค่าเสียหายแก่นายโชติ บุญจริง ลูกจ้างจำนวน 60,000 บาท โดยอ้างว่าคำสั่งของจำเลยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และพร้อมกับที่โจทก์ยื่นฟ้อง โจทก์ได้ยื่นคำร้องขอวางเงินจำนวน 60,000 บาทต่อศาลโดยอ้างว่า ถ้าโจทก์ปฏิบัติตามคำสั่งของจำเลยกล่าวคือ จ่ายเงินจำนวนดังกล่าวให้แก่นายโชติ บุญจริง ไปหากโจทก์ชนะคดีอาจไม่ได้รับเงินจำนวนนี้คืนจากนายโชติ บุญจริง โจทก์จะได้รับความเสียหาย ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งให้รับเงินไว้ ศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้วมีคำพิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ และยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับฉบับลงวันที่ 27สิงหาคม 2523 ขอวางเงินจำนวน 60,000 บาทไว้ ณ ศาลแรงงานกลางตามเดิมก่อน จนกว่าศาลฎีกาจะมีคำพิพากษา หากโจทก์แพ้คดีก็จะถอนเงินที่วางไว้จากศาลมอบให้แก่นายโชติต่อไป ศาลแรงงานกลางสั่งคำร้องฉบับนี้ว่า "ตามฟ้องเป็นเรื่องเพิกถอนคำสั่งของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์เมื่อศาลพิพากษายกฟ้องโจทก์แล้ว เป็นเรื่องที่โจทก์จะต้องปฏิบัติตามคำสั่งของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ ไม่เป็นกรณีที่จะบังคับคดีกับโจทก์ จึงไม่รับคำร้อง" โจทก์จึงอุทธรณ์คำสั่งของศาลแรงงานกลางข้างต้นต่อศาลฎีกาโดยขอให้ศาลฎีกาสั่งกลับให้ศาลแรงงานกลางรับคำร้องของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไป ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานได้ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว ตามคำร้องของโจทก์ที่ขอวางเงินจำนวน 60,000 บาทไว้ต่อศาล เพื่อป้องกันมิให้โจทก์เสียหายจนกว่าศาลฎีกาจะพิพากษาคดีนั้น มิใช่เรื่องขอทุเลาการบังคับตามคำพิพากษาหรือคำสั่ง เพราะศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้องโดยไม่มีการบังคับคดีแก่โจทก์ หากเป็นเรื่องขอให้คุ้มครองประโยชน์ของโจทก์ในระหว่างการพิจารณาคดีของศาลฎีกา ซึ่งศาลแรงงานกลางไม่อาจพิจารณาสั่งคำร้องของโจทก์เช่นนี้ได้ ที่โจทก์อ้างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 58 ศาลฎีกาเห็นว่าบทมาตราดังกล่าวบัญญัติให้ศาลแรงงานมีอำนาจทำคำสั่งเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของคู่ความหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องขณะที่คดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาก่อนศาลแรงงานจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดคดี แต่กรณีของโจทก์นี้โจทก์ยื่นคำร้องขอคุ้มครองประโยชน์ของโจทก์ภายหลังจากศาลแรงงานกลางมีคำพิพากษาแล้ว จะนำมาตราดังกล่าวมาใช้บังคับไม่ได้คำสั่งของศาลแรงงานกลางชอบแล้ว อุทธรณ์โจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2668/2523 องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ (ร.ส.พ.) โดยนายประพจน์ เจริญพร ผู้รับมอบอำนาจ โจทก์ นายจำรูญ เจริญกุล ที่ 1 นายกำจัด ผาติสุวัณณ์ ที่ 2 นายปาน รวีวงศ์ ที่ 3 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ (ร.ส.พ.) โดยนายประพจน์ เจริญพร ผู้รับมอบอำนาจ · จำเลย - นายจำรูญ เจริญกุล ที่ 1 นายกำจัด ผาติสุวัณณ์ ที่ 2 นายปาน รวีวงศ์ ที่ 3
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วัฒน์ ผดุงจิตร · ขจร หะวานนท์ · ธาดา วัชรานันท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 360/2490ฎีกา 67-68/2491ฎีกา 793/2507ฎีกา 3589/2525ฎีกา 4085/2546ฎีกา 2467/2536ฎีกา 1256/2518ฎีกา 11216/2555ฎีกา 12104/2553ฎีกา 7084-7289/2548ฎีกา 1067/2522ฎีกา 4783/2543ฎีกา 1565/2530ฎีกา 4309/2534ฎีกา 1005/2542ฎีกา 1475/2521ฎีกา 2276/2536ฎีกา 1707/2524ฎีกา 2419/2537ฎีกา 1327/2522ฎีกา 8876/2551ฎีกา 3438/2533ฎีกา 760/2530ฎีกา 1905/2531
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา