คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3052/2548
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยมิได้อุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์คำพิพากษา ทำให้คำพิพากษาศาลชั้นต้นเป็นอันถึงที่สุด.
ย่อคำพิพากษา
จำเลยอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นและอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่งดการอ่านคำพิพากษาเพื่อรอฟังผลอีกคดีหนึ่งพร้อมกับยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับเฉพาะอุทธรณ์คำสั่ง เมื่อจำเลยมิได้ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์คำพิพากษาย่อมมีผลทำให้คำพิพากษาศาลชั้นต้นเป็นอันถึงที่สุด เมื่อศาลอุทธรณ์พิจารณาอุทธรณ์คำสั่งโดยพิพากษายืนตามคำสั่งศาลชั้นต้น กรณีจึงไม่มีคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ปัญหาเรื่องการขอทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์ตามฎีกาของจำเลยจึงไม่มีประโยชน์ที่จะวินิจฉัยอีกต่อไป
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกไปจากที่ดินและบ้านพิพาท พร้อมส่งมอบการครอบครองแก่โจทก์ในสภาพเรียบร้อยและให้จำเลยชำระค่าเสียหายอัตราเดือนละ 10,000 บาท นับแต่เดือนกรกฎาคม 2545 เป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกไปจากบ้านและที่ดินของโจทก์
จำเลยอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นและอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่งดการอ่านคำพิพากษาเพื่อรอฟังผลอีกคดีหนึ่งพร้อมกับยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับอุทธรณ์คำสั่ง ส่วนอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้น มีคำสั่งว่า จำเลยไม่นำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งต้องใช้แก่โจทก์ตามคำพิพากษามาวางศาลพร้อมอุทธรณ์ จึงไม่รับอุทธรณ์ คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ทั้งหมด และสั่งคำร้องขอทุเลาการบังคับว่า เมื่อศาลมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์แล้วจึงไม่รับคำร้องขอทุเลาการบังคับ
จำเลยอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับคำร้องขอทุเลาการบังคับ
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "จำเลยอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่งดการอ่านคำพิพากษาเพื่อรอฟังผลอีกคดีหนึ่งพร้อมกับอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับอุทธรณ์คำสั่ง ส่วนอุทธรณ์คำพิพากษามีคำสั่งไม่รับ จำเลยมิได้ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ย่อมมีผลทำให้คำพิพากษาศาลชั้นต้นเป็นอันถึงที่สุด ส่วนอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่งดการอ่านคำพิพากษาเพื่อรอฟังผลอีกคดีหนึ่งนั้นศาลอุทธรณ์พิจารณาเสร็จสิ้นแล้วโดยพิพากษายืนตามคำสั่งศาลชั้นต้น เมื่อไม่มีคดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ ปัญหาเรื่องการขอทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์ตามฎีกาของจำเลยจึงไม่มีประโยชน์ที่จะวินิจฉัยอีกต่อไป ศาลฎีกาไม่จำต้องวินิจฉัย"
จึงให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความของศาลฎีกา
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3052/2548
นางรัชนก ศศิภักดี โจทก์
นายอนุสรณ์ ศรียานงค์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางรัชนก ศศิภักดี · จำเลย - นายอนุสรณ์ ศรียานงค์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | มนตรี ยอดปัญญา · ชวลิต ตุลยสิงห์ · ประจักษ์ เกียรติ์อนุพงศ์ |
| แหล่งที่มา | สำนักวิชาการ |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ