คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 307/2523
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่หนังสือบริคณห์สนธิของบริษัทมีวัตถุประสงค์ในการจำนอง ย่อมถือว่าการค้ำประกันอยู่ในวัตถุประสงค์ของบริษัทด้วย
ย่อคำพิพากษา
ตามหนังสือบริคณห์สนธิของจำเลยที่ 3 ปรากฏในข้อ 3(6) ว่ามีวัตถุประสงค์ในการจำนอง ซึ่งมีลักษณะเช่นเดียวกับการค้าประกันเพื่อชำระหนี้ ดังนี้ ต้องถือว่าการค้ำประกันอยู่ในวัตถุประสงค์ของจำเลยที่ 3 ด้วย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ โดยจำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ ได้ทำสัญญาขายลดเช็คให้ไว้แก่โจทก์รวมเป็นเงิน ๓๐๐,๐๐๐ บาท โดยจำเลยที่ ๒ ในฐานะส่วนตัวจำเลยที่ ๓ และที่ ๔ ได้ทำสัญญาค้ำประกันรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม จำเลยที่ ๑ ได้นำเช็ค ๓ ฉบับ รวมเป็นเงิน ๓๐๐,๐๐๐ บาท มาขายลดให้โจทก์ตามสัญญาขายลดเช็ค เมื่อเช็คแต่ละฉบับถึงกำหนดชำระ โจทก์นำเข้าบัญชีเพื่อเรียกเก็บเงินธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินทั้งสามฉบับ โจทก์ทวงถามจำเลยทั้งสี่เพิกเฉย จำเลยทั้งสี่ต้องร่วมกันใช้ดอกเบี้ยให้โจทก์ในอัตราร้อยละ ๑๒ ต่อปี ตามสัญญาขายลดเช็ค ดอกเบี้ยนับแต่วันที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินถึงวันฟ้องรวม ๓๖,๐๐๐ บาท เมื่อรวมกับต้นเงินตามเช็ค ๓๐๐,๐๐๐ บาท รวมเป็นเงินที่จำเลยทั้งสี่จะต้องชำระให้โจทก์ ๓๓๖,๐๐๐ บาท ขอให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันชำระเงินจำนวนดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ยร้อยละ ๑๒ ต่อปีในต้นเงิน ๓๐๐,๐๐๐ บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์
จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา
จำเลยที่ ๓ ให้การต่อสู้ว่า จำเลยที่ ๓ เป็นนิติบุคคล ไม่มีวัตถุประสงค์ทำการค้ำประกัน สัญญาขายลดเช็ค แม้ได้กระทำในนามของจำเลยที่ ๓ ก็ไม่ผูกพันจำเลยที่ ๓ จำเลยที่ ๓ ไม่ต้องรับผิด
จำเลยที่ ๔ ให้การว่า สัญญาค้ำประกันเป็นโมฆะ ทั้งจำเลยที่ ๔ ได้มีหนังสือแจ้งขอถอนการค้ำประกันจำเลยที่ ๑ แล้ว สัญญาค้ำประกันจึงเป็นอันระงับไปไม่มีผลผูกพันจำเลยที่ ๔
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันชำระหนี้ ๓๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ ๑๒ ต่อปี ในต้นเงิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท นับแต่วันที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๑๘ ในต้นเงิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท นับแต่วันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๑๘ และในต้นเงิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท นับแต่วันที่ ๙ ธันวาคม ๒๕๑๘ จนกว่าจะชำระเสร็จให้แก่โจทก์
จำเลยที่ ๓ ที่ ๔ อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยที่ ๓ ฎีกาว่าสัญญาค้ำประกันไม่มีผลผูกพันจำเลยที่๓ เพราะนอกวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ในหนังสือบริคณห์สนธิ
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้วัตถุประสงค์ของจำเลยที่ ๓ ตามที่กำหนดในหนังสือบริคณห์สนธิจะมิได้กล่าวถึงการค้ำประกัน แต่ปรากฏตามข้อ ๓ (๖) แห่งหนังสือบริคณห์สนธิของจำเลยที่ ๓ ว่า มีวัตถุประสงค์ในการจำนอง ซึ่งมีลักษณะเช่นเดียวกับการค้ำประกันเพื่อชำระหนี้ ดังนี้ ถือว่าการค้ำประกันอยู่ในวัตถุประสงค์ของจำเลยที่ ๓ ด้วย จำเลยที่ ๓ ค้ำประกันได้ และต้องรับผิดต่อโจทก์ร่วมกับจำเลยที่ ๑
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 307/2523
บริษัทธนพัฒนาทรัสต์ จำกัด โจทก์
ห้างหุ้นส่วนจำกัดกรุงเทพ วิชชุภัณฑ์ กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - บริษัทธนพัฒนาทรัสต์ จำกัด · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัดกรุงเทพ วิชชุภัณฑ์ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | โสพิทย์ คังคะเกตุ · พิศิษฏ์ เทศะบำรุง · จินดา บุญศิริ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายโกมล อิศรางกูร ณ อยุธยา · ศาลอุทธรณ์ - นายสง่า ศิลปประสิทธิ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา