⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3125/2523

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3125/2523

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ศาลแรงงานมีอำนาจวินิจฉัยประเด็นเรื่องอำนาจฟ้องที่เกี่ยวกับความสัมพันธ์นายจ้าง-ลูกจ้างได้เอง แม้จำเลยจะไม่ได้ยกขึ้นต่อสู้ในคำให้การก็ตาม การจ้างเหมาให้หาคนงานมาขนถ่ายสินค้าตามน้ำหนัก โดยผู้รับจ้างเป็นผู้จ่ายค่าจ้างให้คนงานเอง ถือเป็นการจ้างทำของ ไม่ใช่การจ้างแรงงาน

ย่อคำพิพากษา

ความที่ว่าโจทก์ไม่ได้เป็นลูกจ้างของจำเลยนี้เป็นข้อเท็จจริงเกี่ยวกับอำนาจฟ้องเรียกค่าชดเชย เมื่อปรากฏขึ้นจากกการที่คู่ความแถลงรับกันในขณะที่ศาลสอบถามถึงความสัมพันธ์ระหว่างโจทก์กับจำเลยเช่นนี้ ศาลแรงงานกลางย่อมมีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้เอง แม้จำเลยจะมิได้ให้การไปถึงว่าโจทก์ไม่ใช่ลูกจ้างจำเลยก็ตาม จำเลยจ้างเหมาให้โจทก์ที่ 1 หาคนงานมาทำการขนถ่ายสินค้าจากเรือเดินทะเลเป็นลำๆ ไป โจทก์ที่ 2 ถึงที่ 11 เป็นคนงานของโจทก์ที่ 1 ในเดือนหนึ่งๆ โจทก์จะได้งานขนถ่ายสินค้า 1 ถึง 3 ลำ ลำหนึ่งๆ ต้องใช้เวลาขนถ่ายอย่างมาก 7 วัน จำเลยจ่ายค่าจ้างให้ตามน้ำหนักของสินค้า โจทก์ที่ 1 เป็นผู้รับเงินก้อนไปจ่ายให้แก่โจทก์อื่นๆ ดังนี้ จำเลยเป็นนายจ้างของโจทก์ที่ 1 ในลักษณะของการจ้างทำของ เมื่อไม่ปรากฏข้อเท็จจริงจากที่ใดว่าโจทก์ได้ทำงานให้จำเลยเกินกว่า 120 วัน ติดต่อกัน คงได้ความแต่เพียงว่า โจทก์ทำงานขนถ่ายสินค้าจากเรือเดินทะเลให้จำเลยเดือนละ 1 ลำ อย่างมาก 3 ลำ ลำหนึ่งๆ ใช้เวลาอย่างมาก 7 วันเท่านั้น จึงไม่อาจถือได้ว่าโจทก์มีสิทธิเช่นเดียวกับลูกจ้างประจำตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานฯ ข้อ 75

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.475 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.575 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.587 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.8 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.48

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทั้ง ๑๑ คนเป็นลูกจ้างจำเลย จำเลยได้เลิกจ้างโจทก์โดยไม่มีความผิด และไม่จ่ายค่าชดเชยให้ตามกฎหมาย ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า โจทก์มิใช่ลูกจ้างประจำของจำเลย แต่เป็นลูกจ้างชั่วคราวไม่มีกำหนดเวลาจ้างที่แน่นอน มีงานก็จ้างให้มาทำ ไม่มีก็ไม่ได้จ้าง การจ่ายเงินค่าแรงก็จ่ายเป็นครั้งคราวตามงานที่ตกลงว่าจ้างเท่านั้น ไม่ได้จ่ายเป็นรายเดือน ที่โจทก์อ้างว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์นั้นไม่เป็นความจริง เหตุที่จำเลยมิได้จ้างโจทก์ให้มาทำงานก็เพราะจำเลยไม่มีงานที่จะว่าจ้างโจทก์ ซึ่งจำเลยได้ตกลงกับพวกโจทก์ว่า ถ้าจำเลยรับงานมาได้เมื่อใดจะเรียกพวกโจทก์ให้มาทำทันที โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยจ่ายค่าชดเชย ขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า จำเลยได้จ่ายสินจ้างให้โจทก์ที่ ๑ เป็นการเหมาในการขนถ่ายสินค้าจากเรือเดินทะเลเป็นลำๆ ไป เป็นการจ่ายสินจ้างตามผลสำเร็จของงาน มิได้คำนึงถึงระยะเวลาที่ให้ทำงาน จึงมีลักษณะเป็นการจ้างทำของมิใช่การจ้างแรงงานอันจะถือได้ว่าจำเลยเป็นนายจ้างของโจทก์ที่ ๑ ส่วนโจทก์ที่ ๒ ถึงที่ ๑๑ เป็นบุคคลที่โจทก์ที่ ๑ ตกลงว่าจ้างให้มาทำงานเป็นครั้งคราว โดยโจทก์ที่ ๑ เป็นผู้จ่ายค่าจ้างให้ โจทก์ที่ ๒ ถึงที่ ๑๑ ซึ่งเป็นลูกจ้างของโจทก์ที่ ๑ มิได้มีนิติสัมพันธ์ใดๆ กับจำเลย โจทก์ทุกคนไม่มีสิทธิฟ้องเรียกค่าชดเชยจากจำเลยพิพากษายกฟ้อง โจทก์ทั้ง ๑๑ คนอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ปรากฏว่าศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า โจทก์ที่ ๒ ถึงที่ ๑๑ เท่านั้นที่ไม่ใช่ลูกจ้างของจำเลย ความที่ว่าโจทก์ไม่ได้เป็นลูกจ้างของจำเลยนี้เป็นข้อเท็จจริงซึ่งเกี่ยวกับอำนาจฟ้องเรียกค่าชดเชยเมื่อปรากฏขึ้นจากการที่คู่ความแถลงรับกันในขณะที่ศาลสอบถามถึงความสัมพันธ์ระหว่างโจทก์กับจำเลยเช่นนี้ ศาลแรงงานกลางย่อมมีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้เอง แม้จำเลยจะมิได้ให้การไปถึงว่าโจทก์ที่ ๒ ถึงที่ ๑๑ ไม่ใช่ลูกจ้างของจำเลยก็ตาม การที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า จำเลยเป็นนายจ้างของโจทก์ที่ ๑ ในลักษณะของการจ้างทำของ โดยอาศัยข้อเท็จจริงตามที่โจทก์จำเลยรับกันว่า จำเลยจ้างเหมาให้โจทก์ที่ ๑ หาคนงานมาทำงานขนถ่ายสินค้าจากเรือเดินทะเลเป็นลำๆ ไป โจทก์ที่ ๒ ถึงที่ ๑๑ เป็นคนงานของโจทก์ที่ ๑ ในเดือนหนึ่งๆ โจทก์จะได้งานขนถ่ายสินค้า ๑ ถึง ๓ ลำ ลำหนึ่งๆ ต้องใช้เวลาขนถ่ายอย่างมาก ๗ วัน จำเลยจ่ายค่าจ้างให้ตามน้ำหนักของสินค้า โจทก์ที่ ๑ เป็นผู้รับเงินก้อนไปจ่ายให้แก่โจทก์อื่นๆ นั้น จึงเป็นการชอบแล้ว ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานฯ ข้อ ๗๕ นั้น ลูกจ้างชั่วคราวจะมีสิทธิเช่นเดียวกับลูกจ้างประจำก็ต่อเมื่อได้ทำงานติดต่อกันเกิน ๑๒๐ วัน เมื่อคดีนี้ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงจากที่ใดว่าโจทก์ได้ทำงานให้จำเลยเกินกว่า ๑๒๐ วันติดต่อกัน คงได้ความแต่เพียงว่า โจทก์ทำงานขนถ่ายสินค้าจากเรือเดินทะเลให้จำเลยเดือนละ ๑ ลำ อย่างมาก ๓ ลำ ลำหนึ่งๆ ใช้เวลาอย่างมาก ๗ วัน เท่านั้น ดังนี้ จึงไม่อาจถือได้ว่าโจทก์มีสิทธิเช่นเดียวกับลูกจ้างประจำตามประกาศฯ ข้อ ๗๕ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3125/2523 นายวิชัย เสียงเปรม กับพวก โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัด เอช.แอล.เซอร์วิส ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายวิชัย เสียงเปรม กับพวก · ล. - ห้างหุ้นส่วนจำกัด เอช.แอล.เซอร์วิส
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประทีป ชุ่มวัฒนะ · ขจร หะวานนท์ · สมศักดิ์ ปาลวัฒน์วิไชย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายศุภนิติ กิจวรวัฒน์ · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2894/2532ฎีกา 2036/2542ฎีกา 1968/2533ฎีกา 654/2541ฎีกา 1941/2536ฎีกา 258/2530ฎีกา 1397/2544ฎีกา 3555/2528ฎีกา 4777/2549ฎีกา 2908/2523ฎีกา 2131/2537ฎีกา 793/2507ฎีกา 2845-2847/2546ฎีกา 145/2554ฎีกา 7635/2543ฎีกา 2093/2532ฎีกา 2382/2534ฎีกา 7139/2538ฎีกา 2292/2515ฎีกา 843/2527ฎีกา 1371/2536ฎีกา 3539/2536ฎีกา 1479/2526ฎีกา 7420/2537
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา