⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 735/2523

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 735/2523

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุตรบุญธรรมทวงคืนทรัพย์สินของตนเองจากผู้รับบุญธรรม และแจ้งความดำเนินคดีเมื่อผู้รับบุญธรรมยักยอกทรัพย์สินนั้น ไม่ถือเป็นการประพฤติเนรคุณหรือหมิ่นประมาทอย่างร้ายแรง

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ไม่เคยขออะไรจากจำเลย และโจทก์ไม่อยากได้ของของ จำเลย จำเลยบอกจะส่งเสียเลี้ยงดูโจทก์ ขออย่าฟ้องร้องกันจำเลยชวนโจทก์ไปอยู่ด้วยเพื่อเลี้ยงดูแต่โจทก์ไม่ยอมไปต้องการเอาที่พิพาท คืนจึงฟังไม่ได้ว่าจำเลยประพฤติเนรคุณไม่อุปการะเลี้ยงดูโจทก์บอกปัด ไม่ให้สิ่งของจำเป็นเลี้ยงชีวิตแก่โจทก์ เมื่อบิดาจำเลยตาย จำเลยซึ่งเป็นบุตรบุญธรรมของโจทก์ได้ไปทวง โฉนดพิพาทกับโจทก์โจทก์ว่าไม่รู้ไม่เห็นจำเลยจึงไปปรึกษาเจ้าพนักงานที่ดิน และที่สุดไปแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนว่าโจทก์ยักยอกโฉนดที่พิพาท การกระทำของจำเลยดังกล่าวเป็นการใช้สิทธิอันชอบธรรม ไม่เป็นการหมิ่นประมาทต่อโจทก์อย่างร้ายแรง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.531

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องเรียกถอนคืนการให้ที่ดิน เพราะจำเลยผู้รับประพฤติเนรคุณศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ปัญหาว่า จำเลยประพฤติเนรคุณไม่อุปการะเลี้ยงดูโจทก์บอกปัดไม่ให้สิ่งของจำเป็นเลี้ยงชีวิตแก่โจทก์หรือไม่นั้นได้ความจากโจทก์ว่าโจทก์ไม่เคยขออะไรจากจำเลย และโจทก์ไม่อยากได้ของของจำเลย โจทก์รับว่าจำเลยบอกจะส่งเสียเลี้ยงดูโจทก์ ขออย่าฟ้องร้องกันเลย ได้ความจากนายทำ พยานโจทก์ว่า จำเลยชวนโจทก์ไปอยู่ด้วยเพื่อเลี้ยงดูโจทก์ แต่โจทก์ไม่ยอมไป ต้องการเอาที่พิพาทคืน ข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าจำเลยประพฤติเนรคุณไม่อุปการะเลี้ยงดูโจทก์ บอกปัดไม่ให้สิ่งของจำเป็นเลี้ยงชีวิตแก่โจทก์ ส่วนปัญหาที่ว่า จำเลยหมิ่นประมาทต่อโจทก์หรือไม่นั้น ข้อเท็จจริงได้ความว่า โจทก์กับนายแดง (บิดาจำเลย) ยกที่พิพาทให้จำเลยโดยจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์กันที่สำนักงานที่ดิน เฉพาะโฉนดที่ดินนั้นปรากฏว่าอยู่ที่โจทก์ โจทก์ว่าโจทก์และนายแดง (บิดาจำเลย) ยึดถือไว้เพื่อเป็นประกันว่าจำเลยจะต้องเลี้ยงดูส่งเสียโจทก์เป็นการตอบแทน จำเลยว่าจำเลยฝากนายแดงบิดาไว้ ได้ความว่าโจทก์เป็นมารดาเลี้ยงของจำเลย ข้อเท็จจริงน่าเชื่อตามพยานหลักฐานของจำเลยว่า จำเลยฝากโฉนดที่พิพาทไว้กับนายแดงบิดาจำเลย หาใช่ว่าโจทก์และนายแดงบิดาจำเลยยึดถือโฉนดที่พิพาทไว้เพื่อเป็นประกัน ซึ่งจำเลยทราบดีว่าจำเลยมีพันธะกรณีจะต้องปฏิบัติตามสัญญาต่อโจทก์ดังที่โจทก์ฎีกาไม่ ดังนั้นเมื่อบิดาจำเลยถึงแก่กรรม จำเลยไปทวงโฉนดพิพาทกับโจทก์ โจทก์ว่าไม่รู้ไม่เห็น จำเลยจึงไปปรึกษาเจ้าพนักงานที่ดินและที่สุดไปแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนว่าโจทก์ยักยอกโฉนดที่พิพาท การกระทำของจำเลยดังกล่าวเป็นการใช้สิทธิอันชอบธรรม ไม่เป็นการหมิ่นประมาทต่อโจทก์อย่างร้ายแรง" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 735/2523 นางริ้ว นุ่มลิด โจทก์ นางนกเล็ก อมรศิลป์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางริ้ว นุ่มลิด · จำเลย - นางนกเล็ก อมรศิลป์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิทูร เทพพิทักษ์ · ไพบูลย์ ไวกาสี · สุนทร วรรณแสง
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 947/2495ฎีกา 324/2504ฎีกา 1117/2493ฎีกา 737/2523ฎีกา 1728/2534ฎีกา 291/2522ฎีกา 7301/2559ฎีกา 6323/2552ฎีกา 206/2510ฎีกา 3601/2542ฎีกา 119-120/2507ฎีกา 1516/2525ฎีกา 2980/2523ฎีกา 1365/2509ฎีกา 6250/2537ฎีกา 3743/2536ฎีกา 31/2531ฎีกา 166/2496ฎีกา 966/2523ฎีกา 301/2524ฎีกา 375/2527ฎีกา 177/2492ฎีกา 1146-1147/2503ฎีกา 10552/2557
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา