⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 829/2523

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 829/2523

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การบอกเลิกสัญญาจ้างโดยอาศัยข้อสัญญาว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเห็นว่าไม่เหมาะสมในระหว่างการทดลองงาน จะกระทำได้ก็ต่อเมื่อการทดลองงานได้เริ่มขึ้นแล้วเท่านั้น

ย่อคำพิพากษา

ในข้อสัญญาจ้างแรงงานระหว่างโจทก์จำเลยที่ว่าจำเลยมีสิทธิจะบอกเลิกสัญญาได้ทันที โดยไม่ต้องให้เหตุผลในการบอกเลิกนั้น ต้องปรากฏว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเห็นว่าไม่เหมาะสมในระหว่างการทดลองงานหกเดือนแรกของการว่าจ้างเมื่อโจทก์ยังไม่ได้เริ่มทดลองงาน จำเลยหามีสิทธิบอกเลิกสัญญาโดยอาศัยข้อสัญญาดังกล่าวได้ไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.386 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.575

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้เงินแก่โจทก์ 30,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ปัญหาว่าจำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญาและจะต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์หรือไม่เพียงใด ปรากฏว่าตามเอกสารหมาย จ.1 พร้อมคำแปล ซึ่งโจทก์จำเลยนำสืบรับกันว่าเป็นเอกสารที่ถูกต้องแท้จริง ในเอกสารนั้นมีความว่า จำเลยเสนองานแก่โจทก์เป็นผู้จัดการฝ่ายขายในแผนกเกษตรกรรมในอัตราเงินเดือนขั้นต้น 15,000 บาทต่อเดือน ตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม 2519 เพิ่มค่าพาหนะ 1,500 บาทต่อเดือน สำหรับหกเดือนแรกของการทำงานเป็นการว่าจ้างในระหว่างการทดลองงาน ทั้งสองฝ่ายมีสิทธิบอกเลิกการทำงานได้โดยบอกกล่าวล่วงหน้าหนึ่งวัน ถ้าพิจารณาเห็นว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ได้รับเงินค่าตอบแทนและทั้งสองฝ่ายไม่ต้องให้เหตุผลในการบอกเลิก โดยให้โจทก์ลงชื่อและคืนสำเนาหนังสือดังกล่าวเป็นเครื่องหมายในการยอมรับของโจทก์ หนังสือฉบับนี้ลงวันที่ 3 มิถุนายน 2519 โจทก์ลงชื่อและคืนหนังสือไปยังจำเลยเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2519 โดยบันทึกข้อความไปด้วยว่า โจทก์ยอมรับการว่าจ้างของจำเลย และพร้อมที่จะรับงานกับจำเลย ตามเอกสารหมาย จ.1 นี้แสดงว่าคู่กรณีมีการแสดงเจตนาตรงกันมีผลผูกพันเป็นสัญญาจ้างแรงงานระหว่างโจทก์จำเลยแล้ว สำหรับข้อสัญญาที่ว่าจำเลยมีสิทธิจะบอกเลิกสัญญาได้ทันทีโดยไม่ต้องให้เหตุผลในการบอกเลิกนั้น ต้องปรากฏว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเห็นว่าไม่เหมาะสมในระหว่างการทดลองงานหกเดือนแรกของการว่าจ้าง เมื่อโจทก์ยังไม่ได้เริ่มทดลองงาน จำเลยหามีสิทธิบอกเลิกสัญญาโดยอาศัยข้อสัญญาดังกล่าวได้ไม่ ที่จำเลยอ้างว่าโจทก์ไม่ไปทำงานตามวันที่กำหนดจึงเป็นฝ่ายผิดสัญญานั้น ก็ได้ความว่าก่อนวันถึงกำหนดวันทำงานโจทก์ได้รับแจ้งด้วยวาจาจากนายสรยุทธซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวแทนของโจทก์ในการรับสมัครงานว่าจำเลยจะไม่ยอมรับโจทก์เข้าทำงานและจะแจ้งเป็นหนังสือให้โจทก์ทราบอีกชั้นหนึ่ง ซึ่งต่อมาจำเลยก็แจ้งเป็นหนังสือให้โจทก์ทราบ ฉะนั้น การที่โจทก์ไม่ไปทำงานจึงหาใช่ความผิดของโจทก์ไม่ ส่วนข้ออ้างที่ว่าจำเลยได้รับรายงานผลงานจากสถานที่ทำงานของโจทก์ที่เคยทำงานมาไม่เป็นที่พอใจจำเลยก็ดี หรือรายงานเกี่ยวกับสถานศึกษาในการศึกษาของโจทก์ไม่ตรงตามที่จำเลยต้องการก็ดี เป็นเรื่องที่จำเลยจะต้องตรวจสอบก่อนที่จะมีการตกลงยอมรับว่าจ้างโจทก์ เมื่อตกลงยอมรับว่าจ้างโจทก์แล้ว จำเลยจะนำเหตุดังกล่าวขึ้นมาอ้างโดยมิได้มีข้อเท็จจริงปรากฏว่าโจทก์หลอกลวงหรือปิดบังทำให้จำเลยเข้าใจผิดหาได้ไม่ ตามข้อวินิจฉัยดังกล่าวเห็นได้ว่าโจทก์ยังมิได้กระทำการอันเป็นการผิดสัญญาและจำเลยก็ยังไม่มีสิทธิโดยชอบอย่างใดที่จะบอกเลิกสัญญาจ้างได้ การที่จำเลยบอกเลิกสัญญากับโจทก์โดยไม่ชอบเช่นนี้ จึงตกเป็นฝ่ายผิดสัญญา เมื่อทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย จำเลยจึงต้องรับผิดในความเสียหายนั้น คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาโจทก์ฟังขึ้น ส่วนในเรื่องจำนวนค่าเสียหายโจทก์นำสืบว่าว่างงานเป็นเวลาหลายเดือนนั้นก็คงมีตัวโจทก์ปากเดียวเบิกความลอย ๆ ทั้งยังได้ความจากคำเบิกความของโจทก์เองว่าต่อมาโจทก์เข้าทำงานในบริษัทอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ไทย จำกัด ซึ่งโจทก์เป็นผู้ถือหุ้นอยู่ ค่าเสียหายของโจทก์จึงยังฟังไม่ได้ว่ามีถึงตามจำนวนที่กล่าวในฟ้อง เมื่อพิเคราะห์ถึงค่าเสียหายตามพฤติการณ์ที่ปรากฏในคดีแล้วเห็นควรกำหนดค่าเสียหายให้โจทก์ในการที่จำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญานี้ เป็นจำนวนเงิน 20,000 บาท พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นให้จำเลยใช้ค่าเสียหายให้โจทก์จำนวน 20,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลแทนโจทก์ สำหรับค่าขึ้นศาลให้ใช้เท่าที่โจทก์ชนะคดี โดยกำหนดค่าทนายความสามศาลเป็นเงิน 1,800 บาท" ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 829/2523 นายธีรศานต์ ศิริชยาพร โจทก์ บริษัท อี๊สต์เอเชียติ๊ก จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายธีรศานต์ ศิริชยาพร · จำเลย - บริษัท อี๊สต์เอเชียติ๊ก จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิถี ปานะบุตร · อำนัคฆ์ คล้ายสังข์ · ไพบูลย์ เพียรรู้จบ
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3796/2540ฎีกา 8785/2550ฎีกา 2894/2532ฎีกา 472/2526ฎีกา 591/2531ฎีกา 2494/2553ฎีกา 2821/2522ฎีกา 2409/2551ฎีกา 654/2541ฎีกา 8477/2540ฎีกา 6239/2551ฎีกา 763/2484ฎีกา 42/2516ฎีกา 1397/2544ฎีกา 4777/2549ฎีกา 5434/2536ฎีกา 2845-2847/2546ฎีกา 7635/2543ฎีกา 2093/2532ฎีกา 6052/2537ฎีกา 1733/2492ฎีกา 1567/2513ฎีกา 3539/2536ฎีกา 1479/2526
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา