⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรก › ค้นฎีกา › ฎีกา 839/2523

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 839/2523

ป.พ.พ. ม.1754

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สิทธิในการรับมรดกที่ยังไม่ได้แบ่งปันนั้น ผู้รับมรดกต้องฟ้องร้องภายในกำหนดอายุความ 10 ปี นับแต่วันที่เจ้ามรดกถึงแก่ความตาย หากผู้รับมรดกมิได้เข้าครอบครองทรัพย์มรดกหรือมีสิทธิครอบครองแทนภายในกำหนดเวลาดังกล่าว สิทธิของผู้รับมรดกย่อมระงับสิ้นไปตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องคดีเมื่อพ้นกำหนด 10 ปี นับแต่เจ้ามรดกถึงแก่กรรมโดยโจทก์ไม่เคยเข้าครอบครองที่พิพาทด้วยตนเองและไม่มีพยานหลักฐานว่าจำเลยครอบครองที่พิพาทแทนโจทก์คดีโจทก์ขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1754 วรรคสุดท้ายจึงไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยว่าโจทก์ได้รู้หรือควรรู้ถึงความตายของเจ้ามรดกเมื่อไร

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1754

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1754 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าคดีขาดอายุความ พิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าที่พิพาทไม่ใช่มรดก โจทก์ไม่ได้สิทธิครอบครองพิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "มีปัญหาต้องวินิจฉัยเป็นเบื้องแรกว่าคดีโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ สำหรับประเด็นนี้โจทก์ได้อุทธรณ์ไว้ แต่ศาลอุทธรณ์มิได้วินิจฉัยให้ ซึ่งศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยประเด็นนี้ไปทีเดียวโดยไม่ต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยใหม่ ข้อเท็จจริงฟังได้ตามที่คู่ความนำสืบรับกันว่า โจทก์ จำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 และนายนอระกา หงษ์สมดี ซึ่งถึงแก่กรรมไปแล้ว เป็นบุตรร่วมบิดามารดาเดียวกันของนายเสน หงษ์สมดีนางบุดสี หงษ์สมดี นายเสน หงษ์สมดี ถึงแก่กรรมเมื่อ พ.ศ. 2509 ภายหลังที่นางบุดสี หงษ์สมดี ถึงแก่กรรมแล้ว โจทก์ไปอยู่ประเทศลาวตั้งแต่ก่อนบิดามารดาถึงแก่กรรมเพิ่งเดินทางกลับประเทศไทยเมื่อเดือนมกราคม 2520 และฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2520 โดยไม่เคยเข้าครอบครองที่พิพาทด้วยตนเองเลย ขณะโจทก์ฟ้องคดีจำเลยเป็นผู้ครอบครองที่พิพาท พิเคราะห์แล้ว เห็นว่าตามข้อเท็จจริงดังกล่าวฟังได้ว่า โจทก์ฟ้องคดีเมื่อพ้นกำหนด 10 ปีแล้วนับตั้งแต่นายเสน หงษ์สมดี เจ้ามรดกถึงแก่กรรมโจทก์ไม่เคยเข้าครอบครองที่พิพาทด้วยตนเองและไม่มีพยานหลักฐานว่าจำเลยครอบครองที่พิพาทแทนโจทก์ จึงฟังไม่ได้ว่าโจทก์เป็นผู้ครอบครองหรือร่วมกับจำเลยครอบครองที่พิพาท ดังนี้ คดีโจทก์ขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1754 วรรคสุดท้าย ไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยว่าโจทก์ได้รู้หรือควรรู้ถึงความตายของเจ้ามรดกเมื่อไร รวมทั้งฎีกาโจทก์ข้ออื่นด้วย" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 839/2523 นางอรดี พละพันธ์ หรือหงษ์สมดี โจทก์ นางคำมุ่ง หงษ์สมดี กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางอรดี พละพันธ์ หรือหงษ์สมดี · จำเลย - นางคำมุ่ง หงษ์สมดี กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ธาดา วัชรานันท์ · ประเสริฐ วราภรณ์ · บรรเทอง ภู่กฤษณา
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1200/2523ฎีกา 406/2510ฎีกา 621/2519ฎีกา 943/2513ฎีกา 1368/2510ฎีกา 94/2493ฎีกา 8371/2557ฎีกา 994/2485ฎีกา 8460/2558ฎีกา 58/2531ฎีกา 721/2479ฎีกา 2660/2545ฎีกา 3994/2540ฎีกา 1028/2564ฎีกา 192/2485ฎีกา 3568/2548ฎีกา 8430/2547ฎีกา 1251/2493ฎีกา 2792/2535ฎีกา 9745/2558ฎีกา 159/2513ฎีกา 247/2541ฎีกา 987/2485ฎีกา 135/2510
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา