คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 844/2523
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การทำสัญญาประนีประนอมยอมความในคดีแพ่ง ไม่ถือว่าเป็นการสละสิทธิในการดำเนินคดีอาญา เว้นแต่จะระบุไว้ชัดแจ้งในสัญญา
ย่อคำพิพากษา
คู่ความทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันในคดีแพ่งเกี่ยวกับเช็คฉบับที่ฟ้องจำเลยในคดีอาญาศาลพิพากษาตามยอมแล้วแต่ข้อความในสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าว ไม่ปรากฏว่าโจทก์ร่วม (ผู้เสียหาย) ได้ตกลงสละสิทธิในการดำเนินคดีส่วนอาญากับจำเลยแต่ประการใดดังนี้ ถือว่าคู่ความตกลงประนีประนอมยอมความกันแต่เฉพาะในคดีแพ่งเท่านั้น
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองและนางสาววันดีซึ่งหลบหนี ได้ร่วมกันออกเช็คธนาคารกรุงไทย จำกัด สั่งจ่ายเงินในบัญชีของห้างจำเลยที่ 1 จำนวน 400,000 บาท แก่นางสาวกฤษณา ต่อมาเรียกเก็บเงินไม่ได้ เพราะธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินเนื่องจากเงินในบัญชีไม่เหลืออยู่เลย ขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3
นางสาวกฤษณาผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นสั่งอนุญาต
เดิมจำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ แต่เมื่อสืบพยานโจทก์เสร็จแล้วและคดีอยู่ระหว่างการสืบพยานจำเลย จำเลยทั้งสองขอถอนคำให้การเดิมและให้การใหม่โดยรับสารภาพผิดตามฟ้องทุกประการ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามฟ้อง ปรับจำเลยที่ 1 400,000 บาท จำคุกจำเลยที่ 2 1 ปี รับสารภาพมีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงปรับจำเลยที่ 1 20,000 บาท จำคุกจำเลยที่ 2 6 เดือน
จำเลยทั้งสองอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาเฉพาะที่เป็นข้อกฎหมาย
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่า เมื่อโจทก์ร่วมกับจำเลยที่ 1 ซึ่งมีจำเลยที่ 2 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ และนางสาววันดี นายถาวรได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 10169/2520 ของศาลแพ่งโดยถูกต้องตามกฎหมายแล้ว สิทธิและอำนาจของโจทก์และโจทก์ร่วมที่จะนำคดีมาฟ้องย่อมระงับไป เพราะเป็นคดีความผิดต่อส่วนตัวนั้นพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ข้อตกลงตามสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าวมีข้อความแต่เพียงว่าจำเลยที่ 1 นางสาววันดี นายถาวรยอมชำระเงิน 400,000 บาท ภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2520 ถ้าไม่ชำระภายในกำหนดยอมเสียดอกเบี้ยให้โจทก์ร่วมในเงินค้างชำระอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ 1 มกราคม2521 เป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จ และยอมให้โจทก์ร่วมบังคับคดีได้ทันทีซึ่งศาลแพ่งได้พิพากษาตามยอมแล้ว ข้อความในสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าว ไม่ปรากฏว่าโจทก์ร่วมได้ตกลงสละสิทธิในการดำเนินคดีส่วนอาญากับจำเลยทั้งสองแต่ประการใดจึงเป็นเรื่องที่คู่ความตกลงประนีประนอมยอมความกันแต่เฉพาะในคดีแพ่งเท่านั้นฎีกาข้อนี้ของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น และไม่จำต้องวินิจฉัยปัญหาว่าการที่ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้องขอให้ศาลชี้ขาดเบื้องต้นในปัญหาดังกล่าวนั้น จำเลยมีสิทธิที่จะอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณารวมกับอุทธรณ์คำพิพากษาในฉบับเดียวกันได้นั้นอีกต่อไป
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 844/2523
พนักงานอัยการกรมอัยการ โจทก์
โจทก์ร่วม โจทก์
นางสาวกฤษณา เตวิทย์ โจทก์
ห้างหุ้นส่วนจำกัดห้างฮกเฮงพาณิชย์ โดยนายบุญเลิศ เผือกเทียน ผู้จัดการ กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการกรมอัยการ · โจทก์ - โจทก์ร่วม · โจทก์ - นางสาวกฤษณา เตวิทย์ · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัดห้างฮกเฮงพาณิชย์ โดยนายบุญเลิศ เผือกเทียน ผู้จัดการ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ปรีชา สุมาวงศ์ · กุศล บุญยืน · สุวรรณพ กองวารี |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา