⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 844/2523

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 844/2523

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การทำสัญญาประนีประนอมยอมความในคดีแพ่ง ไม่ถือว่าเป็นการสละสิทธิในการดำเนินคดีอาญา เว้นแต่จะระบุไว้ชัดแจ้งในสัญญา

ย่อคำพิพากษา

คู่ความทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันในคดีแพ่งเกี่ยวกับเช็คฉบับที่ฟ้องจำเลยในคดีอาญาศาลพิพากษาตามยอมแล้วแต่ข้อความในสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าว ไม่ปรากฏว่าโจทก์ร่วม (ผู้เสียหาย) ได้ตกลงสละสิทธิในการดำเนินคดีส่วนอาญากับจำเลยแต่ประการใดดังนี้ ถือว่าคู่ความตกลงประนีประนอมยอมความกันแต่เฉพาะในคดีแพ่งเท่านั้น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.39 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.850 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.852 พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 ม.3

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองและนางสาววันดีซึ่งหลบหนี ได้ร่วมกันออกเช็คธนาคารกรุงไทย จำกัด สั่งจ่ายเงินในบัญชีของห้างจำเลยที่ 1 จำนวน 400,000 บาท แก่นางสาวกฤษณา ต่อมาเรียกเก็บเงินไม่ได้ เพราะธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินเนื่องจากเงินในบัญชีไม่เหลืออยู่เลย ขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 นางสาวกฤษณาผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นสั่งอนุญาต เดิมจำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ แต่เมื่อสืบพยานโจทก์เสร็จแล้วและคดีอยู่ระหว่างการสืบพยานจำเลย จำเลยทั้งสองขอถอนคำให้การเดิมและให้การใหม่โดยรับสารภาพผิดตามฟ้องทุกประการ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามฟ้อง ปรับจำเลยที่ 1 400,000 บาท จำคุกจำเลยที่ 2 1 ปี รับสารภาพมีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงปรับจำเลยที่ 1 20,000 บาท จำคุกจำเลยที่ 2 6 เดือน จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาเฉพาะที่เป็นข้อกฎหมาย ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่า เมื่อโจทก์ร่วมกับจำเลยที่ 1 ซึ่งมีจำเลยที่ 2 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ และนางสาววันดี นายถาวรได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 10169/2520 ของศาลแพ่งโดยถูกต้องตามกฎหมายแล้ว สิทธิและอำนาจของโจทก์และโจทก์ร่วมที่จะนำคดีมาฟ้องย่อมระงับไป เพราะเป็นคดีความผิดต่อส่วนตัวนั้นพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ข้อตกลงตามสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าวมีข้อความแต่เพียงว่าจำเลยที่ 1 นางสาววันดี นายถาวรยอมชำระเงิน 400,000 บาท ภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2520 ถ้าไม่ชำระภายในกำหนดยอมเสียดอกเบี้ยให้โจทก์ร่วมในเงินค้างชำระอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ 1 มกราคม2521 เป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จ และยอมให้โจทก์ร่วมบังคับคดีได้ทันทีซึ่งศาลแพ่งได้พิพากษาตามยอมแล้ว ข้อความในสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าว ไม่ปรากฏว่าโจทก์ร่วมได้ตกลงสละสิทธิในการดำเนินคดีส่วนอาญากับจำเลยทั้งสองแต่ประการใดจึงเป็นเรื่องที่คู่ความตกลงประนีประนอมยอมความกันแต่เฉพาะในคดีแพ่งเท่านั้นฎีกาข้อนี้ของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น และไม่จำต้องวินิจฉัยปัญหาว่าการที่ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้องขอให้ศาลชี้ขาดเบื้องต้นในปัญหาดังกล่าวนั้น จำเลยมีสิทธิที่จะอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณารวมกับอุทธรณ์คำพิพากษาในฉบับเดียวกันได้นั้นอีกต่อไป พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 844/2523 พนักงานอัยการกรมอัยการ โจทก์ โจทก์ร่วม โจทก์ นางสาวกฤษณา เตวิทย์ โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัดห้างฮกเฮงพาณิชย์ โดยนายบุญเลิศ เผือกเทียน ผู้จัดการ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการกรมอัยการ · โจทก์ - โจทก์ร่วม · โจทก์ - นางสาวกฤษณา เตวิทย์ · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัดห้างฮกเฮงพาณิชย์ โดยนายบุญเลิศ เผือกเทียน ผู้จัดการ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปรีชา สุมาวงศ์ · กุศล บุญยืน · สุวรรณพ กองวารี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1656/2512ฎีกา 666/2502ฎีกา 19406/2555ฎีกา 1124/2496ฎีกา 1000/2505ฎีกา 2460/2517ฎีกา 643/2497ฎีกา 1979/2521ฎีกา 5103/2528ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1499/2531ฎีกา 898/2534ฎีกา 5723-5724/2531ฎีกา 801/2503ฎีกา 1225-1235/2530ฎีกา 2379/2565ฎีกา 4541/2550ฎีกา 1079/2511ฎีกา 9326-9327/2544ฎีกา 380/2530ฎีกา 8404/2540ฎีกา 2927/2540ฎีกา 816/2492ฎีกา 169/2490
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา