คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 895/2523
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยเข้าร่วมกระทำความผิดกับพวกในการทำร้ายผู้ตาย แม้จำเลยจะไม่ได้เป็นผู้ลงมือทำร้ายจนเป็นเหตุถึงแก่ความตายโดยตรง แต่หากการตายของผู้ตายเกิดจากการกระทำของกลุ่มจำเลยที่ร่วมกันกระทำความผิด จำเลยก็ย่อมต้องรับผิดในฐานะตัวการร่วมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 290 ด้วย
ย่อคำพิพากษา
จำเลยกับพวกเคยมีสาเหตุกับผู้ตายมาก่อน ก่อนเกิดเหตุจำเลยกับพวกที่ร่วมกันทำร้ายผู้ตายได้เดินมาพบกับผู้ตายด้วยกัน เมื่อพวกของจำเลยเข้าชกต่อยเตะทำร้ายผู้ตายจำเลยก็เข้าร่วมทำร้ายด้วย หลังจากเกิดเหตุแล้วจำเลยกับพวกก็หลบหนีไปพร้อมกัน แสดงให้เห็นเจตนาของจำเลยกับพวกที่จะร่วมกันทำร้ายผู้ตายมาแต่ต้น แม้จำเลยจะได้ทำร้ายผู้ตายไม่ถึงเป็นอันตรายแก่กายหรือจิตใจก็ตาม เมื่อการตายของผู้ตายเกิดจากการแทงทำร้ายของพวกจำเลย ก็ย่อมถือว่าจำเลยร่วมเป็นตัวการในการผิดฐานทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้นั้นถึงแก่ความตาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 290
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองร่วมกับพวกอีกหลายคนชกต่อยและใช้มีดปลายแหลมเป็นอาวุธแทงทำร้ายนายธนู แววศรีเพริด โดยเจตนาฆ่าและจำเลยที่ ๒ มีปลอกกระสุนปืนชนิดต่าง ๆ ๕๒ ปลอก ไว้ในความครอบครองโดยไม่รับอนุญาต ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๘๓, ๙๑, ๓๒ พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา ๗, ๗๒
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๙๑ ปรับคนละ ๕๐๐ บาท และจำเลยที่ ๒ ผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา ๗, ๗๒ ปรับอีก ๔๐๐ บาท ข้อหาตามมาตรา ๒๘๘, ๘๓ ให้ยกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๐ ให้จำคุกคนละ ๕ ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
จำเลยที่ ๒ ผู้เดียวฎีกาว่า ไม่ได้ร่วมกับพวกทำร้ายผู้ตาย หากฟังว่าจำเลยที่ ๒ ทำร้ายผู้ตาย การกระทำของจำเลยที่ ๒ ก็ไม่ถึงกับเป็นอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ผู้ตายตายเพราะการกระทำของผู้อื่น
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยที่ ๒ กับพวกเคยมีสาเหตุกับผู้ตายมาก่อน และก่อนเกิดเหตุ จำเลยที่ ๒ กับพวกที่ร่วมกันทำร้ายผู้ตายได้เดินมาพบกับผู้ตายด้วยกัน เมื่อพวกของจำเลยที่ ๒ เข้าชกต่อยเตะทำร้ายผู้ตาย จำเลยที่ ๒ ก็เข้าร่วมทำร้ายด้วย หลังจากเกิดเหตุแล้ว จำเลยที่ ๒ กับพวกก็หลบหนีไปพร้อมกัน แสดงให้เห็นเจตนาของจำเลยที่ ๒ กับพวกที่จะร่วมกันทำร้ายผู้ตายมาแต่ต้น ฉะนั้น แม้การตายของผู้ตายจะเกิดจากการแทงทำร้ายของพวกจำเลยที่ ๒ โดยจำเลยที่ ๒ เพียงแต่ทำร้ายผู้ตายไม่ถึงเป็นอันตรายแก่กายหรือจิตใจก็ตาม ก็ย่อมถือว่า จำเลยที่ ๒ เป็นตัวการร่วม มีความผิดฐานทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้นั้นถึงแก่ความตาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๐ ดังคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ ที่จำเลยที่ ๒ อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ ๗๓/๒๕๙๓ ขึ้นเทียบเคียงไว้ ปรากฏว่าในคดีนั้นจำเลยต่างคนต่างทำร้ายผู้ตายและโจทก์ก็ไม่ได้ฟ้องกล่าวหาว่าจำเลยได้ร่วมสมคบกันทำร้าย ข้อเท็จจริงจึงแตกต่างกับคดีนี้ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยที่ ๒ มานั้นชอบแล้ว
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 895/2523
พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์
นายณรงค์ชัย หรือเหม็น รารุ่งเรือง กับพวก ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · ล. - นายณรงค์ชัย หรือเหม็น รารุ่งเรือง กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พิศิษฏ์ เทศะบำรุง · โสพิทย์ คังคะเกตุ · จินดา บุญศิริ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลอาญา - นายพูน จักรเสน · ศาลอุทธรณ์ - นายอาจ ปัญญาดิลก |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา