คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1116/2524
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การพ้นจากตำแหน่งเพราะเกษียณอายุถือเป็นการเลิกจ้าง และเงินทุนสงเคราะห์หรือเงินบำนาญที่จ่ายแตกต่างจากค่าชดเชยตามกฎหมาย ไม่ถือเป็นค่าชดเชย
ย่อคำพิพากษา
การจ้างลูกจ้างรู้ตัวล่วงหน้าว่าจะต้องออกจากงานเมื่อมีอายุครบ 60 ปีนั้น ไม่ถือเป็นการจ้างที่มีกำหนดระยะเวลาไว้แน่นอน
การพ้นจากตำแหน่งเพราะเกษียณอายุถือเป็นการเลิกจ้าง
เงินทุนสงเคราะห์ เงินบำนาญ ที่มีหลักเกณฑ์การจ่ายแตกต่างไปจากค่าชดเชยไม่ถือเป็นค่าชดเชย
นายจ้างประกาศให้ลูกจ้างทราบว่า การจ่ายเงินสงเคราะห์นั้น จ่ายเพิ่มขึ้นยิ่งกว่าที่กฎหมายแรงงานกำหนด และจ่ายโดยมีเจตนาจ่ายตามค่าชดเชย โดยนายจ้างออกประกาศฝ่ายเดียวภายหลังที่โจทก์ออกจากงานแล้วเช่นนี้ ไม่ถือเป็นข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ม.42 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.582 พระราชบัญญัติคุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ พ.ศ.2518 ม.9 พระราชบัญญัติคุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ พ.ศ.2518 ม.11 พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม.5 พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม.10 คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์เป็นลูกจ้างประจำ จำเลยเลิกจ้างโจทก์เพราะเกษียณอายุโดยค่าชดเชยให้เพียง ๓ เดือน ยังขาดอีก ๙๐ วัน ขอให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยเป็นเงิน ๖,๔๓๕ บาทแก่โจทก์
จำเลยให้การว่า จำเลยพ้นตำแหน่งตามกฎหมายไม่ใช่การเลิกจ้าง จำเลยรู้ตัวล่วงหน้าว่าจะต้องพ้นตำแหน่ง จำเลยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าโจทก์ไม่มีสิทธิได้รับค่าชดเชยโจทก์ได้รับเงินทดแทนเท่ากับเงินเดือน เงินกองทุนสงเคราะห์ และดอกเบี้ยกับเงินบำนาญซึ่งถือว่าเป็นค่าชดเชยแล้ว โจทก์จึงไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยอีก ขอให้ยกฟ้อง
ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า โจทก์ไม่ใช่ลูกจ้างประจำที่มีกำหนดระยะเวลาการจ้างไว้แน่นอน จำเลยไม่ให้โจทก์ทำงานและไม่จ่ายค่าจ้างต่อไปเป็นการเลิกจ้าง เงินกองทุนสงเคราะห์ เงินบำนาญที่จำเลยจ่ายให้แก่โจทก์เป็นเงินประเภทอื่นไม่ใช่ค่าชดเชยพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยให้แก่โจทก์ ๖,๔๓๕ บาท
จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา
ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า
การออกจากงานของโจทก์เพราะเหตุเกษียณอายุเป็นการเลิกจ้างตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน
การทีโจทก์รู้ตัวล่วงหน้าอยู่แล้วว่าจะต้องออกจากงานเมื่ออายุครบ ๖๐ ปีบริบูรณ์ ไม่ถือเป็นการจ้างที่มีกำหนดระยะเวลาไว้แน่นอน
เงินกองทุนสงเคราะห์ เงินบำนาญ มีหลักเกณฑ์การจ่ายแตกต่างไปจากค่าชดเชย เป็นเงินที่จ่ายโดยมีวัตถุประสงค์ยิ่งกว่าให้เป็นเงินจำนวนหนึ่งแก่ลูกจ้างเมื่อเลิกจ้าง จึงเป็นเงินประเภทอื่นที่จำเลยตกลงจ่ายให้แก่ลูกจ้าง หาเป็นค่าชดเชยไม่
จำเลยอุทธรณ์เป็นประการสุดท้ายว่า ประกาศของจำเลยเรื่องการจ่ายเงินค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้างและพนักงานลงวันที่ ๒๑ มกราคม ๒๕๒๐ เป็นข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง เพราะจำเลยได้ประกาศให้พนักงานรวมทั้งโจทก์ได้ทราบแล้วว่า พนักงานคนงานมีสิทธิได้รับการสงเคราะห์ตามข้อบังคับและระเบียบต่าง ๆ ของจำเลย ซึ่งเป็นการจ่ายเพิ่มขึ้นยิ่งกว่ากฎหมายแรงงานกำหนด และจำเลยจ่ายโดยมีเจตนาจ่ายแทนค่าชดเชย จำเลยจึงไม่ต้องจ่ายเงินใด ๆ ให้โจทก์อีกพิเคราะห์แล้วแม้จะได้ความว่าจำเลยได้ออกประกาศตามที่อุทธรณ์ แต่เป็นประกาศที่จำเลยออกฝ่ายเดียวภายหลังที่โจทก์ออกจากงานแล้ว จึงไม่เป็นข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง ดังจำเลยอ้าง ศาลแรงงานกลางพิพากษาชอบแล้ว
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1116/2524
นายสนิท เนียมสุวรรณ โจทก์
การท่าเรือแห่งประเทศไทย จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายสนิท เนียมสุวรรณ · จำเลย - การท่าเรือแห่งประเทศไทย |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สมบูรณ์ บุญภินนท์ · ขจร หะวานนท์ · ธาดา วัชรานันท์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแรงงานกลาง - นายเกษมสันต์ วิลาวรรณ · ศาลอุทธรณ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา