⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1649/2524

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1649/2524

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การแสดงเจตนาทำนิติกรรมโดยชอบแล้ว นิติกรรมนั้นย่อมสมบูรณ์ใช้บังคับได้ และคู่สัญญาจะนำสืบพยานบุคคลเพื่อเปลี่ยนแปลงหรือตัดทอนข้อความในเอกสารที่กฎหมายบังคับให้ต้องมีพยานเอกสารไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

จำเลยให้การรับว่าโอนทรัพย์พิพาทยกให้โจทก์ แต่มิได้ต่อสู้ว่าการแสดงเจตนาของจำเลยมิใช่เจตนาอันแท้จริงนิติกรรมย่อมสมบูรณ์ใช้บังคับได้ เมื่อจำเลยไม่มีสิทธิเรียกทรัพย์พิพาทคืนจากโจทก์ คดีจึงไม่จำเป็นที่จะต้องวินิจฉัยว่า จำเลยโอนทรัพย์พิพาทให้แก่โจทก์เพื่อตีใช้หนี้หรือให้โดยเสน่หา เพราะถึงแม้จะวินิจฉัยเป็นประการใด กรรมสิทธิ์ในทรัพย์พิพาทก็ไม่มีทางกลับคืนมาเป็นของจำเลยได้ ตามหนังสือสัญญาให้ที่ดินพิพาทไม่ปรากฏว่ามีข้อตกลงว่าโจทก์จะต้องโอนทรัพย์พิพาทบางส่วนให้แก่บุตรจำเลยเมื่อเติบโตพอสมควร และโจทก์จะต้องอุปการะเลี้ยงดูบุตรจำเลยด้วยดังที่จำเลยกล่าวอ้างแต่อย่างใด ในกรณีที่กฎหมายบังคับให้ต้องมีพยานเอกสารมาแสดงเช่นนี้ จำเลยจะนำสืบพยานบุคคลเพิ่มเติม ตัดทอนหรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความในเอกสารนั้นหาได้ไม่ เพราะต้องห้ามมิให้ศาลรับฟังตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 คดีนี้พิพาทกันระหว่างโจทก์จำเลยซึ่งเป็นคู่สัญญาโดยเฉพาะ เมื่อทรัพย์พิพาทเป็นของโจทก์ โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยได้ หากบุตรของจำเลยซึ่งเป็นบุคคลภายนอกมีสิทธิเรียกให้โจทก์ชำระหนี้ประการใด ก็ชอบที่จะฟ้องร้องว่ากล่าวเป็นคดีต่างหาก

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.94 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.374 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.525

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์จำเลยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินและบ้าน ต่อมาจำเลยได้โอนกรรมสิทธิ์ที่ดินและบ้านส่วนของจำเลยให้โจทก์เป็นการใช้หนี้เงินกู้แต่จดทะเบียนโอนในประเภทยกให้ แล้วจำเลยขออาศัยอยู่ในบ้านซึ่งปลูกอยู่ในที่ดินดังกล่าว บัดนี้โจทก์ต้องการใช้บ้านดังกล่าว จำเลยกลับเพิกเฉยไม่ยอมออกไป ขอให้ขับไล่จำเลยและบริวาร จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า จำเลยโอนทรัพย์พิพาทให้โจทก์โดยมีข้อตกลงว่าโจทก์จะต้องโอนทรัพย์พิพาทบางส่วนให้แก่บุตรจำเลย และต้องอุปการะเลี้ยงดูบุตรของจำเลยด้วย อันเป็นการโอนให้โดยมีค่าภารติดพัน โจทก์ไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงและกล่าวหมิ่นประมาทจำเลยอย่างร้ายแรง จำเลยจึงขอถอนคืนการให้ ขอให้ยกฟ้องโจทก์และบังคับโจทก์จดทะเบียนโอนทรัพย์ดังกล่าวคืนจำเลย จำเลยให้การแก้ฟ้องแย้งว่า โจทก์ไม่เคยตกลงกับจำเลยและไม่เคยใส่ความจำเลย ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์และยกฟ้องแย้งจำเลย โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ประเด็นที่ว่า โจทก์ประพฤติผิดเงื่อนไขการให้ถึงขนาดจำเลยมีสิทธิเพิกถอนการให้ได้หรือไม่ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าโจทก์มิได้หมิ่นประมาทจำเลยอย่างร้ายแรง จำเลยไม่มีสิทธิในทรัพย์พิพาท พิพากษายกฟ้องแย้งจำเลยจำเลยไม่อุทธรณ์ จึงเป็นอันยุติ คงมีประเด็นมาสู่ศาลฎีกาเพียงข้อเดียวว่า การโอนทรัพย์ตามฟ้องเป็นการโอนเพื่อตีใช้หนี้หรือให้โดยเสน่หาอันมีค่าภารติดพัน ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยมิได้ต่อสู้ว่าการแสดงเจตนาของจำเลยมิใช่เจตนาอันแท้จริง นิติกรรมย่อมสมบูรณ์ใช้บังคับได้ เมื่อจำเลยไม่มีสิทธิเรียกทรัพย์คืนจากโจทก์ตามฟ้องแย้งคดีจึงไม่จำเป็นที่จะต้องวินิจฉัยว่าจำเลยโอนทรัพย์พิพาทให้แก่โจทก์เพื่อตีใช้หนี้หรือให้โดยเสน่หา เพราะถึงแม้จะวินิจฉัยเป็นประการใด กรรมสิทธิ์ในทรัพย์พิพาทก็ไม่มีทางกลับคืนมาเป็นของจำเลยได้ในคดีนี้ ที่จำเลยต่อสู้ว่า จำเลยโอนทรัพย์พิพาทให้โจทก์โดยมีข้อตกลงว่าโจทก์จะต้องโอนทรัพย์พิพาทบางส่วนให้แก่บุตรของจำเลยและต้องอุปการะเลี้ยงดูบุตรของจำเลยด้วย ศาลฎีกาเห็นว่า ทรัพย์พิพาทเป็นอสังหาริมทรัพย์ การให้โดยเสน่หาซึ่งอสังหาริมทรัพย์ต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 525 ตามหนังสือสัญญาให้ดังกล่าวไม่ปรากฏว่ามีข้อตกลงดังที่จำเลยกล่าวอ้างแต่อย่างใดในกรณีที่กฎหมายบังคับให้ต้องมีพยานเอกสารมาแสดงเช่นนี้ จำเลยจะนำสืบพยานบุคคลเพิ่มเติม ตัดทอนหรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความในเอกสารนั้นหาได้ไม่เพราะต้องห้ามมิให้รับฟังตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 เมื่อจำเลยไม่มีพยานเอกสารมานำสืบประกอบข้ออ้าง ข้อเท็จจริงย่อมฟังไม่ได้ว่าที่จำเลยโอนทรัพย์พิพาทให้แก่โจทก์นั้นเป็นการโอนให้โดยมีค่าภารติดพัน คดีนี้พิพาทกันระหว่างโจทก์กับจำเลยซึ่งเป็นคู่สัญญาโดยเฉพาะ เมื่อทรัพย์พิพาทเป็นของโจทก์ โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยได้ หากบุตรของจำเลยซึ่งเป็นบุคคลภายนอกมีสิทธิเรียกให้โจทก์ชำระหนี้ประการใด ก็ชอบที่จะฟ้องร้องว่ากล่าวเป็นคดีต่างหาก พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกไปจากบ้านพิพาท ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1649/2524 นางตลิบ การสมโชค โจทก์ นายสำราญ เพ็งพานิช จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางตลิบ การสมโชค · จำเลย - นายสำราญ เพ็งพานิช
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ศักดิ์ สนองชาติ · สนิท อังศุสิงห์ · สำเนียง ด้วงมหาสอน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 770/2535ฎีกา 99/2541ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2409/2551ฎีกา 1561/2520ฎีกา 3616/2558ฎีกา 7903/2568ฎีกา 2026/2494ฎีกา 5332/2553ฎีกา 4549/2540ฎีกา 794/2509ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1765/2492ฎีกา 1084/2539ฎีกา 1896/2492ฎีกา 7051/2540ฎีกา 6321/2544ฎีกา 72/2505ฎีกา 4432/2534ฎีกา 8444/2538ฎีกา 2170/2517ฎีกา 6058/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา