⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1726/2524

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1726/2524

ป.วิ.แพ่ง ม.287

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หนี้ที่สามีภริยาก่อขึ้นเพื่อประโยชน์ของครอบครัว หรือเพื่อการค้าที่สามีภริยาร่วมกันดำเนินกิจการ ถือเป็นหนี้ร่วมกันระหว่างสามีภริยา

ย่อคำพิพากษา

จำเลยซึ่งเป็นสามีผู้ร้องกู้เงินมาลงทุนเอากำไรมาใช้จ่ายเลี้ยงครอบครัว เป็นหนี้ที่เกี่ยวข้องกับสินบริคณห์และการอุปการะเลี้ยงดู ซึ่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1482 เดิม ให้ถือว่าเป็นหนี้ร่วมกันระหว่างสามีภรรยา ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิขอกันส่วนในเงินขายทอดตลาดที่ดินซึ่งเป็นสินสมรส

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.287

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.287 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องว่า ผู้ร้องมีสิทธิขอให้กันส่วนเงินขายทอดตลาดที่ดินทั้ง 4 แปลง ตามคำร้องหรือไม่ พิเคราะห์แล้ว เห็นว่าตามคำร้องของผู้ร้องอ้างว่าที่ดินทั้ง 4 แปลง เป็นทรัพย์สินที่ผู้ร้องกับจำเลยร่วมกันทำมาหาได้ภายหลังจดทะเบียนสมรสกันแล้วทั้งสิ้น ดังนั้นทรัพย์ดังกล่าวจึงเป็นสินสมรส ปัญหาต่อไปว่า หนี้ที่จำเลยซึ่งเป็นสามีผู้ร้องมีต่อโจทก์ เห็นหนี้ร่วมอันผู้ร้อง จะต้องรับผิดด้วยหรือไม่ ข้อเท็จจริงได้ความว่า จำเลยผู้เป็นสามีของผู้ร้องมีชื่อเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินอันเป็นสินสมรสทั้ง 4 แปลง โดยความยินยอมของผู้ร้องเพื่อเป็นการสะดวกในการทำนิติกรรม จำเลยได้นำที่ดินไปจำนองโจทก์ 2 แปลง เงินที่จำเลยกู้โจทก์มานี้จำเลยใช้ในกิจการรับเหมาก่อสร้างซึ่งเป็นอาชีพปกติของจำเลย นำรายได้มาใช้จ่ายในครอบครัวเดือนละ 500 บาท ผู้ร้องซึ่งเป็นภรรยาจำเลยทำการเลี้ยงสัตว์และค้าขายเล็ก ๆ น้อย ๆ มีรายได้ไม่พอจ่ายในครอบครัวเพราะต้องใช้จ่ายเดือนละ 1,000 บาทเศษ ก่อนกู้เงินโจทก์ การก่อสร้างมีกำไร นอกจากจำเลยนำรายได้มาให้ภรรยาใช้จ่ายในครอบครัวแล้ว ยังนำมาหมุนเวียนในกิจการก่อสร้าง มีการซื้อเครื่องจักรย่อยหินและรถยนต์ ต่อมาการก่อสร้างขาดทุน จำเลยจึงกู้เงินโจทก์มาใช้จ่ายในกิจการก่อสร้างของตน ดังนี้เมื่อปรากฏว่าจำเลยเป็นผู้มีอำนาจจัดการสินบริคณห์ตามลำพังตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ถือได้ว่าหนี้ที่จำเลยก่อขึ้นเป็นหนี้ที่เกี่ยวข้องกับ สินบริคณห์และการอุปการะเลี้ยงดู ซึ่งมาตรา 1482 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เดิม ให้ถือว่าเป็นหนี้ร่วมกันระหว่างสามีภรรยา ดังนั้น ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิขอให้กันส่วนในเงินขายทอดตลาดที่ดินทั้ง 4 แปลงได้ตามคำร้อง" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1726/2524 ธนาคารกรุงเทพพาณิชยการ จำกัด โจทก์ นายสุเทพ อินทะมา จำเลย นางบัวแก้ว อินทะมา ผู้ร้อง

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคารกรุงเทพพาณิชยการ จำกัด · จำเลย - นายสุเทพ อินทะมา · ผู้ร้อง - นางบัวแก้ว อินทะมา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เริ่ม ธรรมดุษฎี · ปรีชา สุมาวงศ์ · อำนวย อินทุภูติ
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 770/2535ฎีกา 4677/2549ฎีกา 1776/2512ฎีกา 5531/2534ฎีกา 181/2512ฎีกา 2451/2548ฎีกา 3745/2530ฎีกา 1413/2508ฎีกา 541/2509ฎีกา 2116/2565ฎีกา 3139/2537ฎีกา 4832/2536ฎีกา 679/2532ฎีกา 1141/2540ฎีกา 5390/2539ฎีกา 3655/2538ฎีกา 7447/2550ฎีกา 2618/2524ฎีกา 23/2508ฎีกา 1353/2554ฎีกา 46/2535ฎีกา 229/2537ฎีกา 1605/2537ฎีกา 5478/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา