คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2227/2524
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่โจทก์เพียงแต่ยื่นบัญชีพยานอ้างคดีอาญาที่จำเลยเคยถูกพิพากษาจำคุกและระบุว่าอยู่ที่ศาลนั้น ไม่ถือเป็นการนำสืบให้ปรากฏว่าจำเลยเคยต้องโทษมาแล้ว จึงไม่สามารถเพิ่มโทษจำเลยได้
ย่อคำพิพากษา
โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยเคยต้องโทษจำคุกมาแล้วขอให้เพิ่มโทษจำเลยเมื่อจำเลยมิได้ให้การรับในข้อเคยต้องโทษจำคุกและโจทก์เพียงแต่ยื่นบัญชีพยานอ้างคดีอาญาที่อ้างว่าจำเลยเคยถูกศาลพิพากษาจำคุกและระบุไว้ในช่องหมายเหตุบัญชีพยานว่าอยู่ที่ศาลให้ศาลเรียกมาซึ่งการระบุเช่นนั้นมิใช่เป็นคำขอหากเป็นแต่เพียงแจ้งวิธีการที่จะนำพยานหลักฐานมาสู่ศาลเท่านั้นถือว่าโจทก์มิได้นำสืบให้ปรากฏว่าจำเลยเคยต้องโทษมาแล้วจึงเพิ่มโทษจำเลยไม่ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยมีเฮโรอีนไฮโดรคลอไรด์อันเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเฮโรอีนดังกล่าว ก่อนคดีนี้จำเลยเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดตามคดีหมายเลขแดงที่ 9686/2521ของศาลอาญา ฐานกระทำผิดต่อพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษจำคุก 9 เดือน มากระทำผิดในคดีนี้อีกภายในห้าปีนับแต่วันพ้นโทษ ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 ริบของกลางและเพิ่มโทษจำเลย
จำเลยให้การรับว่ามีเฮโรอีนไว้ในครอบครองจริง แต่ปฏิเสธว่าไม่ได้มีไว้เพื่อจำหน่าย
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานจำหน่ายเฮโรอีนตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ ลงโทษจำคุก เพิ่มโทษ ริบเฮโรอีน คืนธนบัตรของกลางแก่เจ้าทรัพย์
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยมีไว้ในครอบครองซึ่งเฮโรอีนอันเป็นยาเสพติดให้โทษเท่านั้น ส่วนที่ขอให้เพิ่มโทษโจทก์ก็มิได้นำสืบว่าจำเลยเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุก พิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 67 ให้ลงโทษจำคุก ให้ยกคำขอโจทก์ที่ขอให้เพิ่มโทษจำเลย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงว่า จำเลยมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อเสพมิได้มีไว้เพื่อจำหน่ายและจำหน่าย วินิจฉัยข้อกฎหมายว่า ที่โจทก์ขอให้เพิ่มโทษจำเลยนั้น จำเลยมิได้ให้การรับในข้อเคยต้องโทษจำคุกตามฟ้อง และโจทก์มิได้นำสืบว่าจำเลยเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุกตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ และได้กระทำผิดในคดีนี้อีกภายในเวลาห้าปีนับแต่วันพ้นโทษ โจทก์เพียงแต่ยื่นบัญชีพยานอ้างคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 9686/2521 ระบุว่าอยู่ที่ศาลอาญาให้ศาลเรียกมา แต่โจทก์มิได้มีคำขอให้ศาลเรียกเข้ามาในคดีจะถือว่าถ้อยคำในช่องหมายเหตุของบัญชีพยานที่ระบุว่าให้ศาลเรียกมาเป็นคำขอในตัวนั้นไม่ได้ เพราะการระบุเช่นนั้นเป็นแต่เพียงแจ้งวิธีการที่จะนำพยานหลักฐานมาสู่ศาลเท่านั้น ข้อที่ขอให้เพิ่มโทษถือว่าโจทก์มิได้นำสืบแสดงพยานหลักฐานให้ปรากฏว่าจำเลยเคยต้องโทษมาแล้วตามฟ้อง จึงไม่อาจเพิ่มโทษจำเลยได้
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2227/2524
พนักงานอัยการกรมอัยการ โจทก์
นายเฉลิมศักดิ์ มาเซ็น จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการกรมอัยการ · จำเลย - นายเฉลิมศักดิ์ มาเซ็น |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เริ่ม ธรรมดุษฎี · สมชัย ทรัพยวณิช · อำนวย อินทุภูติ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา