⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2328/2524

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2328/2524

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งกฎหมายห้ามไว้ และศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัยในประเด็นดังกล่าว ย่อมทำให้จำเลยไม่อาจฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงในประเด็นเดียวกันนั้นได้อีกต่อไป

ย่อคำพิพากษา

คดีที่ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง และศาลอุทธรณ์ก็ไม่รับวินิจฉัยปัญหาข้อเท็จจริงให้ตามที่จำเลยอุทธรณ์ จำเลยจะฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงอีกมิได้ เพราะไม่ได้ว่ากล่าวกันมาแล้วในชั้นอุทธรณ์ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ เป็นเจ้าของและผู้ครอบครองรถยนต์หมายเลขทะเบียน น.บ.๐๓๓๓๘ ซึ่งนายเหลือบเป็นลูกจ้างทำหน้าที่ขับ จำเลยที่ ๓ รับประกันภัยรถดังกล่าว เมื่อวันที่ ๕ ตุลาคม๒๕๑๙ นายเหลือบขับรถดังกล่าวในทางการที่จ้างของจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ด้วยความประมาทพลิกคว่ำขวางทางในเส้นทางที่รถยนต์คันหมายเลขทะเบียน ก.ท.ฝ.๘๒๑๒ ของกรมทางหลวงที่แล่นสวนทางมา โดยมีนายแสวงเป็นผู้ขับและโจทก์นั่งมาด้วย นายแสวงไม่อาจหยุดรถหรือหลบหลีกได้ จึงแล่นเข้าชนรถของจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ทำให้โจทก์ได้รับบาดเจ็บ ขอให้จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์๒๐,๐๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ย จำเลยที่ ๑ ให้การว่า โจทก์ไม่ได้นั่งมาในรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน ก.ท.ฝ.๘๒๑๒ นายเหลือบมิใช่ลูกจ้างกระทำการในทางการที่จ้างของจำเลยที่ ๑ เหตุเกิดขึ้นเพราะความประมาทของนายแสวง จำเลยที่ ๒ ให้การว่า นายเหลือบไม่ใช่ลูกจ้างทำการในทางการที่จ้างของจำเลยที่ ๒ เหตุเกิดเพราะคนขับรถคันที่โจทก์นั่งมาประมาทรถยนต์ที่นายเหลือบขับพลิกคว่ำเพราะเหตุสุดวิสัย จำเลยที่ ๓ ให้การว่า ขณะเกิดเหตุรถยนต์คันหมายเลขทะเบียนน.บ.๐๓๓๓๘ ไม่ได้อยู่ในความครอบครองของจำเลยที่ ๑ เพราะขายให้จำเลยที่ ๒ นายเหลือบเป็นลูกจ้างจำเลยที่ ๒ จำเลยที่ ๑ ไม่ต้องรับผิดร่วมกับจำเลยที่ ๒ จำเลยที่ ๓ รับประกันภัยรถยนต์คันนี้แต่จำเลยที่ ๑ ขายไปโดยไม่ได้แจ้งให้จำเลยที่ ๓ ทราบ เป็นการเปลี่ยนแปลงการครอบครองวัตถุประสงค์แห่งสัญญาประกันภัยสัญญาตกเป็นโมฆะ จำเลยที่ ๓ ไม่ต้องรับผิด หากจำเลยที่ ๓ต้องรับผิด ก็คงรับผิดตามเงื่อนไขในกรมธรรม์ประกันภัยเท่านั้นและเหตุเกิดเพราะความประมาทของนายแสวง ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้เงิน ๑๐,๐๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ย จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าคดีนี้ทุนทรัพย์ที่พิพาทไม่เกินสองหมื่นบาทต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๔ ไม่รับวินิจฉัยให้ พิพากษายกอุทธรณ์ จำเลยที่ ๑ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยที่ ๑ ฎีกาว่าโจทก์ไม่สามารถนำสืบได้ว่านายเหลือบกระทำการในทางการที่จ้างของจำเลยที่ ๑โจทก์สืบไม่สมฟ้องนั้นเป็นปัญหาข้อเท็จจริง คดีนี้ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง และศาลอุทธรณ์ก็ไม่รับวินิจฉัยข้อเท็จจริงให้ ตามที่จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ จำเลยที่ ๑ จะฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงอีกมิได้ เพราะไม่ได้ยกขึ้นว่ากล่าวกันมาแล้วในชั้นศาลอุทธรณ์ ต้องห้ามตามมาตรา ๒๔๙ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง พิพากษายกฎีกาจำเลยที่ ๑ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2328/2524 นายประสิทธิ์ อนุวงศ์ โจทก์ นายพร้อม พานิชยการ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายประสิทธิ์ อนุวงศ์ · จำเลย - นายพร้อม พานิชยการ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เพียร ศรีอรุณ · ประสม ศรีเจริญ · กิติ บูรพรรณ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายสุพล พันธุมโน · ศาลอุทธรณ์ - นายแถม กุลนานันท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 770/2535ฎีกา 6025/2538ฎีกา 3206/2537ฎีกา 99/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2409/2551ฎีกา 3616/2558ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1030/2509ฎีกา 710/2542ฎีกา 8884/2543ฎีกา 194/2543ฎีกา 5332/2553ฎีกา 4549/2540ฎีกา 4041/2542ฎีกา 1360/2544ฎีกา 6321/2544ฎีกา 4432/2534ฎีกา 218/2481ฎีกา 8444/2538ฎีกา 6058/2538ฎีกา 1165/2537ฎีกา 100/2540ฎีกา 5806-5807/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา