⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 24/2524

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 24/2524

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเบิกความอันเป็นเท็จต่อศาลจะเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177 ได้ ก็ต่อเมื่อความเท็จนั้นเป็นข้อสำคัญในคดี และข้อเท็จจริงดังกล่าวต้องปรากฏชัดแจ้งในคำฟ้อง

ย่อคำพิพากษา

การเบิกความอันเป็นเท็จต่อศาลในการพิจารณาคดีนั้นจะเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177 ก็ต่อเมื่อความเท็จนั้นเป็นข้อสำคัญในคดี เมื่อคำฟ้องโจทก์มิได้กล่าวว่าความเท็จตามที่จำเลยเบิกความนั้นเป็นข้อสำคัญในคดี ทั้งตามคำบรรยายฟ้องของโจทก์เมื่ออ่านโดยตลอดแล้วก็ยังไม่เป็นที่เข้าใจได้อยู่ในตัวว่าความเท็จตามที่จำเลยเบิกความมีความสำคัญเช่นนั้น ฟ้องโจทก์จึงขาดองค์ประกอบของความผิดตามบทกฎหมายดังกล่าวข้างต้น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.177

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า (๑) เมื่อวันที่ ๑๗ มกราคม ๒๕๒๑ เวลากลางวัน จำเลยที่ ๑ ได้ยื่นฟ้องโจทก์ต่อศาลอาญากล่าวหาว่าโจทก์ออกเช็คธนาคารนครหลวงไทย จำกัด หมายเลข ๒๗๒๘๕๖ ลงวันที่ ๕ กันยายน ๒๕๒๐ สั่งจ่ายเงิน ๕๐,๐๐๐ บาท เพื่อชำระหนี้ให้จำเลย เมื่อจำเลยนำเช็คไปขึ้นเงิน ธนาคารได้ปฏิเสธการจ่ายเงิน โดยแจ้งว่าบัญชีของโจทก์ปิดแล้ว ขอให้ลงโทษโจทก์ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.๒๔๙๗ มาตรา ๓ ปรากฏตามสำนวนคดีหมายเลขดำที่ ๙๐๒/๒๕๒๑ หมายเลขแดงที่ ๒๘๕๑/๒๕๒๒ ซึ่งเป็นความเท็จและจำเลยรู้อยู่ว่าโจทก์มิได้กระทำความผิดตามฟ้อง กล่าวคือ จำเลยรู้อยู่ว่าโจทก์ออกเช็คดังกล่าวเพื่อแลกกับเช็คเก่าที่โจทก์ออกให้จำเลยไว้ ซึ่งจำเลยนำไปร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนพร้อมกับยอมความเลิกคดี ซึ่งจำเลยตกลงจะถอนคำร้องทุกข์ แต่แล้วจำเลยไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงในการยอมความดังกล่าว กลับยืนยันต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีที่ร้องทุกข์ไว้นั้นต่อไป ต่อมาโจทก์ถูกฟ้องเป็นคดีอาญา ซึ่งในเมื่อจำเลยตกลงใจที่จะหวนกลับไปใช้สิทธิในคดีเดิม จำเลยย่อมไม่มีฐานะเป็นผู้ทรงเช็คพิพาทอันจะทำให้จำเลยมีสิทธินำเช็คใหม่ที่พิพาทไปขึ้นเงินแล้วนำมาฟ้องโจทก์เป็นคดีอาญา ฟ้องโจทก์ดังกล่าวจึงเป็นฟ้องเท็จ (๒) ในชั้นพิจารณา เมื่อวันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๒๑ เวลากลางวัน จำเลยที่ ๑ ได้บังอาจเบิกความอันเป็นเท็จต่อศาลอาญาว่าเมื่อต้นเดินกรกฎาคม ๒๕๒๐ โจทก์ได้ติดต่อขอซื้อไก่จากจำเลยที่ ๑ ที่อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา และได้ตกลงซื้อไก่กันเป็นจำนวนเงิน ๔๐,๐๐๐ บาทเศษ ครั้นถึงเดือนสิงหาคม ๒๕๒๐ โจทก์มิได้มาคิดบัญชีค่าซื้อไก่กับจำเลยที่ ๑ แล้วโจทก์ได้ออกเช็คชำระค่าไก่ให้จำเลยที่ ๑ เป็นเช็คธนาคารนครหลวงไทย จำกัด ลงวันที่ ๕ กันยายน ๒๕๒๐ จำนวนเงิน ๕๐,๐๐๐ บาท ส่วนเศษจาก ๕๐,๐๐๐ บาทนั้นชำระเป็นเงินสด จำเลยที่ ๒ เป็นสามีของจำเลยที่ ๑ รู้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการออกเช็คฉบับพิพาทดังกล่าวดี ยังบังอาจเบิกความอันเป็นเท็จต่อศาลอาญาเมื่อวันที่ ๑๗ ตุลาคม ๒๕๒๑ เวลากลางวัน ด้วยข้อความที่สอดคล้องกับคำฟ้องและคำเบิกความของจำเลยที่ ๑ ข้อความที่จำเลยทั้งสองเบิกความนั้นเป็นความเท็จทั้งสิ้น กล่าวคือโจทก์มิได้ออกเช็คพิพาทเพื่อชำระหนี้ค่าซื้อไก่ แต่ออกเช็คเพื่อยอมความเลิกคดีอาญาตามเช็คฉบับเก่าของโจทก์ที่อยู่กับจำเลย แล้วจำเลยบิดพลิ้วไม่ยอมถอนคำร้องทุกข์เกี่ยวกับเช็คฉบับเก่าตามฟ้องข้อ (๑) จำเลยทั้งสองรู้ดีอยู่แล้วว่า ข้อความที่เบิกความเป็นพยานต่อศาลนั้นเป็นความเท็จ เหตุเกิดที่ศาลอาญา แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๗๕, ๑๗๗ วรรคสอง, ๙๑ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่าคำฟ้องที่จำเลยที่ ๑ ฟ้องโจทก์นั้นไม่เป็นความเท็จและไม่มีมูลเป็นความผิดทางอาญา ส่วนคำเบิกความของจำเลยทั้งสองนั้นถ้าไม่เป็นความจริง ก็ไม่ใช่ข้อสำคัญในคดีไม่เป็นความผิดฐานเบิกความเท็จ พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา คดีมาสู่ศาลฎีกาเฉพาะข้อหาฐานเบิกความเท็จซึ่งศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาไว้เท่านั้น ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การเบิกความอันเป็นเท็จต่อศาลในการพิจารณาคดีนั้นจะเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๗๗ ก็ต่อเมื่อความเท็จนั้นเป็นข้อสำคัญในคดี แต่คำฟ้องคดีนี้โจทก์มิได้กล่าวว่าความเท็จตามที่จำเลยเบิกความนั้นเป็นข้อสำคัญในคดี และตามคำบรรยายฟ้องดังกล่าวข้างต้นนั้น เมื่ออ่านโดยตลอดแล้วก็ยังไม่เป็นที่เข้าใจได้อยู่ในตัวว่าความเท็จตามที่จำเลยเบิกความมีความสำคัญเช่นนั้น ฟ้องโจทก์จึงขาดองค์ประกอบของความผิดตามบทกฎหมายที่ขอให้ลงโทษจำเลย พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 24/2524 นายประกอบ นวสันติ โจทก์ นางพัชราภรณ์ เรืองรัตน์ กับพวก ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายประกอบ นวสันติ · ล. - นางพัชราภรณ์ เรืองรัตน์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประทีป ชุ่มวัฒนะ · สมบัติ วังตาล · สมศักดิ์ ปาลวัฒน์วิไชย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายไพริน มะนุญพร · ศาลอุทธรณ์ - นายเพียร สุมิระ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 173/2514ฎีกา 700/2506ฎีกา 4784/2529ฎีกา 3014/2531ฎีกา 765/2532ฎีกา 730/2516ฎีกา 22/2466ฎีกา 5558/2534ฎีกา 3584/2524ฎีกา 18211/2555ฎีกา 374/2537ฎีกา 1998/2553ฎีกา 1778/2526ฎีกา 2751/2524ฎีกา 191/2520ฎีกา 2539/2519ฎีกา 1349/2533ฎีกา 558/2548ฎีกา 582-583/2503ฎีกา 904/2516ฎีกา 1566/2525ฎีกา 769-770/2539ฎีกา 3098/2539ฎีกา 2034/2520
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา