คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2594/2524
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การอ้างเหตุจำเป็นในชั้นฎีกา โดยยกข้อเท็จจริงที่ไม่ปรากฏในสำนวนและมิได้ยกขึ้นว่ากันมาแต่ในศาลชั้นต้น เป็นฎีกาที่ต้องห้ามตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
จำเลยทั้งสองถูกฟ้องว่ากระทำการปิดกั้นและทดน้ำในลำน้ำอันเป็นการทำให้เสื่อมประโยชน์แก่ทางน้ำสาธารณะ จำเลยทั้งสอง ให้การและนำสืบทำนองเดียวกันว่าได้กระทำด้วยความจำเป็นเพื่อให้จำเลยและคนงานมีน้ำกินน้ำใช้ เช่นนี้ การที่จำเลยที่ 1 ฎีกาข้อกฎหมายอ้างว่ากระทำไปด้วยความจำเป็น. โดยยกข้อเท็จจริงเพื่อนำไปสู่ปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าวว่าเพื่อนำน้ำเข้าใช้ในกิจการเหมืองแร่ ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงที่ไม่ปรากฏในสำนวนและมิได้ยกขึ้นว่ากันมาแต่ในศาลชั้นต้น ฎีกาข้อกฎหมายของจำเลยที่ 1 จึงต้องห้ามตามกฎหมาย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๒๒ ถึงวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๒ จำเลยทั้งสองร่วมกันกระทำการปิดกั้นและทดน้ำในลำน้ำห้วยเจดีย์อันเป็นการทำให้เสื่อมประโยชน์แก่ทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากทรัพยากรธรณีประจำท้องที่ ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติแร่ ฯลฯ
จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ อ้างว่าบริษัทสินแร่สยามซึ่งทำเหมืองแร่อยู่เหนือน้ำของเหมืองแร่จำเลยที่ ๑ กลั่นแกล้งปิดน้ำในลำห้วย ทำให้จำเลยและคนงานในเหมืองของจำเลยไม่มีน้ำกินน้ำใช้จึงต้องไปปิดกั้นอีกลำห้วยหนึ่งมาใช้ด้วยความจำเป็น ขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยกระทำความผิดโดยมิใช่อยู่ในสถานการณ์ที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงให้พ้นโดยวิธีอื่นใดได้ จำเลยทำการปิดกั้นทางน้ำสาธารณะเพียงเพื่อความสะดวกสบายในการนำน้ำมาใช้บริโภคเท่านั้นฟังไม่ได้ว่าจำเลยกระทำความผิดด้วยความจำเป็น พิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติแร่ ฯลฯ
จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยที่ ๑ ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งรับเฉพาะฎีกาข้อกฎหมายที่ว่า จำเลยที่ ๑สั่งให้จำเลยที่ ๒ ปิดกั้นและทดน้ำจากทางน้ำสาธารณะเพื่อใช้ในกิจการเหมืองแร่ของจำเลยที่ ๑ โดยตรง เป็นการกระทำความผิดด้วยความจำเป็นหรือไม่
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่จะพิจารณาว่าเป็นการกระทำความผิดด้วยความจำเป็นหรือไม่ จะต้องพิจารณาข้อเท็จจริงก่อน กรณีนี้จำเลยนำสืบแต่เพียงว่าจำเลยต้องปิดกั้นและทดน้ำจากทางน้ำสาธารณะเพื่อให้คนงานและครอบครัวของคนงานใช้สอยเท่านั้น มิได้นำสืบว่ามีความจำเป็นเพื่อใช้ในกิจการเหมืองแร่โดยตรง ข้อเท็จจริงที่จำเลยที่ ๑ อ้างเพื่อนำไปสู่ปัญหาข้อกฎหมายนั้น จึงเป็นข้อเท็จจริงที่ไม่ปรากฏในสำนวนทั้งมิได้ยกขึ้นว่ากันมาแต่ในศาลชั้นต้น ฎีกาข้อกฎหมายที่จำเลยที่ ๑ อ้างจึงต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๑๙๕ ประกอบด้วยมาตรา ๒๒๕ ศาลฎีกาวินิจฉัยให้ไม่ได้
พิพากษายกฎีกาของจำเลยที่ ๑
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2594/2524
พนักงานอัยการประจำศาลแขวงราชบุรี โจทก์
นายสี วรรณเทวี กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลแขวงราชบุรี · จำเลย - นายสี วรรณเทวี กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สง่า อำพันแสง · ไพบูลย์ ไวกาสี · ประสาท บุณยรังษี |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแขวงราชบุรี - นายวิชาญ หิรัญรุจิพงษ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายมาโนช เพียรสนอง |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา