⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2877/2524

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2877/2524

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การตกลงให้มีการรับเงินกันที่ใดเป็นคนละเรื่องกับการเกิดของสัญญา สถานที่ที่มีมูลคดีเกิดขึ้นคือสถานที่ที่สัญญาได้ก่อให้เกิดผลผูกพันตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

โจทก์อ้างว่าโจทก์จำเลยได้ตกลงกันว่าหากมีข้อพิพาทเกิดขึ้นก็ให้นำคดีขึ้นสู่ศาลจังหวัดสงขลา แต่เมื่อโจทก์มีภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดนราธิวาส จำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ที่กรุงเทพ ตามฟ้องโจทก์อ้างว่าจำเลยปฏิบัติผิดสัญญาซึ่งทำที่กรุงเทพฯ ดังนี้ สถานที่ที่มีมูลคดีเกิดขึ้นคือกรุงเทพฯแม้ตามสัญญาที่ทำกันไว้จำเลยจะได้รับเงินค่าจ้างจากผู้ว่าจ้างที่จังหวัดสงขลาและจะต้องแบ่งเงินให้โจทก์ที่จังหวัดนั้น ก็ถือไม่ได้ว่าสัญญาเกิดขึ้นที่จังหวัดสงขลา เพราะการตกลงให้มีการรับเงินกันที่ใดเป็นคนละเรื่องกับการเกิดของสัญญา ศาลจังหวัดสงขลาจึงไม่มีอำนาจรับฟ้องของโจทก์ไว้พิจารณา

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.7

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ทำสัญญาจ้างเหมาก่อสร้างกับกรมประชาสงเคราะห์ ต่อมาโจทก์จำเลยได้ตกลงทำสัญญาแบ่งงานรับจ้างเหมานั้น เมื่อจำเลยเบิกเงินจากกรมประชาสงเคราะห์ได้ต้องจ่ายให้โจทก์ทันที และตกลงกันว่าหากมีกรณีพิพาทเกิดขึ้นให้ฟ้องคดีต่อศาลจังหวัดสงขลาซึ่งเป็นจังหวัดที่จำเลยรับเงินจากกรมประชาสงเคราะห์จำเลยผิดสัญญาไม่ยอมจ่ายเงินให้แก่โจทก์ ขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยใช้เงินพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ พร้อมกับคำฟ้องโจทก์ยื่นคำร้องว่า โจทก์มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตอำนาจศาลจังหวัดนราธิวาส จำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตอำนาจศาลแพ่ง โจทก์จำเลยตกลงกันว่า หากมีข้อพิพาทเกิดขึ้นให้นำคดีขึ้นสู่ศาลจังหวัดสงขลา จำเลยได้รับเงินค่าจ้างที่จังหวัดสงขลาแล้วไม่ให้โจทก์ตามสัญญา ถือได้ว่ามูลคดีเกิดขึ้นในเขตอำนาจศาลจังหวัดสงขลา โจทก์จึงขออนุญาตฟ้องที่ศาลจังหวัดสงขลา ศาลจังหวัดสงขลาสั่งคำร้องของโจทก์ว่า ฟ้องโจทก์เป็นเรื่องผิดสัญญาซึ่งทำที่กรุงเทพฯ มูลคดีเกิดที่กรุงเทพฯ แม้จะตกลงกันให้ฟ้องที่ศาลจังหวัดสงขลาก็เป็นการฝ่าฝืนประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 7(4) ศาลจังหวัดสงขลาไม่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีนี้ไม่อนุญาตให้ฟ้องที่ศาลจังหวัดสงขลาและได้สั่งในคำฟ้องว่า คืนฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ปรากฏตามคำร้องและคำฟ้องของโจทก์ว่าโจทก์จำเลยมิได้มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาลจังหวัดสงขลาคือ โจทก์มีภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดนราธิวาส จำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ที่กรุงเทพฯ โจทก์ฟ้องกล่าวหาว่า จำเลยปฏิบัติผิดสัญญาที่โจทก์จำเลยตกลงกันไว้สัญญาที่โจทก์อ้างทำที่กรุงเทพฯ ฉะนั้น สถานที่ทำสัญญาจึงเป็นสถานที่มูลคดีเกิดขึ้น ที่โจทก์อ้างว่าตามสัญญาจำเลยจะต้องรับเงินค่าจ้างเหมาจากกรมประชาสงเคราะห์ที่จังหวัดสงขลาและต้องแบ่งเงินให้โจทก์ที่จังหวัดสงขลา มูลคดีของเรื่องจึงต้องถือว่าเกิดขึ้นที่จังหวัดสงขลานั้น ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อกรณีเป็นเรื่องที่โจทก์กล่าวหาว่าจำเลยผิดสัญญา สัญญาทำขึ้นที่ไหนมูลคดีฟ้องร้องก็ต้องถือว่าเกิดขึ้นที่นั้นส่วนการที่จะตกลงให้มีการรับเงินกันที่ไหนเป็นคนละเรื่องกับการเกิดของสัญญา จึงถือไม่ได้ว่าสัญญาเกิดขึ้นที่จังหวัดสงขลาดังที่โจทก์เข้าใจ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2877/2524 ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคลพัฒนาธรณีฯ โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัดพงษ์สถิตก่อสร้างฯ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคลพัฒนาธรณีฯ · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัดพงษ์สถิตก่อสร้างฯ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สำเนียง ด้วงมหาสอน · สนิท อังศุสิงห์ · ศักดิ์ สนองชาติ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 802/2491ฎีกา 4086/2559ฎีกา 2842/2549ฎีกา 8689/2558ฎีกา 1812/2532ฎีกา 6123/2538ฎีกา 1139/2529ฎีกา 1904/2559ฎีกา 9362/2551ฎีกา 1475/2559ฎีกา 1491/2519ฎีกา 7565/2548ฎีกา 1091/2519ฎีกา 1148/2565ฎีกา 1462/2513ฎีกา 3015/2524ฎีกา 5540/2551ฎีกา 4115/2529ฎีกา 4676/2551ฎีกา 5078/2539ฎีกา 4542-4544/2530ฎีกา 1219/2529ฎีกา 900/2520ฎีกา 6111/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา