⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4086/2559

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4086/2559

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การบังคับตามสัญญาประนีประนอมยอมความที่ศาลพิพากษาตามยอมแล้ว ต้องดำเนินการในชั้นบังคับคดีตามคำพิพากษาเดิม มิใช่การฟ้องเป็นคดีใหม่

ย่อคำพิพากษา

โจทก์บรรยายฟ้องว่า ก่อนที่ พ. มารดาโจทก์จะถึงแก่ความตาย โจทก์และจำเลยเคยร่วมกันทำข้อตกลงแบ่งทรัพย์สินของ พ. ไว้ในคดีแพ่ง โดยทั้งสองฝ่ายตกลงยกที่ดิน ซึ่งเป็นทรัพย์ของ พ. ให้แก่โจทก์ตามสัญญาประนีประนอมยอมความ โจทก์ประสงค์จะขอรับโอนที่ดินแปลงดังกล่าว แต่จำเลยไม่ยอมดำเนินการให้ ดังนี้ คำฟ้องดังกล่าวจึงเป็นคำฟ้องที่โจทก์ประสงค์จะให้จำเลยโอนที่ดินให้โจทก์ตามสัญญาประนีประนอมยอมความซึ่งศาลพิพากษาตามยอมแล้ว โดยอ้างว่าจำเลยไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาตามยอมและสัญญาประนีประนอมยอมความ จึงเป็นเรื่องที่จะต้องว่ากล่าวกันในชั้นบังคับคดีในคดีเดิมตาม ป.วิ.พ. มาตรา 7 (2) และมาตรา 302 วรรคหนึ่ง มิใช่มาฟ้องเป็นคดีใหม่ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.7 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.302

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยจดแจ้งชื่อจำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกของผู้ตายในที่ดินโฉนดเลขที่ 33962 ตำบลซากโดน อำเภอแกลง จังหวัดระยอง แล้วโอนที่ดินแปลงดังกล่าวให้โจทก์ หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา จำเลยให้การและแก้ไขคำให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกของนางพรรณี โอนที่ดินโฉนดเลขที่ 33962 ตำบลซากโดน อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ให้โจทก์ หากไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ คดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องว่า ก่อนที่นางพรรณี มารดาโจทก์จะถึงแก่กรรม โจทก์และจำเลยได้เคยร่วมกันทำข้อตกลงแบ่งทรัพย์สินของนางพรรณีไว้ในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 3757/2549 โดยทั้งสองฝ่ายตกลงยกที่ดินโฉนดเลขที่ 33962 ซึ่งเป็นทรัพย์ของนางพรรณีให้แก่โจทก์ ตามสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าว โจทก์ประสงค์จะขอรับโอนทรัพย์ที่ดินแปลงดังกล่าวจึงติดต่อให้จำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกของนางพรรณีโอนที่ดินดังกล่าวให้แก่โจทก์ แต่จำเลยไม่ยอมดำเนินการให้ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย เช่นนี้เห็นได้ว่า คำฟ้องดังกล่าวเป็นคำฟ้องที่โจทก์ประสงค์ให้จำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกของนางพรรณี โอนที่ดินให้โจทก์ตามสัญญาประนีประนอมยอมความ ซึ่งศาลได้พิพากษาตามยอมแล้ว โดยอ้างว่าจำเลยไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาตามยอมและสัญญาประนีประนอมยอมความ จึงเป็นเรื่องที่จะต้องว่ากล่าวกันในชั้นบังคับคดี ในคดีเดิมตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 7 (2) และมาตรา 302 วรรคหนึ่ง มิใช่มาฟ้องเป็นคดีใหม่ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ส่วนฎีกาข้ออื่นของจำเลยจึงไม่จำต้องวินิจฉัยเพราะไม่ทำให้ผลของคดีเปลี่ยนแปลง ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น พิพากษากลับให้บังคับตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4086/2559 นางนีโลบล สุวรรณาภินันท์ โจทก์ ร้อยตรีรัชฎา เดชาติวงศ์ ณ อยุธยา จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางนีโลบล สุวรรณาภินันท์ · จำเลย - ร้อยตรีรัชฎา เดชาติวงศ์ ณ อยุธยา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นวลน้อย ผลทวี · สุริยง ลิ้มสถิรานันท์ · โชติวัฒน์ เหลืองประเสริฐ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายศุภสินธุ์ ศิริลิมากุล · ศาลอุทธรณ์ - นายกอบกฤษณ์ จันทร์เจริญ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำพ.504/2559

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 802/2491ฎีกา 1085/2525ฎีกา 7051/2540ฎีกา 2842/2549ฎีกา 8689/2558ฎีกา 1812/2532ฎีกา 6123/2538ฎีกา 1139/2529ฎีกา 1904/2559ฎีกา 9362/2551ฎีกา 1498/2566ฎีกา 1475/2559ฎีกา 1157/2544ฎีกา 492/2545ฎีกา 1491/2519ฎีกา 7565/2548ฎีกา 1354/2550ฎีกา 1091/2519ฎีกา 4824-4825/2528ฎีกา 562/2490ฎีกา 1148/2565ฎีกา 1462/2513ฎีกา 3015/2524ฎีกา 5540/2551
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา