⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 251/2506

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 251/2506

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เจ้าพนักงานบังคับคดีเป็นเพียงผู้มีอำนาจหน้าที่ในการบังคับคดีตามคำสั่งศาล ไม่มีสิทธิเป็นคู่ความหรือมีส่วนได้เสียในคดี และต้องปฏิบัติตามคำสั่งศาลในเรื่องค่าธรรมเนียมการบังคับคดีโดยไม่มีสิทธิอุทธรณ์ฎีกา.

ย่อคำพิพากษา

อำนาจเกี่ยวกับการบังคับคดีนั้นเป็นของศาล เจ้าพนักงานบังคับคดีเป็นแต่เพียงเจ้าพนักงานของศาลในการที่จะบังคับคดีเท่านั้น ไม่มีอำนาจจะเข้ามาเป็นผู้มีส่วนได้เสียหรือเป็นคู่ความได้ด้วยประการใด เรื่องค่าธรรมเนียมในการบังคับคดีในที่สุดก็อยู่ในอำนาจของศาลที่จะสั่งเรียกเก็บหรือไม่เรียกเก็บ ฉะนั้น การที่ศาลสั่งไม่เรียกเก็บ เจ้าพนักงานบังคับคดีต้องปฏิบัติตาม ไม่มีสิทธิจะอุทธรณ์ฎีกาคำสั่งศาลในเรื่องค่าธรรมเนียมในการบังคับคดี หมายเหตุ ทับฎีกาที่ 1053/2468

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.1 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.161 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.234 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.296 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.302 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.112 พระราชบัญญัติให้ใช้บทบัญญัติบรรพ 5 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ.2477 ม.5 พระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง พ.ศ.2477 ม.5

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาว่าจำเลยเป็นบุคคลล้มละลายและขอให้พิทักษ์ทรัพย์ชั่วคราว ศาลชั้นต้นสั่งให้พิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยชั่วคราว แล้วต่อมาได้มีคำสั่งให้พิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาด โจทก์ยื่นคำร้องว่าจำเลยเป็นลูกหนี้โจทก์ตามคำพิพากษาและโจทก์ได้นำยึดที่ดินและสิ่งปลูกสร้างไว้ ต่อมาจำเลยถูกฟ้องล้มละลาย ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้ขายที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง และได้หักค่าธรรมเนียมในการรวบรวมทรัพย์สินจากที่ขายได้ร้อยละ ๕ และคิดหักค่าธรรมเนียมในการยึดร้อยละ ๓ ครึ่ง จากราคาที่กองหมายตีไว้ พร้อมทั้งค่าใช้จ่ายอื่น ๆ การเรียกเก็บค่าธรรมเนียมร้อยละ ๓ ครึ่งส่งไปชำระให้กองหมายนั้น ไม่เห็นพ้องด้วย ขอให้ศาลสั่งคืน ศาลชั้นต้นสั่งให้กองหมายคืน หัวหน้ากองหมายอุทธรณ์ ศาลแพ่งมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ อ้างว่าไม่มีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งศาลในกรณีเช่นนี้ หัวหน้ากองหมายอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์สั่งให้รับอุทธรณ์ แล้วศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยว่า ที่ศาลชั้นต้นสั่งให้คืนเงินค่าธรรมเนียมชอบแล้ว พิพากษายืน หัวหน้ากองหมายฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า หัวหน้ากองหมายเป็นเจ้าพนักงานบังคบคดีที่ศาลแต่งตั้งเพื่อทำการบังคับคดีตามคำพิพากษาของศาล ปรากฏตามพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง พ.ศ. ๒๔๗๗ มาตรา ๕ (ข) และในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑(๑๔) ก็บัญญัติว่า "เจ้าพนักงานบังคับคดีหมายความว่า เจ้าพนักงานหรือพนักงานอื่นมีอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ใช้อยู่ในอันที่จะปฏิบัติตามวิธีการที่บัญญัติไว้ในภาค ๔ แห่งประมวลกฎหมายนี้ เพื่อคุ้มครองสิทธิของคู่ความในระหว่างการพิจารณาหรือเพื่อบังคับตามคำพิพากษาหรือคำสั่ง" เมื่อเจ้าพนักงานบังคับคดีเป็นเจ้าพนักงานศาลเช่นนี้ การกระทำของเจ้าพนักงานบังคับคดีก็คือ การกระทำของศาล แม้ค่าธรรมเนียมเมื่อยึดแล้วไม่มีการขายหรือจำหน่าย ให้เรียกร้อยละ ๓ ครึ่ง ได้ระบุไว้ในตาราง ๕(๓) ว่าเป็นค่าธรรมเนียมเจ้าพนักงานบังคับคดีก็ดี แต่ก็มีหมายเหตุไว้ว่า " ฯลฯ ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีเป็นผู้กำหนด ถ้าไม่ตกลง ก็ให้คู่ความเสนอเรื่องต่อศาลตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๙๖ และมาตรา ๒๙๖ ได้บัญญัติว่า "ฯลฯ ถ้าเจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการบังคับคดีฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งลักษณะนี้ เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาและบุคคลอื่นที่มีส่วนได้เสียตามคำบังคับคดีซึ่งต้องเสียหายโดยการฝ่าฝืนนั้น อาจขอให้ศาลสั่งยกกระบวนวิธีการบังคับทั้งปวงหรือวิธีการบังคับใด ๆ ฯลฯ เมื่อได้ยื่นคำขอและศษลได้ไต่สวนแล้วให้มีคำสั่งอนุญาตหรือยกคำขอนั้น" และในมาตรา ๓๐๒ ยังได้บัญญัติระบุศาลที่มีอำนาจในการบังคับคดีไว้ชัด ตามบทบัญญัติดังกล่าวมา เห็นได้ว่าอำนาจเกี่ยวกับการบังคับคดีนั้นเป็นอำนาจของศาล เจ้าพนักงานบังคับคดีเป็นแต่เพียงเจ้าพนักงานของศาล เป็นส่วนหนึ่งของศาลในการที่จะบังคับคดีเท่านั้น ไม่มีอำนาจจะเข้ามาเป็นผู้มีส่วนได้เสียหรือเป็นคู่ความได้ด้วยประการใด ๆ ยิ่งกว่านั้น มาตรา ๑๖๑ ยังบัญญัติว่า ใครมีหน้าที่เสียฤชาธรรมเนียมและยังได้ให้อำนาจศาลมีอำนาจใช้ดุลพินิจที่จะสั่ง แสดงว่าค่าธรรมเนียมในการบังคับคดีนั้น ในที่สุดก็อยู่ในอำนาจของศาลที่จะเรียกเก็บหรือไม่เรียก เมื่อเจ้าพนักงานบังัคบคดีเป็นแต่เพียงเจ้าพนักงานของศาลในการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการบังคับคดีเท่านั้น การที่ศาลสั่งไม่เรียกเก็บ เจ้าพนักงานบังคับคดีก็ต้องปฏิบัติการไปตามนั้น ศาลฎีกาเห็นว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีไม่มีสิทธิที่จะอุทธรณ์ฎีกาคำสั่งศาลในเรื่องค่าธรรมเนียมในการบังคับคดีรายนี้ได้ ฎีกาหัวหน้ากองหมายไม่มีทางที่จะรับไว้พิจารณา ที่ศาลอุทธรณ์รับพิจารณามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นชอบด้วย ศาลฎีกาพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในข้อที่อุทธรณ์ของหัวหน้ากองหมาย โดยพิพากษาให้ยกฎีกาของหัวหน้ากองหมายนั้นเสีย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 251/2506 บริษัทธนาคารแห่งเอเซียเพื่อการอุตสาหกรรมและพาณิชยกรรม จำกัด โจทก์ นายจิตร กิจพานิช ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทธนาคารแห่งเอเซียเพื่อการอุตสาหกรรมและพาณิชยกรรม จำกัด · ล. - นายจิตร กิจพานิช
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประมูล สุวรรณศร · เสนอ บุณยเกียรติ · เจน เวชศิลป์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายศิริ กลัมพะสุต · ศาลอุทธรณ์ - นายกิตติ สีหนนทน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1177-1178/2511ฎีกา 2909/2524ฎีกา 8454/2544ฎีกา 3467/2525ฎีกา 4810/2542ฎีกา 1345/2532ฎีกา 1010/2539ฎีกา 4715/2542ฎีกา 594/2534ฎีกา 2573/2552ฎีกา 79/2501ฎีกา 1781/2509ฎีกา 3651/2526ฎีกา 6968/2537ฎีกา 1022/2551ฎีกา 5706/2537ฎีกา 5378/2544ฎีกา 7466/2538ฎีกา 5640/2540ฎีกา 5086/2537ฎีกา 469/2531ฎีกา 7168/2542ฎีกา 780/2535ฎีกา 3589/2525
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา