คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 311-313/2524
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. การพิพากษาเกินคำขอเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยได้ แม้คู่ความมิได้ยกขึ้นอุทธรณ์
2. ผู้รับประกันภัยค้ำจุนรับผิดตามสัญญาประกันภัย ไม่ใช่รับผิดฐานละเมิด จึงต้องบังคับตามอายุความแห่งสัญญาประกันภัย ไม่ใช่อายุความละเมิด
ย่อคำพิพากษา
ปัญหาว่าศาลพิพากษาเกินคำขอในฟ้องหรือไม่ เป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้จำเลยจะมิได้ยกปัญหานี้ขึ้นว่ามาในชั้นอุทธรณ์ จำเลยก็มีสิทธิยกขึ้นอ้างในชั้นฎีกา
โจทก์ฟ้องให้จำเลยร่วมรับผิดในฐานะผู้รับประกันภัยค้ำจุนตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 887 วรรคสอง หาใช่ให้จำเลยร่วมรับผิดในฐานะผู้ทำละเมิด ฉะนั้นจำเลยร่วมจะยกอายุความละเมิดตาม มาตรา 448 มาเป็นข้อปฏิเสธความรับผิดหาได้ไม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 และจำเลยร่วม ร่วมกันชำระค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ที่ 2 และจำเลยร่วมฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ประเด็นที่สอง ที่ฝ่ายจำเลยฎีกาว่า ศาลอุทธรณ์กำหนดค่ารักษาพยาบาลให้นายไพจิตร โจทก์สำนวนแรกเป็นเงิน 4,982 บาท เป็นการพิพากษาเกินคำขอในฟ้องของโจทก์นั้น ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ปัญหาว่าศาลพิพากษาเกินคำขอในฟ้องหรือไม่ เป็นปัญหากฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ 602/2497 คดีระหว่างนายวัลลภ โลหะเชาวน์ โจทก์ นางเอียนห้อง ภูมาชีพ กับพวก จำเลย แม้จำเลยจะมิได้ยกปัญหานี้ขึ้นว่ามาในชั้นอุทธรณ์ จำเลยก็มีสิทธิยกขึ้นอ้างในชั้นฎีกาได้ตามมาตรา 249 วรรคสอง แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ตามคำฟ้องของนายไพจิตรโจทก์สำนวนแรกปรากฏว่านายไพจิตรฟ้องเรียกค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลเป็นเงิน 2,594 บาท การที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ค่ารักษาพยาบาลแก่นายไพจิตร เป็นเงิน 4,982 บาท ต่างหากจากค่าเสียหายในการเสียความสามารถประกอบการงานอีก 10,000 บาท รวมเป็น14,982 บาท จึงเป็นการพิพากษาเกินคำขอ นายไพจิตรชอบที่จะได้รับชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจากฝ่ายจำเลยในค่ารักษาพยาบาลเพียง 2,594 บาทเท่ากับคำขอกับค่าเสียหายในการเสียความสามารถประกอบการงานอีก 10,000 บาท รวมเป็นเงิน 12,594 บาท" ฯลฯ
"ประเด็นที่เจ็ด ที่จำเลยร่วมฎีกาว่า ความรับผิดของจำเลยร่วมต่อโจทก์เกิดจากการละเมิดของจำเลยที่ 1 ซึ่งมีอายุความเพียง 1 ปี โจทก์ขอให้เรียกจำเลยร่วมเข้ามาเป็นคู่ความภายหลัง 1 ปี นับแต่วันรู้การละเมิดจึงขาดอายุความนั้น ศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องให้จำเลยร่วมรับผิดในฐานะผู้รับประกันภัยค้ำจุนตามสัญญาประกันภัยตามมาตรา 887 วรรคสอง แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หาใช่ให้จำเลยร่วมรับผิดในฐานะผู้ทำละเมิดไม่ ฉะนั้น จำเลยร่วมจะยกอายุความละเมิดตามมาตรา 448 มาเป็นข้อปฏิเสธความรับผิดหาได้ไม่"
พิพากษาแก้เฉพาะในเรื่องจำนวนค่าสินไหมทดแทน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 311 - 313/2524
นายไพจิตร พรหมศร โจทก์
นายสมบัติ มูลจักร จำเลย
จำเลยร่วม จำเลย
บริษัทธนกิจประกันภัย จำกัด จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายไพจิตร พรหมศร · จำเลย - นายสมบัติ มูลจักร · จำเลย - จำเลยร่วม · จำเลย - บริษัทธนกิจประกันภัย จำกัด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ทวี กสิยพงศ์ · ธาดา วัชรานันท์ · พินิจ สังขนันท์ |
| แหล่งที่มา | เนติบัณฑิตยสภา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา