คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3183/2524
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* การยกประเด็นฟ้องเคลือบคลุมในชั้นพิจารณาของศาลชั้นต้น หากศาลยังไม่ได้มีคำสั่งวินิจฉัยประเด็นดังกล่าว ศาลย่อมไม่รับวินิจฉัยประเด็นนั้น แม้โจทก์จะมิได้คัดค้านก็ตาม
* การสาบานตนว่าอนาถาหรือไม่ เป็นเรื่องที่ผู้เยาว์จะต้องกระทำโดยผู้แทนโดยชอบธรรม
* คำให้การของจำเลยต่อพนักงานสอบสวนที่ให้การเป็นปฏิปักษ์ต่อตนเองและกระทำในระยะเวลาใกล้ชิดกับเหตุการณ์ มีน้ำหนักรับฟังได้
* เมื่อผู้กระทำละเมิดและผู้ถูกกระทำละเมิดต่างมีส่วนประมาทเลินเล่อ ศาลจะกำหนดค่าสินไหมทดแทนตามส่วนแห่งการกระทำละเมิดของแต่ละฝ่าย
ย่อคำพิพากษา
ประเด็นเรื่องฟ้องเคลือบคลุมจำเลยเพิ่งยกขึ้นในคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การเมื่อศาลชั้นต้นมิได้มีคำสั่งในเรื่องนี้ จึงเท่ากับว่าไม่มีการแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การ แม้โจทก์จะมิได้คัดค้าน ศาลก็ไม่รับวินิจฉัยประเด็นดังกล่าว
ผ. มารดา น. ผู้เยาว์เป็นโจทก์ฟ้องคดีแทน น. ในการสาบานตนว่าอนาถาหรือไม่ เป็นเรื่องที่จะต้องกระทำโดย ผ.
จำเลยให้การต่อพนักงานสอบสวนว่า ม. เป็นลูกจ้างของจำเลยขับรถคันที่เกิดเหตุเป็นประจำ ในวันเกิดเหตุจำเลยใช้ให้ ม. ขับรถไปบรรทุกปุ๋ย คำให้การดังกล่าวของจำเลยในระยะกระชั้นชิดกับเวลาที่เกิดเหตุ ทั้งถือได้ว่าเป็นการให้การที่เป็นปฏิปักษ์เสียประโยชน์แก่ตนเองจึงมีน้ำหนักรับฟังได้
ม. ขับรถบรรทุกเร็วเกินกว่าสภาพแห่งท้องที่เกิดเหตุซึ่งเป็นทางแคบชน น. จึงเป็นการประมาทเลินเล่อ แต่หาก น. ใช้ความระมัดระวังในการข้ามถนนตามสมควรก็จะไม่เกิดเหตุขึ้น นับว่า น. มีส่วนประมาทเลินเล่ออยู่ด้วย ตามพฤติการณ์ถือได้ว่า ม. ประมาทเลินเล่อมากกว่าและต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนตามส่วนแห่งการกระทำนั้น
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - เด็กชายหนึ่ง วัฒนะศรีทรัพย์หรือแก้วสุรีย์ฯ · จำเลย - นายวสันต์ ไกรลาศรัตนะศิริ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ปรีชา สุมาวงศ์ · เริ่ม ธรรมดุษฎี · อำนวย อินทุภูติ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา