⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3283/2524

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3283/2524

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำให้การที่ปฏิเสธข้ออ้างของโจทก์ ต้องแสดงเหตุแห่งการปฏิเสธโดยชัดแจ้ง หากไม่ชัดแจ้ง ถือว่าจำเลยไม่มีประเด็นที่จะนำสืบ และจำเลยมีภาระการพิสูจน์ในข้อเท็จจริงที่ตนกล่าวอ้างเพื่อปฏิเสธความรับผิด.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องให้จำเลยรับผิดตามสัญญากู้ คำให้การของจำเลยประกอบคำแถลงของจำเลยในวันชี้สองสถานมีข้อความว่า จำเลยขอปฏิเสธฟ้องโดยสิ้นเชิง เพราะสัญญาที่โจทก์ทำขึ้นเป็นการฉ้อฉล โดยโจทก์ใช้อุบายหลอกลวงให้จำเลยลงชื่อในสัญญากู้ และจำเลยไม่ได้รับเงินจากโจทก์เช่นนี้ การใช้อุบายหลอกลวงของโจทก์ก็มีความหมายเช่นเดียวกับการฉ้อฉลที่จำเลยอ้างว่าโจทก์กระทำขึ้นนั่นเอง ไม่อาจทำให้เข้าใจได้ว่าโจทก์กระทำการอย่างไรบ้าง อันจะแสดงว่าเป็นการฉ้อฉลหรือใช้อุบายหลอกลวงจำเลย และเป็นเหตุให้จำเลยไม่ได้รับเงินไปตามสัญญากู้ จึงเป็นคำให้การปฏิเสธที่มิได้แสดงเหตุโดยชัดแจ้งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 177 วรรคสองจำเลยจึงไม่มีประเด็นจะนำสืบตามคำให้การ เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าจำเลยได้ทำสัญญากู้เงินโจทก์ จำเลยย่อมมีภาระการพิสูจน์ว่าเหตุใดจึงจะไม่ต้องรับผิดตามสัญญากู้นั้น แต่เมื่อคำให้การของจำเลยไม่มีประเด็นที่จะนำสืบ คดีก็ไม่จำเป็นต้องทำการสืบพยานโจทก์ต่อไป ศาลย่อมมีคำสั่งให้งดสืบพยานโจทก์จำเลยและพิพากษาให้จำเลยแพ้คดี

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.84 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.94 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.650

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกร่วมกันกู้ยืมเงินโจทก์ ๒๐,๐๐๐ บาท สัญญาชำระคืนภายใน ๓ งวด ครั้นครบกำหนดเวลาชำระทั้งสามงวดจำเลยไม่ชำระ ขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยชำระเงินต้นพร้อมทั้งดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ จำเลยให้การว่า จำเลยขอปฏิเสธคำฟ้องของโจทก์เพราะสัญญาที่โจทก์ทำขึ้นเป็นการฉ้อฉลและจำเลยไม่ได้รับเงินจากโจทก์ตามสัญญารายละเอียดจะได้นำสืบต่อไปขอให้พิพากษายกฟ้อง ในวันนัดชี้สองสถานจำเลยแถลงว่าสัญญาที่โจทก์ทำขึ้นเป็นการฉ้อฉลหมายความว่าโจทก์ได้ใช้อุบายหลอกลวงให้จำเลยลงชื่อในสัญญากู้ดังกล่าว ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้งดสืบพยานโดยวินิจฉัยว่า คำให้การและคำแถลงของจำเลยเป็นคำให้การที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๗๗ จึงไม่มีประเด็นจะนำสืบ เมื่อจำเลยรับว่าจำเลยได้ลงชื่อในสัญญากู้จริง และสัญญากู้มีข้อความปรากฏชัดว่าจำเลยได้ยืมเงินโจทก์ไป แสดงว่าจำเลยได้รับเงินที่ยืมไปแล้ว พิพากษาให้จำเลยใช้เงิน ๒๐,๖๕๖.๒๕ บาทแก่โจทก์ พร้อมด้วยดอกเบี้ย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จากคำให้การของจำเลยตลอดจนคำแถลงของฝ่ายจำเลย กรณีเป็นเรื่องจำเลยให้การต่อสู้ว่าจำเลยมิได้รับเงินตามสัญญากู้ที่โจทก์ฟ้องเลย และเหตุที่ไม่ได้รับเงินก็เป็นเพราะจำเลยถูกโจทก์หลอกลวงให้ลงชื่อในเอกสารนั้น เป็นการปฏิเสธฟ้องโจทก์อย่างชัดแจ้ง โดยได้บรรยายถึงเหตุแห่งการปฏิเสธด้วย คำให้การของจำเลยชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๗๗ วรรคสอง ทั้งเป็นการต่อสู้ว่านิติกรรมสัญญายืมที่ระบุในหลักฐานการกู้ท้ายฟ้องยังไม่สมบูรณ์จำเลยจึงมีสิทธิสืบพยานตามข้อต่อสู้ได้ พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปแล้วพิพากษาใหม่ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คำให้การของจำเลยประกอบกับคำแถลงของจำเลยในวันชี้สองสถานรวมกันแล้วมีข้อความว่า จำเลยขอปฏิเสธฟ้องโจทก์โดยสิ้นเชิง เพราะสัญญาที่โจทก์ทำขึ้นเป็นการฉ้อฉล ซึ่งหมายความว่าโจทก์ใช้อุบายหลอกลวงให้จำเลยลงชื่อในสัญญากู้ และจำเลยไม่ได้รับเงินจากโจทก์ การใช้อุบายหลอกลวงของโจทก์ก็มีความหมายเช่นเดียวกับการฉ้อฉลที่จำเลยอ้างว่าโจทก์กระทำขึ้นนั่นเอง ไม่อาจทำให้เข้าใจได้ว่าโจทก์กระทำการอย่างไรบ้างอันจะแสดงว่าเป็นการฉ้อฉลหรือใช้อุบายหลอกลวงจำเลย และเป็นเหตุให้จำเลยไม่ได้รับเงินไปตามสัญญากู้นั้น เหตุแห่งคำให้การปฏิเสธของจำเลยมิได้แสดงโดยชัดแจ้งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๗๗ วรรคสองจำเลยจึงไม่มีประเด็นที่จะนำสืบตามคำให้การ และเมื่อจำเลยมิได้ให้การปฏิเสธว่ามิได้ทำสัญญากู้ตามฟ้องให้โจทก์ ข้อเท็จจริงจึงรับฟังได้ว่าจำเลยได้ทำสัญญากู้เงินโจทก์ไปจริงตามฟ้อง จำเลยมีภาระการพิสูจน์ว่าเหตุใดจำเลยจึงจะไม่ต้องรับผิดตามสัญญากู้ที่โจทก์ฟ้องเมื่อคำให้การของจำเลยไม่มีประเด็นที่จะนำสืบพยาน คดีก็ไม่จำเป็นต้องทำการสืบพยานโจทก์ต่อไป พิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3283/2524 นางขำ ชื่นบาน โจทก์ นายดา กุบแก้ว หรือกบแก้ว จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางขำ ชื่นบาน · จำเลย - นายดา กุบแก้ว หรือกบแก้ว
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปรีชา พานิชวงศ์ · สนิท อังศุสิงห์ · สำเนียง ด้วงมหาสอน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดยโสธร - นายสิทธิชัย รุ่งตระกูล · ศาลอุทธรณ์ - นายโกมล อิศรางกูร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4359/2540ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 3245/2534ฎีกา 4838/2548ฎีกา 1561/2520ฎีกา 1415/2540ฎีกา 7903/2568ฎีกา 6801/2540ฎีกา 2135/2518ฎีกา 4041/2542ฎีกา 794/2509ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1765/2492ฎีกา 1896/2492ฎีกา 3474/2538ฎีกา 3649/2525ฎีกา 5712/2541ฎีกา 3601/2526ฎีกา 7051/2540ฎีกา 306/2506ฎีกา 72/2505ฎีกา 6848/2540ฎีกา 70/2518
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา