⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3357/2524

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3357/2524

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ฟ้องแย้งที่ต่างเรื่องต่างประเด็นกับฟ้องเดิม ไม่ใช่คำฟ้องที่เกี่ยวกับคำฟ้องเดิม จึงไม่อาจพิจารณาไปพร้อมกับข้อต่อสู้ในคำให้การได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยและบริวารออกจากห้องเช่ากับเรียกค่าเสียหายจำเลยรับว่าได้เช่าห้องโจทก์จริง แต่ได้ตกลงกับโจทก์ให้โจทก์ปรับปรุงห้องเช่าใหม่ โจทก์บิดพลิ้วจำเลยจึงฟ้องแย้งขอให้บังคับโจทก์ก่อสร้างตึกแถวใหม่แล้วให้โจทก์จดทะเบียนให้จำเลยเช่ามีกำหนด 30 ปี ในอัตราค่าเช่าตามที่โจทก์จำเลยได้ตกลงกันไว้ ฟ้องแย้งของจำเลยดังกล่าวต่างเรื่องต่างประเด็นกับฟ้องเดิม เป็นฟ้องเรื่องอื่นไม่เกี่ยวกับคำฟ้องเดิม จึงพิจารณาฟ้องแย้งของจำเลยไปพร้อมกับข้อต่อสู้ในคำให้การไม่ได้ ศาลไม่รับฟ้องแย้งของจำเลยชอบแล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.537

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเช่าห้องแถวไม้ของโจทก์โดยไม่มีสัญญาเช่าต่อกันโจทก์ได้บอกเลิกสัญญาเช่าให้จำเลยและบริวารออกจากห้องเช่า จำเลยเพิกเฉยขอให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากห้องของโจทก์และใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ จำเลยให้การว่าเช่าบ้านพิพาทจริง โจทก์และจำเลยตกลงให้โจทก์สร้างตึกแถวในที่จำเลยเช่าให้เสร็จใน ๖ เดือน จำเลยจะชำระค่าก่อสร้างให้โจทก์และโจทก์จะต้องจดทะเบียนให้จำเลยเช่าเป็นเวลา ๓๐ ปี โจทก์ไม่ปฏิบัติตามสัญญา ขอให้ยกฟ้องและขอฟ้องแย้งให้โจทก์ก่อสร้างตึกแถวและจดทะเบียนให้จำเลยเช่าตามข้อตกลงดังกล่าว ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับคำให้การของจำเลย ส่วนฟ้องแย้งนั้นเป็นเรื่องอื่นไม่เกี่ยวกับฟ้องเดิม จึงให้จำเลยไปฟ้องเป็นคดีใหม่ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยและบริวารออกจากห้องที่เช่ากับเรียกค่าเสียหาย จำเลยรับว่าได้เช่าห้องโจทก์จริง แต่ได้ตกลงกับโจทก์ให้โจทก์ปรับปรุงห้องเช่าใหม่ แต่โจทก์บิดพลิ้ว จำเลยจึงฟ้องแย้งว่า"ขอให้บังคับโจทก์ก่อสร้างตึกแถว ๒ คูหาจำนวน ๓ ชั้นตามแบบแปลนท้ายคำให้การให้เสร็จใน ๖ เดือน นับแต่มีคำพิพากษาในราคาคูหาละ ๑๘๕,๐๐๐ บาท หากไม่ปฏิบัติตาม ให้จำเลยก่อสร้างได้ตามแบบแปลนดังกล่าวเมื่อก่อสร้างเสร็จแล้วยกกรรมสิทธิ์ตึกแถวให้โจทก์ แต่โจทก์ต้องไปจดทะเบียนให้จำเลยเช่ามีกำหนด ๓๐ ปี ค่าเช่าสำหรับ ๑๐ ปี แรกคิดคูหาละ ๕๐ บาท ต่อเดือน กำหนด ๑๐ ปี ที่สองคูหาละ ๑๐๐ บาท ต่อเดือน และกำหนด ๑๐ ปีสุดท้ายคิดคูหาละ๑๕๐ บาท ต่อเดือนหากโจทก์ไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแสดงเจตนาจดทะเบียนเช่าตามเงื่อนไขดังกล่าว" เห็นได้ว่าฟ้องแย้งของจำเลยดังกล่าวต่างเรื่องต่างประเด็นกับฟ้องเดิม เป็นฟ้องเรื่องอื่นไม่เกี่ยวกับคำฟ้องเดิมจึงพิจารณาฟ้องแย้งของจำเลยไปพร้อมกันกับข้อต่อสู้ในคำให้การไม่ได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3357/2524 วัดกลางวรวิหาร โจทก์ นายจันทร์ สว่างสุข จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - วัดกลางวรวิหาร · จำเลย - นายจันทร์ สว่างสุข
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)แถมชัย สิทธิไตรย์ · ขจร หะวานนท์ · อำนัคฆ์ คล้ายสังข์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสมุทรปราการ · ศาลอุทธรณ์ - นายชลอ กลับดี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1798/2506ฎีกา 4359/2540ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 4838/2548ฎีกา 1415/2540ฎีกา 7903/2568ฎีกา 6239/2551ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1765/2492ฎีกา 3474/2538ฎีกา 1036/2506ฎีกา 3601/2526ฎีกา 888/2511ฎีกา 9188/2538ฎีกา 72/2505ฎีกา 1593/2524ฎีกา 2224/2528ฎีกา 1061/2511ฎีกา 119/2532ฎีกา 2160/2518ฎีกา 4484/2536ฎีกา 6555/2538ฎีกา 1816/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา