⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3417/2524

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3417/2524

ป.พ.พ. ม.1300 · ป.วิ.แพ่ง ม.287

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความที่ถึงที่สุดแล้ว ย่อมมีผลผูกพันคู่กรณีและบุคคลภายนอก และผู้มีสิทธิโดยสุจริตตามคำพิพากษาดังกล่าว ย่อมสามารถบังคับสิทธิของตนได้ แม้จะยังไม่ได้จดทะเบียนสิทธิก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

จำเลยได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความโอนที่พิพาท ให้ผู้ร้องเป็นการใช้หนี้เงินกู้และศาลพิพากษาให้เป็นไป ตามสัญญาประนีประนอมยอมความจนคดีถึงที่สุดแล้วแม้ จะยัง ไม่มีการแก้ทะเบียนโอนสิทธิครอบครองตาม หนังสือรับรองการทำประโยชน์เป็นชื่อผู้ร้อง ผู้ร้องก็อยู่ในฐานะที่จะบังคับให้จดทะเบียนสิทธิของตนตามคำพิพากษาได้อยู่ก่อนแล้ว ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1300 โจทก์จะบังคับคดียึดที่พิพาทเป็นการกระทบกระทั่งสิทธิของผู้ร้องไม่ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 287(อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 993/2514)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.287 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1300

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.287 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1300 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์แล้วจำเลยไม่ชำระ โจทก์จึงนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินมีหนังสือรับรองการทำประโยชน์ของจำเลยผู้ร้องยื่นคำร้องว่าที่ดินดังกล่าวเป็นของผู้ร้อง โดยจำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความยกให้เป็นการชำระหนี้เงินกู้และศาลได้มีคำพิพากษาตามยอมแล้วขอให้ศาลสั่งปล่อยที่ดินดังกล่าว โจทก์ให้การว่า ที่ดินไม่ใช่ของผู้ร้อง จำเลยกับผู้ร้องสมคบกันกระทำการโดยไม่สุจริต และยังมิได้จดทะเบียนการโอน โจทก์มีสิทธินำยึดได้ ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ปล่อยที่ดินพิพาทจากการยึด โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความโอนที่พิพาทให้ผู้ร้องเป็นการใช้หนี้เงินกู้และศาลพิพากษาให้เป็นไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความจนคดีถึงที่สุดแล้ว ตามคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๘๑/๒๕๒๒ ของศาลชั้นต้นแม้จะยังมิได้ทำการแก้ทะเบียนโอนสิทธิครอบครองตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เป็นชื่อผู้ร้อง ผู้ร้องก็อยู่ในฐานะที่จะบังคับให้จดทะเบียนสิทธิของตนตามคำพิพากษาได้อยู่ก่อนแล้วตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๐๐โจทก์จะบังคับคดียึดที่ดินพิพาทเป็นการกระทบกระทั่งสิทธิของผู้ร้องไม่ได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๘๗ เทียบได้ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ ๙๙๓/๒๕๑๔ ระหว่างนางกรด วรรณาโจทก์ นายสละ ภู่ระย้า ผู้ร้อง นายจุ่น วรรณา จำเลย พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3417/2524 นายวาเย็ง ตาเยะ โจทก์ นางแมะงอ สะมะแอ จำเลย นายวาหะมะ มะโระ ผู้ร้อง

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายวาเย็ง ตาเยะ · จำเลย - นางแมะงอ สะมะแอ · ผู้ร้อง - นายวาหะมะ มะโระ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)บรรเทอง ภู่กฤษณา · ชลูตม์ สวัสดิทัต · สุรัช รัตนอุดม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนราธิวาส - นายชัยฤทธิ์ ลีลาเกรียงศักดิ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายอุทิศ บุญชู
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 770/2535ฎีกา 4677/2549ฎีกา 1776/2512ฎีกา 5531/2534ฎีกา 2451/2548ฎีกา 181/2512ฎีกา 663/2475ฎีกา 3745/2530ฎีกา 180/2502ฎีกา 7927/2538ฎีกา 1145/2495ฎีกา 230/2501ฎีกา 15964/2553ฎีกา 1413/2508ฎีกา 541/2509ฎีกา 2116/2565ฎีกา 3139/2537ฎีกา 1480/2563ฎีกา 7214/2538ฎีกา 4832/2536ฎีกา 679/2532ฎีกา 1141/2540ฎีกา 3568/2548ฎีกา 5390/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา