⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3436/2524

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3436/2524

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อการกระทำของจำเลยเป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ต้องลงโทษตามกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด และจะริบของกลางตามกฎหมายบทอื่นที่มิได้ใช้ลงโทษจำเลยด้วยไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

เมื่อการกระทำของจำเลยเป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อ กฎหมายหลายบทคือผิดตามพระราชบัญญัติการประมงและพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ ต้องลงโทษตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดแต่โจทก์มิได้ขอหรืออ้างบทมาตราเกี่ยวกับการให้ริบของกลางในความผิดตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ เท่ากับโจทก์ไม่ประสงค์ให้ริบของกลางในความผิดนั้น เมื่อศาลพิพากษาลงโทษจำเลยในความผิดตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติแล้ว ก็จะริบของกลางตามพระราชบัญญัติการประมงซึ่งมิได้ใช้เป็นบทลงโทษจำเลยด้วยไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.33 ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 พระราชบัญญัติการประมง พ.ศ.2490 ม.69 พระราชบัญญัติการประมง พ.ศ.2490 ม.70 พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504 ม.16 พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504 ม.24

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งหกกระทำความผิดต่อกฎหมายหลายบทคือ ร่วมกันใช้เครื่องอวนลากชนิดมีถุงกับเรือยนต์ทำการประมงห่างจากฝั่ง ๕๐๐ เมตร ซึ่งอยู่ภายในเขตระยะ ๓,๐๐๐ เมตร นับจากขอบน้ำแนวชายฝั่ง อันเป็นการฝ่าฝืนประกาศกระทรวงเกษตรและได้ร่วมกันจับสัตว์น้ำโดยนำออกไปหรือทำด้วยประการใด ๆ ให้เป็นอันตรายแก่สัตว์น้ำในเขตอุทยานแห่งชาติตะรุเตา โดยฝ่าฝืนกฎหมาย ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติการประมง พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๓๒, ๖๕, ๖๙, ๗๐ พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๐๔ มาตรา ๑๖(๓), ๒๔ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓ จำเลยทั้งหกให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งหกมีความผิดตามฟ้อง แต่ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติซึ่งเป็นบทหนัก กับให้ริบเรือยนต์และอวนลากชนิดมีถุงซึ่งโจทก์กล่าวในฟ้องว่าเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการกระทำผิด และแถลงว่าเป็นของที่ถูกจับกับยึดไว้เป็นของกลางในการกระทำผิดครั้งนี้ด้วย แม้โจทก์จะมิได้กล่าวในฟ้องว่ามีของกลางดังกล่าวแต่ก็ได้อ้างมาตราที่ขอให้ศาลริบของกลางไว้แล้ว โจทก์อุทธรณ์ว่า ฟ้องโจทก์มิได้ขอให้ริบเรือยนต์และอวนของกลางการที่ศาลชั้นต้นสั่งริบ จึงเป็นการพิพากษาเกินคำขอ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การกระทำความผิดของจำเลยตามฟ้องเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท กล่าวคือ ผิดตามพระราชบัญญัติการประมง และผิดตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ ต้องลงโทษตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดแต่ความผิดตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ โจทก์มิได้ขอหรืออ้างบทมาตราเกี่ยวกับให้ริบของกลางแต่อย่างใด จึงเท่ากับโจทก์ไม่ประสงค์ให้ริบของกลางในความผิดดังกล่าว ดังนั้นเมื่อศาลพิพากษาลงโทษจำเลยในความผิดตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติแล้ว ก็จะริบของกลางตามพระราชบัญญัติการประมงซึ่งมิได้ใช้เป็นบทลงโทษจำเลยด้วยไม่ได้ พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่ริบเรือยนต์และอวนของกลาง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3436/2524 พนักงานอัยการจังหวัดสตูล โจทก์ นายดลละตริ นาวารี กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสตูล · จำเลย - นายดลละตริ นาวารี กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดุสิต วราโห · สุวัฒน์ รัตรสาร · สุไพศาล วิบุลศิลป์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสตูล - นางยินดี วัชรพิศ์ ต่อสุวรรณ · ศาลอุทธรณ์ - นายนาม ยิ้มแย้ม
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7217/2544ฎีกา 3646/2565ฎีกา 1514/2532ฎีกา 2014-2015/2539ฎีกา 651/2507ฎีกา 1554/2521ฎีกา 5305/2539ฎีกา 2437/2515ฎีกา 2100/2540ฎีกา 1268/2515ฎีกา 6293/2541ฎีกา 1774/2536ฎีกา 1715/2545ฎีกา 633/2540ฎีกา 1398/2506ฎีกา 3911/2568ฎีกา 531/2510ฎีกา 1331/2523ฎีกา 5487/2548ฎีกา 7281/2537ฎีกา 1666/2521ฎีกา 1979/2521ฎีกา 3604/2533ฎีกา 4519/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา