⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3522/2524

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3522/2524

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. เมื่อจำเลยแถลงว่าจะหาทนายความเองและไม่ร้องขอให้ศาลตั้งทนายความให้ ศาลจึงไม่จำต้องตั้งทนายความให้ 2. การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ส่งตัวจำเลยตามประเด็นไปสืบพยานที่ศาลอื่น เป็นการใช้ดุลพินิจที่ชอบแล้ว

ย่อคำพิพากษา

ก่อนเริ่มการพิจารณาคดีในศาลชั้นต้น จำเลยแถลงว่าจะหาทนายความเอง และในระหว่างการพิจารณาไม่ปรากฏว่าจำเลยร้องขอให้ศาลตั้งทนายความให้ศาลจึงไม่จำต้องตั้งทนายความให้จำเลย โจทก์ขอส่งประเด็นไปสืบพยานที่ศาลอื่น ศาลชั้นต้นสอบจำเลยแล้วจำเลยไม่ค้านและยังแถลงว่าไม่ตามประเด็นไปด้วย ต่อมาจำเลยยื่นคำร้องผ่านเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครขอให้ส่งตัวจำเลยตามประเด็นศาลชั้นต้นพิเคราะห์แล้วไม่เห็นสมควรและไม่อนุญาต ดังนี้ เป็นเรื่องที่ศาลชั้นต้นมีอำนาจใช้ดุลพินิจสั่งได้ และเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ชอบแล้ว จำเลยฎีกาอ้างข้อเท็จจริงนอกสำนวน ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.173 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.230

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยบังอาจข่มขืนกระทำชำเราเด็กหญิงสุวรรณา ผู้เสียหายอายุ ๑๑ ปีเศษ ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๗ และเพิ่มโทษตามมาตรา ๙๒ จำเลยให้การปฏิเสธ ส่วนข้อเคยต้องโทษและพ้นโทษรับว่าเป็นความจริงตามฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๗๗ ให้จำคุก ๙ ปี เพิ่มโทษหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๙๒ เป็นจำคุก ๑๒ ปี ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ หนึ่งในสี่ คงจำคุกจำเลย ๙ ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยได้ข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายจริงและวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า ข้อที่จำเลยฎีกาว่า คดีนี้จำเลยไม่มีทนายความแก้ต่างเพราะศาลชั้นต้นไม่ตั้งให้ กับศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้จำเลยตามประเด็นไปซักค้านผู้เสียหายที่ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยาทำให้จำเลยเสียเปรียบไม่ได้รับความเป็นธรรมนั้น เห็นว่าก่อนเริ่มพิจารณาคดีในศาลชั้นต้น จำเลยแถลงว่าจะหาทนายความเอง และระหว่างการพิจารณาไม่ปรากฏว่าจำเลยร้องขอให้ศาลตั้งทนายความให้ ดังนั้นศาลจึงไม่จำต้องตั้งทนายความให้จำเลย ที่โจทก์ขอส่งประเด็นไปสืบผู้เสียหายและมารดาผู้เสียหายที่ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยาศาลชั้นต้นสอบจำเลยแล้ว จำเลยไม่ค้านและยังแถลงว่าไม่ตามประเด็นไปด้วยต่อมาจำเลยยื่นคำร้องผ่านเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ขอให้ส่งตัวจำเลยตามประเด็น ซึ่งศาลชั้นต้นพิเคราะห์แล้วไม่เห็นสมควรและไม่อนุญาต จึงเป็นเรื่องที่ศาลชั้นต้นมีอำนาจใช้ดุลพินิจสั่งได้ เห็นว่าศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาชอบแล้ว ส่วนที่จำเลยฎีกาอีกหลายประการ ล้วนแต่เป็นข้ออ้างที่ไม่ปรากฏในพยานหลักฐานของโจทก์จำเลยจึงเป็นข้อเท็จจริงนอกสำนวนศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3522/2524 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายธวัตร หรือธวัตร์ สุทธิกร หรือสุธิการ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นายธวัตร หรือธวัตร์ สุทธิกร หรือสุธิการ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประมุข สวัสดิ์มงคล · สุนทร วรรณแสง · สุทิน เลิศวิรุฬห์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายประดิษฐ์ ทรงฤกษ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายเพียร สุมิระ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6205/2541ฎีกา 1656/2544ฎีกา 2530/2527ฎีกา 7651/2552ฎีกา 2147/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1795/2493ฎีกา 6355/2544ฎีกา 664/2520ฎีกา 4225/2559ฎีกา 3814/2549ฎีกา 2813/2566ฎีกา 11720/2555ฎีกา 4519/2544ฎีกา 7201/2568ฎีกา 11/2539ฎีกา 6505/2555ฎีกา 635/2485ฎีกา 6344/2551ฎีกา 3310/2541ฎีกา 472/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา