คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3821/2524
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คู่สัญญาอาจตกลงกันให้ผู้ที่ผิดสัญญาต้องชำระหนี้ตามสัญญาและเสียเบี้ยปรับที่กำหนดไว้ล่วงหน้าได้ โดยข้อตกลงดังกล่าวไม่เป็นโมฆะหากไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน
ย่อคำพิพากษา
จำเลยทำสัญญาจะขายสิทธิการเช่าตึกแถวแก่โจทก์โดยมีข้อตกลงว่าถ้าจำเลยผิดสัญญาไม่ไปทำหนังสือสัญญาและจดทะเบียนขายตามกำหนดจำเลยยอมให้โจทก์ฟ้องศาลบังคับให้เป็นไปตามสัญญาและ ยอมใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ 650,000 บาท อีกส่วนหนึ่งด้วยนั้น เป็นข้อตกลงที่โจทก์จำเลยสมัครใจตกลงกันไว้ แม้การผิดสัญญาของจำเลยนอกจากจำเลยจะถูกฟ้องศาลบังคับให้ปฏิบัติตามสัญญาแล้ว จำเลยยังจะต้องใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์อีก 650,000 บาท ก็ตาม การบังคับให้ปฏิบัติตามสัญญาก็คือการเรียกใช้ชำระหนี้ตามสัญญา และค่าเสียหายที่กำหนดจำนวนไว้ล่วงหน้าก็คือเบี้ยปรับนั่นเอง โจทก์จำเลยจึงอาจตกลงกันได้ ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 381 วรรคหนึ่ง ข้อตกลงดังกล่าวจึงไม่เป็นโมฆะ เพราะขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรม อันดีของประชาชน
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำสัญญาจะขายสิทธิการเช่าตึกแถวพิพาทแก่โจทก์จำเลยผิดสัญญาไม่จัดการโอนสิทธิการเช่าให้โจทก์ ขอให้บังคับจำเลยโอนสิทธิการเช่าและชำระค่าเสียหายแก่โจทก์
จำเลยให้การว่า จำเลยไม่ได้ผิดสัญญา จำเลยพร้อมที่จะโอนตึกพิพาทให้โจทก์ แต่โจทก์ไม่ยอมรับ ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม สัญญาที่ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายเมื่อผิดนัดเป็นค่าเสียหายเกินความเป็นจริงและเป็นสัญญาที่มีเงื่อนไขเอารัดเอาเปรียบจำเลยขัดต่อความสงบเรียบร้อยเป็นโมฆะ
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยโอนสิทธิการเช่าตึกแถวพิพาทแก่โจทก์ และให้จำเลยใช้ค่าเสียหายซึ่งศาลชั้นต้นเห็นสมควรลดลงตามสมควรแก่รูปคดี
โจทก์อุทธรณ์ขอให้จำเลยใช้ค่าเสียหายเต็มตามสัญญา
จำเลยอุทธรณ์ขอให้ยกฟ้อง
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า ตามสัญญาเอกสารหมาย จ.๑ ข้อ ๓ ว่า "ถ้าผู้รับซื้อผิดสัญญาไม่ไปทำหนังสือสัญญาและจดทะเบียนรับซื้อตามกำหนดข้อหนึ่ง ผู้จะซื้อยอมให้ผู้จะขายริบมัดจำ แต่ถ้าผู้จะขายผิดสัญญาไม่ไปทำหนังสือสัญญาและจดทะเบียนขายตามกำหนดในข้อหนึ่ง ผู้จะขายยอมให้ผู้จะซื้อฟ้องศาลบังคับให้เป็นไปตามสัญญานี้ และยอมใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้จะซื้ออีก ๖๕๐,๐๐๐ บาท อีกส่วนหนึ่งด้วย" เป็นข้อตกลงที่โจทก์ผู้จะซื้อและจำเลยผู้จะขายสมัครใจตกลงกันไว้ แม้การผิดสัญญาของจำเลยซึ่งเป็นฝ่ายผู้จะขาย นอกจากจำเลยจะถูกฟ้องศาลบังคับให้ปฏิบัติตามสัญญาแล้วจำเลยยังจะต้องใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ผู้จะซื้ออีก ๖๕๐,๐๐๐ บาท ก็ตามการบังคับให้ปฏิบัติตามสัญญาก็คือการเรียกให้ชำระหนี้ตามสัญญาและค่าเสียหายที่กำหนดจำนวนไว้ล่วงหน้าก็คือเบี้ยปรับนั่นเอง โจทก์จำเลยจึงอาจตกลงกันได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๓๘๑ วรรคหนึ่งข้อตกลงดังกล่าวจึงไม่เป็นโมฆะเพราะขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน
พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาเป็นพับ
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3821/2524
นางสาวยุนจีน แซ่ไล้ โจทก์
นางส้มทิพย์ ยิ้มประเสริฐ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางสาวยุนจีน แซ่ไล้ · จำเลย - นางส้มทิพย์ ยิ้มประเสริฐ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | จังหวัด แสงแข · อาจ ปัญญาดิลก · ไพศาล สว่างเนตร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสมุทรสงคราม - นายพิมล สมานิตย์ · ศาลอุทธรณ์ - นายชวลิต นราลัย |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา