⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3825/2524

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3825/2524

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. การรับบุคคลเข้าทำงานถือเป็นการรับไว้เพื่อการทำงานของนายจ้างแล้ว จึงอยู่ในฐานะลูกจ้าง 2. คำให้การพยานในชั้นสอบสวนเป็นพยานหลักฐานที่นำมาประกอบการวินิจฉัยข้อเท็จจริงได้

ย่อคำพิพากษา

การที่นายจ้างรับบุคคลใดเข้าทำงานจะเป็นการรับไว้ประจำหรืออยู่ในขั้นทดลองงานก็ตาม ย่อมถือได้ว่าได้มีการรับบุคคลนั้นเพื่อการทำงานของตนแล้ว จึงอยู่ในฐานะลูกจ้างของนายจ้าง คำให้การพยานในชั้นสอบสวนเป็นพยานหลักฐานอย่างหนึ่งที่จะนำมาประกอบการวินิจฉัยในการรับฟังเกี่ยวกับข้อเท็จจริงแห่งพฤติการณ์และการกระทำทั้งหลายได้ ไม่มีบทกฎหมายใดห้ามไว้โดยเด็ดขาด

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.95 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.425

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ลูกจ้างและจำเลยที่ 3 ในฐานะนายจ้าง ร่วมกันรับผิดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ 75,000 บาทกับดอกเบี้ยศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 3 โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ขณะเกิดเหตุจำเลยที่ 1 เป็นพนักงานหรือคนงานคนหนึ่งของจำเลยที่ 3 แม้ในชั้นสอบสวนนางสาวเพชรรัตน์ผู้จัดการบริษัทจำเลยที่ 3 จะอ้างว่าเป็นคนงานอยู่ในขั้นทดลองแต่ก็ได้ความว่าได้รับเงินเดือนเป็นค่าจ้างเช่นกัน ศาลฎีกาเห็นว่า การที่นายจ้างจะรับบุคคลใดเข้าทำงาน จะเป็นการรับไว้ประจำหรืออยู่ในขั้นทดลองงานก็ตาม ย่อมถือได้ว่าได้มีการรับบุคคลนั้น ๆ เพื่อการทำงานของตนแล้ว ส่วนการจะรับไว้เป็นพนักงานหรือคนงานประจำทันทีหรือให้อยู่ในระหว่างทดลองงานนั้น น่าจะเป็นเรื่องและวิธีการปฏิบัติอันเป็นการภายในของตนเท่านั้น เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าบริษัทจำเลยที่ 3 รับจำเลยที่ 1 เพื่อการทำงานของตนไว้แล้ว จำเลยที่ 1 จึงอยู่ในฐานะเป็นพนักงานหรือคนงานอันถือได้ว่าเป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 3 ขณะเกิดเหตุ" ฯลฯ "ส่วนข้อที่ว่า ศาลไม่ควรรับฟังคำให้การพยานบุคคลในชั้นสอบสวนมาเป็นข้อวินิจฉัยฟังว่า จำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างกระทำการในทางการที่จ้างนั้น เห็นว่า คำให้การพยานในชั้นสอบสวนเป็นพยานหลักฐานอย่างหนึ่งที่จะนำมาประกอบเป็นข้อวินิจฉัยเกี่ยวกับการรับฟังได้ ไม่มีบทกฎหมายใดห้ามไว้โดยเด็ดขาด ที่ศาลอุทธรณ์ไม่ยอมรับฟังคำให้การพยานในชั้นสอบสวนเพื่อนำมาประกอบการวินิจฉัยในการรับฟังเกี่ยวกับข้อเท็จจริงแห่งพฤติการณ์และการกระทำทั้งหลายโดยเห็นว่าเป็นเพียงพยานบอกเล่านั้นหาเป็นการชอบด้วยการพิจารณาว่าด้วยการรับฟังพยานหลักฐานไม่ ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าจำเลยที่ 3 ไม่ต้องร่วมรับผิด ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ฟังขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่าให้บังคับคดีเป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้จำเลยที่ 3 ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์และฎีกาแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 4,000 บาท" ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3825/2524 การไฟฟ้านครหลวง โจทก์ นายสมบูรณ์ หรือหมู ปกครองสุข กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - การไฟฟ้านครหลวง · จำเลย - นายสมบูรณ์ หรือหมู ปกครองสุข กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สนิท อังศุสิงห์ · ปรีชา พานิชวงศ์ · สำเนียง ด้วงมหาสอน
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 3428/2530ฎีกา 1087/2517ฎีกา 5712/2533ฎีกา 3208/2528ฎีกา 8203/2538ฎีกา 2424-2426/2520ฎีกา 2501/2526ฎีกา 884/2497ฎีกา 2399/2523ฎีกา 717/2536ฎีกา 1133/2522ฎีกา 2951/2537ฎีกา 1000/2505ฎีกา 2438/2535ฎีกา 1172/2514ฎีกา 4473/2541ฎีกา 616-617/2518ฎีกา 9117/2539ฎีกา 1145/2512ฎีกา 1951/2519ฎีกา 898/2534ฎีกา 1660/2518ฎีกา 9134/2551
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา