⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3835/2524

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3835/2524

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การยึดอสังหาริมทรัพย์โดยไม่ได้ยึดรวมกับที่ดินที่ตั้งอยู่ ถือว่าเป็นการยึดที่สมบูรณ์เมื่อได้แจ้งการยึดไปยังเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่จดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมแล้ว การโอนอสังหาริมทรัพย์ที่ถูกยึดในภายหลังจึงไม่สามารถใช้ยันแก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาหรือเจ้าพนักงานบังคับคดีได้

ย่อคำพิพากษา

เมื่อการยึดตึกพิพาทเป็นการยึดแต่ตัวตึกโดยไม่ได้ยึดรวมกับที่ดินที่ตึกตั้งอยู่ด้วยพนักงานเจ้าหน้าที่จดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมสำหรับอสังหาริมทรัพย์เช่นนี้ได้แก่นายอำเภอหรือผู้ทำการแทน ดังนั้นเมื่อเจ้าพนักงานบังคับคดีทำการยึดตึกพิพาทและได้มีหนังสือแจ้งการยึดไปยังหัวหน้าเขตแล้ว ย่อมเป็นการเพียงพอที่จะถือได้ว่ามีการแจ้งให้เจ้าพนักงานที่ดินผู้มีหน้าที่ทราบแล้ว ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 304 และย่อมมีผลตามมาตรา 305 การที่จำเลยซึ่งเป็นลูกหนี้โอนตึกพิพาทที่ถูกยึดแก่ผู้ร้องในภายหลัง จึงหาอาจใช้ยันแก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาหรือเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายที่ดิน ม.71 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.288 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.304 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.305 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.107

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้สืบเนื่องมาจากจำเลยผิดนัดไม่ชำระหนี้ให้โจทก์ตามคำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความ โจทก์ได้นำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดทรัพย์สินของจำเลยรวมทั้งตึกพิพาทเลขที่ ๓๔๔ ซึ่งปลูกอยู่บนที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๐๕๗๑๒ แขวงคลองตันเขตพระโขนง เมื่อวันที่ ๒ สิงหาคม ๒๕๒๒ ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ตึกเลขที่ ๓๔๔ ที่โจทก์นำยึดเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้อง ผู้ร้องซื้อจากจำเลยพร้อมที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๐๕๗๑๒ ได้จดทะเบียนต่อเจ้าพนักงานโดยชอบแล้วไม่ใช่ทรัพย์ของจำเลย ขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึด โจทก์ให้การว่า โจทก์ได้ไปยึดตึกพิพาทเมื่อวันที่ ๒ สิงหาคม ๒๕๒๒ ซึ่งขณะนั้นตึกยังเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยที่ ๒ จำเลยที่ ๒ เพิ่งขายให้ผู้ร้องเมื่อวันที่ ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๓ อันเป็นเวลาภายหลังจากที่โจทก์นำยึด ผู้ร้องจึงไม่อาจอ้างยันโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาได้ ขอให้ยกคำร้อง ก่อนสืบพยานโจทก์และผู้ร้องแถลงรับข้อเท็จจริงกันว่า โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดตึกพิพาทซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยที่ ๒ เมื่อวันที่ ๒ สิงหาคม ๒๕๒๒ เจ้าพนักงานบังคับคดีมีหนังสือแจ้งการยึดไปยังหัวหน้าเขตพระโขนง เมื่อวันที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๒๒ ต่อมาวันที่ ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๓ จำเลยที่ ๒ นำตึกพิพาทขายให้ผู้ร้องพร้อมที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๐๕๗๑๒ โดยจดทะเบียนซื้อขายกันที่สำนักงานที่ดินกรุงเทพมหานคร เขตพระโขนงเจ้าพนักงานที่ดินรับแจ้งการยึดจากผู้อำนวยการกอง กองยึดและจำหน่ายทรัพย์สินตามหนังสือลงวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๓ และเจ้าพนักงานที่ดินมีหนังสือตอบลงวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๓ ศาลชั้นต้นให้งดสืบพยานแล้ววินิจฉัยว่า การซื้อขายที่ดินและตึกพิพาทเป็นการที่จำเลยที่ ๒ ลูกหนี้ตามคำพิพากษาได้ก่อให้เกิดโอนหรือเปลี่ยนแปลงซึ่งสิทธิในตึกพิพาทภายหลังที่เจ้าพนักงานบังคับคดียึดไว้แล้วมาเป็นของผู้ร้อง จึงใช้ยันโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาหรือเจ้าพนักงานบังคับคดีไม่ได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๓๐๕(๑) ผู้ร้องไม่มีสิทธิร้องขอให้ปล่อยทรัพย์พิพาท ให้ยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การยึดตึกพิพาทรายนี้เป็นการยึดแต่ตัวตึกไม่ได้มีการยึดรวมกับที่ดินที่ตึกตั้งอยู่ด้วย ตามประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา ๗๑(๒) พนักงานเจ้าหน้าที่จดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมสำหรับอสังหาริมทรัพย์เช่นนี้ได้แก่นายอำเภอหรือผู้ทำการแทน ดังนั้นเมื่อเจ้าพนักงานบังคับคดีทำการยึดตึกพิพาทและได้มีหนังสือแจ้งการยึดไปยังหัวหน้าเขตพระโขนงแล้วตั้งแต่วันที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๒๒ จึงเป็นการเพียงพอที่จะถือได้ว่ามีการแจ้งให้เจ้าพนักงานที่ดินผู้มีหน้าที่ทราบแล้ว ต้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๓๐๔ เมื่อฟังว่าเป็นการยึดตามกฎหมายแล้วย่อมมีผลตามมาตรา ๓๐๕ การที่จำเลยที่ ๒ ลูกหนี้ก่อให้เกิดการโอนตึกพิพาทที่ถูกยึดแก่ผู้ร้องในภายหลังหาอาจใช้ยันเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาหรือเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ไม่ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3835/2524 ธนาคารอินโดจีนและสุเอช โจทก์ นายนวราช นฤหล้า ผู้ร้อง ห้างหุ้นส่วนจำกัดกฤษณาเจมส์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคารอินโดจีนและสุเอช · ผู้ร้อง - นายนวราช นฤหล้า · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัดกฤษณาเจมส์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เริ่ม ธรรมดุษฎี · ปรีชา สุมาวงศ์ · อำนวย อินทุภูติ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายวิรัตน์ ลัทธิวงศกร · ศาลอุทธรณ์ - นายวุฒิ ยุววิทยาพานิช
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1099/2550ฎีกา 1798/2506ฎีกา 770/2535ฎีกา 5882/2541ฎีกา 7677/2557ฎีกา 2679/2537ฎีกา 1781/2509ฎีกา 181/2512ฎีกา 7863/2538ฎีกา 1247/2510ฎีกา 684/2488ฎีกา 558/2521ฎีกา 4269/2528ฎีกา 1492/2510ฎีกา 560/2529ฎีกา 541/2509ฎีกา 1561/2508ฎีกา 3139/2537ฎีกา 1485/2513ฎีกา 2220/2535ฎีกา 1902/2494ฎีกา 635/2511ฎีกา 1561-1562/2518ฎีกา 408/2524
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา