⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 633/2524

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 633/2524

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การให้สัตยาบันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 142 ต้องเป็นการแสดงเจตนาที่ชัดแจ้งว่ายอมรับผิดในหนี้นั้น หรือกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งที่แสดงให้เห็นถึงการยอมรับผิดนั้นโดยปริยาย

ย่อคำพิพากษา

การให้สัตยาบันคือการแสดงการรับรองยอมรับผิดในหนี้นั้นหรือกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งดังที่ระบุไว้ใน ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 142 โจทก์มี หนังสือทวงถามให้จำเลยชำระหนี้ที่ภริยาจำเลยกู้เงินโจทก์ จำเลยแจ้งว่าจำเลยยอมรับผิดชดใช้เฉพาะหนี้เงินกู้รายหนึ่ง ส่วนหนี้เงินกู้รายอื่นจำเลยไม่ทราบเรื่อง กรณีจึงฟังไม่ได้ว่าหนี้เงินกู้รายอื่นที่ภริยาจำเลยก่อขึ้นนั้น จำเลยได้ให้สัตยาบันด้วย จำเลยต้องรับผิดในฐานะผู้จัดการมรดกของภริยา แต่ไม่ต้องรับผิดเป็นส่วนตัว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.142

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 360,000 บาท กับดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "คดีคงมีปัญหาวินิจฉัยในชั้นฎีกาว่า เงินจำนวน 160,000 บาทที่นางอังคณา เทพาคำ กู้ยืมไปจากโจทก์ตามเอกสารหมาย จ.4 เป็นหนี้ร่วมกันหรือไม่ ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่าเงินจำนวน 160,000 บาทที่นางอังคณา เทพาคำ กู้ยืมไปจากโจทก์ตามเอกสารหมาย จ.4 มีที่มาจากการกู้ 3 ครั้ง คือครั้งที่ 1 เป็นเงิน 70,000 บาท ครั้งที่ 2 เป็นเงิน 50,000 บาท ครั้งที่ 3 เป็นเงิน 40,000 บาท การกู้ครั้งที่ 1 โจทก์เบิกความว่าการกู้ครั้งนี้ไม่ทราบว่านางอังคณาเอาเงินไปทำอะไร การกู้ครั้งที่ 2 โจทก์เบิกความว่านางอังคณาได้บอกว่าจะนำไปซื้อรถยนต์ใช้เอง การกู้ครั้งที่ 3 โจทก์เบิกความว่านางอังคณาพูดว่าจะนำเงินจำนวนนี้ไปทำประโยชน์ให้แก่บุตรของตน แต่ทำประโยชน์อะไรไม่ปรากฏจะฟังว่ากู้เอาไปใช้จ่ายการศึกษาของบุตรก็รับฟังไม่ได้เพราะบุตรยังเล็กอยู่ นอกจากโจทก์แล้ว โจทก์คงมีนางบุญมี จำรูญจันทร์ เป็นพยานเบิกความว่านางอังคณาเคยเล่าให้ฟังว่านางอังคณาเคยไปเอาเงินจากโจทก์ไปออกดอกให้คนกู้เอากำไร ศาลฎีกาเห็นว่าตามคำพยานโจทก์ดังกล่าวรับฟังไม่ได้ว่านางอังคณา เทพาคำ กู้เงินโจทก์ทั้งสามครั้งเอาไปใช้จ่ายเป็นค่าอุปการะเลี้ยงดูรักษาพยาบาลครอบครัวและการศึกษาของบุตรตามสมควรดังที่โจทก์อ้างในคำฟ้อง ส่วนที่โจทก์อ้างในคำฟ้องว่าหนี้ดังกล่าวเป็นหนี้ที่เกี่ยวข้องกับสินบริคณห์และเป็นหนี้ที่เกิดขึ้นเนื่องจากการงานซึ่งจำเลยกับนางอังคณา เทพาคำ ทำด้วยกันนั้นเห็นว่าหนี้เงินกู้ดังกล่าวนางอังคณา เทพาคำ ก่อขึ้นเป็นการส่วนตัวโดยนางอังคณาเทพาคำ เป็นหญิงมีสามีมิได้รับอนุญาตของจำเลยผู้เป็นสามีอันเป็นการฝ่าฝืนบทบัญญัติมาตรา 38 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งใช้บังคับอยู่ในขณะนั้น หนี้เงินกู้ดังกล่าวจึงถือไม่ได้ว่าเป็นหนี้เกี่ยวข้องกับสินบริคณห์หรือเป็นหนี้ซึ่งเกิดขึ้นจากการงานซึ่งสามีภริยาทำด้วยกันส่วนที่โจทก์อ้างในคำฟ้องว่าหนี้เงินกู้ดังกล่าวจำเลยได้ให้สัตยาบันแล้วนั้น ศาลฎีกาเห็นว่าการให้สัตยาบันก็คือการแสดงการรับรองยอมรับผิดในหนี้นั้นด้วยหรือกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งดังที่ระบุไว้ในมาตรา 142 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ข้อเท็จจริงปรากฏว่า เมื่อโจทก์มีหนังสือทวงถามให้จำเลยชำระหนี้เงินกู้จำนวนทั้งหมด จำเลยได้แจ้งให้โจทก์ทราบว่า จำเลยยอมรับผิดชดใช้เฉพาะหนี้เงินกู้จำนวน 200,000 บาทที่จำเลยให้ความยินยอมไว้เท่านั้น ส่วนหนี้เงินกู้รายอื่นจำเลยไม่ทราบเรื่อง กรณีจึงฟังไม่ได้ว่าหนี้เงินกู้จำนวน 160,000 บาทที่นางอังคณา เทพาคำ ก่อขึ้นนั้น จำเลยได้ให้สัตยาบันดังโจทก์อ้างศาลฎีกาจึงเห็นว่าเงินจำนวน 160,000 บาท ที่นางอังคณา เทพาคำ กู้ยืมไปจากโจทก์ตามเอกสารหมาย จ.4 ไม่ใช่เป็นหนี้ร่วมกันตามที่ระบุไว้ในมาตรา 1482 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนั้น จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดในฐานะส่วนตัวในเงินจำนวนดังกล่าว ฎีกาจำเลยฟังขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยไม่ต้องรับผิดในฐานะส่วนตัวในหนี้เงินกู้ 160,000 บาทกับดอกเบี้ยตามเอกสารหมาย จ.4 ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาแทนจำเลยโดยกำหนดค่าทนายความสองศาลเป็นเงิน 2,000 บาท นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์" ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 633/2524 นางสอาด งานทวี โจทก์ นายเสริมศักดิ์ เทพาคำ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสอาด งานทวี · จำเลย - นายเสริมศักดิ์ เทพาคำ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุทิน เลิศวิรุฬห์ · สุนทร วรรณแสง · พยนต์ ยาวะประภาษ
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 662/2473ฎีกา 699/2482ฎีกา 787/2521ฎีกา 1884/2497ฎีกา 78/2565ฎีกา 1039/2485ฎีกา 4230/2555ฎีกา 148/2496ฎีกา 664/2535ฎีกา 251/2522ฎีกา 2921/2522ฎีกา 2051/2492ฎีกา 148/2488ฎีกา 1347/2494ฎีกา 5239/2543ฎีกา 591-592/2482ฎีกา 2049/2538ฎีกา 84-85/2481ฎีกา 3252/2531ฎีกา 498/2534ฎีกา 860/2519ฎีกา 2125/2551ฎีกา 2906/2548
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา