⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 664/2535

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 664/2535

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่โจทก์ขอให้จำเลยชำระดอกเบี้ยเกินกว่า 5 ปีในชั้นฎีกา โดยที่ในชั้นอุทธรณ์โจทก์ขอเพียง 5 ปีนั้น เป็นการเปลี่ยนแปลงคำขอท้ายฟ้องที่ทำให้เกิดผลเสียแก่จำเลย จึงต้องห้ามตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

ในชั้นอุทธรณ์โจทก์ขอให้จำเลยชำระดอกเบี้ยถึงวันฟ้องเพียง5 ปี ในชั้นฎีกาโจทก์จะขอให้จำเลยชำระดอกเบี้ยนับแต่วันกู้ถึงวันฟ้องซึ่งเป็นเวลาเกินกว่า 5 ปีหาได้ไม่.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.142 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.247 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.249

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2521 จำเลยได้กู้เงินไปจากโจทก์ 100,000 บาท ดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี กำหนดใช้คืนภายในวันที่ 2 กันยายน 2522 ตั้งแต่กู้ไปจำเลยไม่คเยชำระหนี้แก่โจทก์ จำเลยค้างชำระดอกเบี้ยถึงวันฟ้อง 113,750 บาท ขอให้บังคับจำเลยชำระต้นเงินและดอกเบี้ยรวมเป็นเงิน 213,750 บาทกับดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปีในต้นเงิน 100,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า จำเลยไม่ได้กู้เงิน 100,000 บาท จากโจทก์เดิมจำเลยกู้เงินโจทก์ตั้งแต่ปี 2521 จำนวน 10,000 บาท ซึ่งชำระไป5,000 บาทแล้วกับกู้เมื่อปี 2524 รวม 2 ครั้ง จำนวน 25,000 บาท และ10,000 บาท ตามลำดับต่อมาโจทก์คิดต้นเงินรวมกับดอกเบี้ยค้างส่งเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดเป็น 100,000 บาทแล้วโจทก์ให้จำเลยทำสัญญากู้ใหม่เมื่อปี 2525 แต่กลับลงวันที่ 2 กันยายน 2521 และให้จำเลยนำน.ส.3 มาวางไว้แก่โจทก์เป็นประกันด้วย ต่อมาบุตรของจำเลยได้ชำระหนี้แทนจำเลยครบถ้วนแล้ว โจทก์ได้คืน น.ส.3 แก่จำเลยแต่โจทก์ไม่ยอมคืนสัญญากู้และกลับนำมาฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ โจทก์เรียกดอกเบี้ยที่ค้างได้ไม่เกิน 5 ปี ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 71,250 บาทพร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2529เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ โจทก์และจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยกู้เงินโจทก์ไปจำนวน 100,000 บาท และโจทก์ได้รับชำระหนี้จากจำเลยแล้วรวมเป็นเงิน 140,000 บาท แต่ในชั้นอุทธรณ์โจทก์ขอให้จำเลยชำระดอกเบี้ยถึงวันฟ้องเพียง 5 ปี ดังนั้น ในชั้นฎีกาโจทก์จะขอให้จำเลยชำระดอกเบี้ยนับแต่วันกู้ถึงวันฟ้องซึ่งเป็นเวลาเกินกว่า 5 ปีหาได้ไม่ (นับแต่วันกู้ถึงวันฟ้องเป็นเวลา 7 ปี 7 เดือน) ศาลฎีกาให้โจทก์ได้รับชำระดอกเบี้ยถึงวันฟ้องได้เพียง 5 ปี เป็นเงิน 75,000บาท รวมต้นเงินและดอกเบี้ยถึงวันฟ้องเป็นเงิน 175,000 บาท จำเลยชำระแก่โจทก์แล้วเป็นเงิน 140,000 บาท จึงค้างชำระเป็นเงิน 35,000 บาท พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระเงิน 35,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 664/2535 นางสาว ฉิง อนันต์ นาวี โจทก์ นาง ทิ้ง ทอง เพิ่ม จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสาว ฉิง อนันต์ นาวี · จำเลย - นาง ทิ้ง ทอง เพิ่ม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชลิต ประไพศาล · อากาศ บำรุงชีพ · สมชัย ศิริบุตร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 662/2473ฎีกา 1454/2514ฎีกา 699/2482ฎีกา 633/2524ฎีกา 1364/2497ฎีกา 787/2521ฎีกา 1884/2497ฎีกา 78/2565ฎีกา 1039/2485ฎีกา 4230/2555ฎีกา 148/2496ฎีกา 251/2522ฎีกา 1798/2551ฎีกา 892/2486ฎีกา 2921/2522ฎีกา 8131/2554ฎีกา 2051/2492ฎีกา 148/2488ฎีกา 536/2535ฎีกา 2645/2536ฎีกา 1253/2494ฎีกา 1347/2494ฎีกา 5239/2543ฎีกา 591-592/2482
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา