⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1378/2525

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1378/2525

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยให้การต่อสู้คดีว่าฟ้องโจทก์ขาดอายุความ ถือเป็นการปฏิเสธคำฟ้องโดยชัดแจ้ง โจทก์จึงมีหน้าที่นำสืบพิสูจน์ว่าได้นำคดีมาสู่ศาลภายในกำหนดเวลาที่กฎหมายกำหนด

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องคดีโดยอาศัยมาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2474 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2504 จำเลยให้การว่าโจทก์มิได้นำคดีมาสู่ศาลภายใน 90 วัน นับแต่รับคำวินิจฉัยของนายทะเบียน ฟ้องโจทก์จึงขาดอายุความ ดังนี้จะถือว่าจำเลยยอมรับว่าโจทก์ได้รับหนังสือแจ้งคำวินิจฉัยของนายทะเบียนตามวันที่ระบุในฟ้องหาได้ไม่ เพราะจำเลยไม่มีโอกาสที่จะทราบว่าโจทก์ได้รับหนังสือแจ้งคำวินิจฉัยตั้งแต่เมื่อใดจำเลยจึงไม่อาจให้การปฏิเสธได้โดยชัดแจ้งถึงวันที่โจทก์ได้รับหนังสือแจ้งคำวินิจฉัยนั้น คำให้การดังกล่าวเป็นการปฏิเสธว่าฟ้องโจทก์ขาดอายุความโดยชัดแจ้งแล้วโจทก์จึงมีหน้าที่นำสืบในข้อนี้เมื่อโจทก์นำสืบมายังรับฟังไม่ได้ว่าโจทก์นำคดีมาสู่ศาลภายในกำหนด 90 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำวินิจฉัยของนายทะเบียน สิทธินำคดีมาสู่ศาลจึงเป็นอันระงับสิ้นไปตามมาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.84 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ยื่นขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าซ้ำกับเครื่องหมายการค้าของโจทก์ โจทก์จึงยื่นคัดค้าน นายทะเบียนเครื่องหมายการค้าวินิจฉัยให้ยกคำคัดค้านของโจทก์ โจทก์ได้รับแจ้งคำวินิจฉัยเมื่อวันที่ ๑๒ มีนาคม ๒๕๒๒ โจทก์ไม่เห็นพ้องด้วยจึงฟ้องคดีนี้โดยอาศัยมาตรา ๒๒ แห่งพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้าฯ ขอให้ศาลเพิกถอนคำวินิจฉัยของนายทะเบียนเครื่องหมายการค้าตามคำขอของจำเลย จำเลยให้การข้อหนึ่งว่า คดีโจทก์ขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์กล่าวในฟ้องว่าโจทก์ได้รับแจ้งคำวินิจฉัยของนายทะเบียนเครื่องหมายการค้าให้ยกคำคัดค้านของโจทก์เมื่อวันที่ ๑๒ มีนาคม ๒๕๒๒ และโจทก์ฟ้องคดีนี้โดยอาศัยมาตรา ๒๒ แห่งพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. ๒๔๗๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม โดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๐๔ จำเลยให้การต่อสู้ในประเด็นข้อนี้ว่า "ตามมาตรา ๒๒ แห่งพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. ๒๔๗๔ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๐๔ บัญญัติว่า หากฝ่ายใดไม่พอใจในคำวินิจฉัยของนายทะเบียนจะต้องนำคดีไปสู่ศาลภายใน ๙๐ วัน นับแต่ได้รับคำวินิจฉัยและจะต้องยื่นคำร้องให้นายทะเบียนทราบภายในกำหนดดังกล่าวด้วย มิฉะนั้นให้ถือว่าคำวินิจฉัยถึงที่สุด โจทก์มิได้ปฏิบัติภายในกำหนดดังกล่าว ฟ้องโจทก์จึงขาดอายุความ ดังนี้จะถือว่าจำเลยยอมรับว่าโจทก์ได้รับหนังสือแจ้งคำวินิจฉัยของนายทะเบียนการค้าเมื่อวันที่ ๑๒ มีนาคม ๒๕๒๒ ตามฟ้องโจทก์หาได้ไม่ เพราะจำเลยไม่มีโอกาสที่จะทราบว่าโจทก์ได้รับหนังสือแจ้งคำวินิจฉัยของนายทะเบียนเครื่องหมายการค้าตั้งแต่เมื่อใดจำเลยจึงไม่อาจให้การปฏิเสธได้โดยแจ้งชัดถึงวันที่โจทก์ได้รับหนังสือแจ้งคำวินิจฉัยนั้น เมื่อจำเลยให้การปฏิเสธเป็นสารสำคัญว่าโจทก์มิได้นำคดีมาสู่ศาลภายในกำหนดเวลา ๙๐ วันตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ และกล่าวอ้างว่าคดีโจทก์ขาดอายุความ โจทก์จึงต้องมีหน้าที่นำสืบแสดงให้เห็นว่าโจทก์นำคดีมาสู่ศาลภายใน ๙๐ วัน นับแต่วันที่โจทก์ได้รับหนังสือแจ้งคำวินิจฉัยของนายทะเบียนเครื่องหมายการค้า ดังจะเห็นได้จากชั้นชี้สองสถานของศาลชั้นต้นซึ่งกำหนดประเด็นพิพาทข้อนี้ไว้ว่าฟ้องของโจทก์ขาดอายุความแล้วหรือไม่ และกำหนดให้หน้าที่นำสืบตกอยู่แก่โจทก์ ฉะนั้นหากโจทก์เห็นว่าคำให้การของจำเลยยอมรับข้อเท็จจริงตามฟ้องของโจทก์ โจทก์ก็ชอบที่จะโต้แย้งหรือคัดค้านต่อศาลชั้นต้นว่าคดีไม่มีประเด็นเรื่องอายุความ แต่โจทก์ก็หาได้โต้แย้งแต่อย่างใดไม่ ย่อมเป็นการแสดงว่าโจทก์ยอมรับที่จะเป็นฝ่ายนำสืบในประเด็นข้อนี้เพราะเห็นว่าศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นข้อพิพาทถูกต้องแล้ว ศาลฎีกาเห็นว่าคำให้การของจำเลยปฏิเสธฟ้องของโจทก์ไว้โดยชัดแจ้งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๑๗๗ วรรคสอง ในกรณีเช่นนี้โจทก์มีหน้าที่นำสืบให้ปรากฏว่าโจทก์ได้รับหนังสือแจ้งคำวินิจฉัยของนายทะเบียนเครื่องหมายการค้าตามที่กล่าวอ้างในฟ้องแต่โจทก์หาได้นำสืบไม่ พยานหลักฐานของโจทก์ยังรับฟังไม่ได้ว่าโจทก์ได้รับหนังสือแจ้งคำวินิจฉัยของนายทะเบียนเครื่องหมายการค้าเมื่อวันที่ ๑๒ มีนาคม ๒๕๒๒ หรือภายหลัง อันจะเป็นการแสดงว่าโจทก์ได้นำคดีมาสู่ศาลภายใน ๙๐ วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งคำวินิจฉัยของนายทะเบียน ดังนั้น สิทธิที่โจทก์จะนำคดีมาสู่ศาลไม่เป็นอันระงับสิ้นไปตาม มาตรา ๒๒ แห่งพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พุทธศักราช ๒๕๗๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๐๔ มาตรา ๘ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1378/2525 บริษัทเมอิโตกุ บุสซาน ไกชา แอ็ลทีดี โดยนายดำเนิน การเด่น ผู้รับมอบอำนาจ นายสามารถ สุติเชวงกุล จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความผู้รับมอบอำนาจ - บริษัทเมอิโตกุ บุสซาน ไกชา แอ็ลทีดี โดยนายดำเนิน การเด่น · จำเลย - นายสามารถ สุติเชวงกุล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สหัส สิงหวิริยะ · อัมพล สุวรรณภักดี · สมบูรณ์ บุญภินนท์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายเธียร ยูงทอง · ศาลอุทธรณ์ - นายดำรง อุณหวัฒน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4359/2540ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 4838/2548ฎีกา 1415/2540ฎีกา 7903/2568ฎีกา 2135/2518ฎีกา 4041/2542ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1765/2492ฎีกา 3474/2538ฎีกา 5712/2541ฎีกา 3601/2526ฎีกา 72/2505ฎีกา 70/2518ฎีกา 591/2513ฎีกา 1561-1562/2518ฎีกา 848/2534ฎีกา 119/2532ฎีกา 1616/2522ฎีกา 4636/2543ฎีกา 4484/2536ฎีกา 6555/2538ฎีกา 1816/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา