คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1411/2525
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. การที่ทนายความยื่นบัญชีระบุพยานโดยพลั้งเผลอไม่ได้ลงลายมือชื่อ สามารถขอแก้ไขให้ถูกต้องได้ หากไม่ทำให้คู่กรณีเสียหายและไม่ฝ่าฝืนกฎหมาย
2. หากข้อตกลงในสัญญาประนีประนอมยอมความไม่สามารถปฏิบัติได้ตามกฎหมาย ให้ถือแนวเขตตามที่ปกครองกันมา
ย่อคำพิพากษา
จำเลยมีหน้าที่นำสืบก่อน และได้ทำการสืบพยานจำเลยจนเสร็จสิ้นแล้วศาลนัดสืบพยานโจทก์ นัดแรกเลื่อนไป ต่อมาในการนัดสืบพยานโจทก์นัดที่สอง ความจึงปรากฏว่าบัญชีระบุพยานของโจทก์ไม่มีลายมือชื่อผู้ระบุพยาน เพราะทนายคนเดิมของโจทก์ได้ยื่นบัญชีระบุพยานไว้แต่ด้วยความพลั้งเผลอไม่ได้ลงชื่อ ดังนี้ กรณีเป็นเรื่องที่ทนายโจทก์คนเดิมได้ยื่นบัญชีระบุพยานไว้โดยชอบ เพียงแต่พลั้งเผลอไม่ได้ลงลายมือชื่อ โจทก์ทราบจึงขอแก้ไขให้ถูกต้อง บัญชีระบุพยานดังกล่าวจึงชอบด้วยกฎหมาย ไม่ทำให้จำเลยเสียหายและไม่เป็นการฝ่าฝืนต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งแต่อย่างใด
สัญญาประนีประนอมยอมความ มีข้อตกลงแต่เพียงจะให้รังวัดหาแนวเขตที่แท้จริง แต่โฉนดที่ดินของโจทก์จำเลยเป็นโฉนดแบบเก่า ไม่สามารถปูโฉนดได้ ข้อตกลงในสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าวจึงเป็นข้อตกลงที่ปฏิบัติไม่ได้ จึงต้องถือแนวเขตตามที่ปกครองกันมา
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์จำเลยมีเรื่องพิพาทกันเกี่ยวกับแนวเขตที่ดิน ต่อมาจำเลยกับโจทก์ได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันว่า โจทก์จำเลยตกลงให้ช่างรังวัดสำนักงานที่ดินจังหวัดราชบุรีวัดสอบเขตโดยรังวัดจากทางปลายของโฉนดมาหาเขตติดต่อ เพื่อหาเขตแดนที่ถูกต้อง ถ้าที่ดินขาดหรือเกินโฉนดก็ให้แบ่งกันคนละครึ่งตามส่วนที่ขาดเกินโดยไม่เรียกร้องค่าเสียหายต่อกัน ต่อมาโจทก์ได้ยื่นคำร้องให้ช่างรังวัดไปทำการรังวัดแต่รังวัดไม่ได้เพราะน้ำท่วม ต่อมาโจทก์นำช่างรังวัดมาทำการรังวัดอีก จำเลยกลับปฏิเสธไม่ยอมนำช่างรังวัดและรับรองแนวเขต และโต้แย้งว่าที่ดินบางส่วนของโจทก์เป็นของจำเลย ขอให้ศาลพิพากษาบังคับขับไล่จำเลยออกไป
จำเลยให้การว่าที่ดินที่โจทก์ว่าจำเลยรุกล้ำเป็นของจำเลย จำเลยครอบครองมา ๓๐ ปีแล้ว รูปแผนที่ในโฉนดเป็นแผนที่แบบเก่า โจทก์อ้างว่าโจทก์จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน เพื่อตกลงแบ่งปันแนวเขตที่ขาดเกิน ข้อพิพาทเดิมย่อมระงับ เมื่อโจทก์ฟ้องบังคับตามสัญญาประนีประนอมยอมความ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง เหตุที่ไม่มีการรังวัดสอบเขตเพราะช่างรังวัดไม่สามารถปูแนวเขตตามรูปแผนที่หลังโฉนดได้ จึงต้องถือแนวเขตตามที่ปกครองกันมาแต่เดิม
ศาลชั้นต้นพิพากษาขับไล่จำเลยและบริวารห้ามเกี่ยวข้องอีกต่อไป
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกาเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า บัญชีระบุพยานของโจทก์ไม่ได้ลงชื่อผู้ระบุพยานเป็นบัญชีระบุพยานที่ไม่ชอบ และฎีกาว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะโจทก์ไม่ฟ้องบังคับตามสัญญาประนีประนอมยอมความ
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าจำเลยมีหน้าที่นำสืบก่อน และได้ทำการสืบพยานจำเลยเสร็จสิ้นแล้ว ศาลนัดสืบพยานโจทก์ นัดแรกเลื่อนไป ต่อมาในการนัดสืบพยานโจทก์นัดที่สองความจึงปรากฏว่าบัญชีระบุพยานของโจทก์ไม่มีลายมือชื่อผู้ระบุพยาน เพราะทนายคนเดิมของโจทก์ได้ยื่นบัญชีระบุพยานดังกล่าวไว้ แต่ด้วยความพลั้งเผลอไม่ได้ลงชื่อ ดังนี้กรณีเป็นเรื่องที่ทนายโจทก์คนเดิมได้ยื่นบัญชีระบุพยานไว้โดยชอบ เพียงแต่พลั้งเผลอไม่ได้ลงลายมือชื่อ โจทก์ทราบจึงขอแก้ไขให้ถูกต้อง บัญชีระบุพยานดังกล่าวจึงชอบด้วยกฎหมาย ไม่ทำให้จำเลยเสียหายและไม่ฝ่าฝืนต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งแต่อย่างใด
ที่จำเลยฎีกาว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะโจทก์ไม่ฟ้องตามสัญญาประนีประนอมยอมความนั้น ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า สัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างโจทก์จำเลยเป็นเพียงแต่จะให้รังวัดหาแนวเขตที่แท้จริง โดยช่างรังวัดของสำนักงานที่ดิน แต่โฉนดที่ดินโจทก์จำเลยเป็นโฉนดแบบเก่าจึงปูโฉนดไม่ได้ ข้อตกลงตามสัญญาประนีประนอมยอมความจึงปฏิบัติไม่ได้ ซึ่งในคำให้การจำเลยตอนท้ายก็รับรองแล้วว่าช่างรังวัดไม่สามารถปูแนวเขตตามรูปแผนที่หลังโฉนดของโจทก์จำเลยได้ จึงต้องถือแนวเขตตามที่ปกครองกันมา โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1411/2525
นายรักษ์ แซ่โล้ว กับพวก โจทก์
นางสาวละออ แซ่ตั้น หรือตั๊น จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายรักษ์ แซ่โล้ว กับพวก · จำเลย - นางสาวละออ แซ่ตั้น หรือตั๊น |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พูน จักรเสน · สมชัย ทรัพยวณิช · สมบูรณ์ บุญภินนท์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นายชวลิต ศรีสง่า · ศาลอุทธรณ์ - นายประมาณ ชันซื่อ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา