⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1515/2525

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1515/2525

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ดอกเบี้ยเงินกู้ที่โจทก์ต้องเสียให้แก่ธนาคาร ไม่ถือเป็นค่าเสียหายอันเกิดจากการกระทำละเมิดของจำเลย โจทก์จึงไม่อาจเรียกให้จำเลยชดใช้ดอกเบี้ยดังกล่าวได้

ย่อคำพิพากษา

การที่โจทก์กู้เงินจากธนาคารมาซื้อที่พิพาทซึ่งมีบ้านของจำเลยปลูกอยู่โดยละเมิด โดยโจทก์ต้องเสียดอกเบี้ยให้แก่ธนาคารนั้น การที่ต้องเสียดอกเบี้ยให้แก่ธนาคารเกิดจากโจทก์ไม่ชำระหนี้เงินกู้ให้ธนาคาร หาใช่เกิดจากจำเลยยังอยู่ในที่พิพาทไม่ ดอกเบี้ยจึงไม่ใช่ค่าเสียหายอันเกิดจากการกระทำละเมิดของจำเลย จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดชดใช้ให้แก่โจทก์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.438 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.537

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินมีโฉนดโดยซื้อมาจากนางสดศรีจำเลยปลูกบ้านบนที่ดินดังกล่าวโดยเช่าจากเจ้าของเดิม หลังจากโจทก์รับโอนกรรมสิทธิ์แล้ว โจทก์ได้แจ้งให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไป แต่จำเลยก็ไม่รื้อถอนให้โจทก์ได้รับความเสียหาย กล่าวคือ โจทก์จะก่อสร้างห้องแถวเพื่อทำการค้า ราคาวัสดุก่อสร้างและค่าแรงงานในการก่อสร้างสูงขึ้นเรื่อย ๆโจทก์ขอคิดค่าเสียหายเป็นเงิน ๒๐,๐๐๐ บาท และการซื้อที่ดินดังกล่าวโจทก์ได้ยืมเงินจากธนาคาร ต้องเสียดอกเบี้ยให้แก่ธนาคารวันละ ๕๐ บาท ขอให้ศาลพิพากษาบังคับให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างของจำเลยออกไป (และส่งมอบที่ดินให้แก่โจทก์ในสภาพเรียบร้อย และห้ามจำเลยเข้าเกี่ยวข้องอีกต่อไป) และให้ใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ จำเลยให้การต่อสู้หลายประการ และว่าการที่โจทก์เสียดอกเบี้ยธนาคารนั้น ไม่ใช่ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการกระทำของจำเลยโดยตรงความเสียหายเพราะค่าวัสดุก่อสร้างและค่าแรงงานสูงขึ้น ก็ไม่ใช่ความเสียหายโดยตรงจากการกระทำของจำเลย โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหายทั้งสองประการจากจำเลย ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่พิพาท ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายให้โจทก์เดือนละ ๕๐๐ บาทนับตั้งแต่วันที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๒๓ จนกว่าจำเลยและบริวารจะออกไปจากที่พิพาท โจทก์และจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ฟังว่า ที่โจทก์ต้องเสียดอกเบี้ยให้ธนาคารวันละ ๔๙ บาทนั้น จำเลยไม่ต้องรับผิด ส่วนที่ศาลชั้นต้นให้จำเลยต้องรับผิดในค่าเสียหายจากการที่โจทก์ไม่ได้ใช้ที่พิพาทนั้น เป็นการวินิจฉัยนอกคำฟ้องและนอกประเด็น พิพากษาแก้เป็นว่าให้ยกฟ้องโจทก์เฉพาะในเรื่องค่าเสียหาย โจทก์ฎีกาว่า โจทก์ต้องกู้ยืมเงินจากธนาคารมาซื้อที่พิพาทต้องเสียดอกเบี้ยให้แก่ธนาคารวันละ ๔๙ บาท การที่จำเลยยังคงอยู่ในที่พิพาทของโจทก์ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย โดยโจทก์ต้องเสียดอกเบี้ยแก่ธนาคารวันละ ๔๙ บาท ค่าเสียหายดังกล่าวเป็นค่าเสียหายโดยตรงจากการละเมิดของจำเลย จำเลยจึงต้องรับผิดชดใช้ให้โจทก์ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่โจทก์ซื้อที่พิพาทโดยไปกู้เงินจากธนาคารและต้องเสียดอกเบี้ยให้แก่ธนาคารนั้น เป็นเรื่องโจทก์ไปก่อหนี้ขึ้นเองไม่เกี่ยวกับการที่จำเลยยังอยู่ในที่พิพาท เพราะถึงแม้จำเลยจะยังอยู่หรือไม่อยู่ในที่พิพาทก็ตาม โจทก์ก็ต้องเสียดอกเบี้ยให้แก่ธนาคารอยู่นั่นเอง การที่โจทก์ต้องเสียดอกเบี้ยให้แก่ธนาคาร เกิดจากโจทก์ไม่ชำระหนี้เงินกู้ให้ธนาคารเองหาใช่เกิดจากจำเลยยังอยู่ในที่พิพาทไม่ จึงไม่ใช่ค่าเสียหายอันเกิดจากการกระทำละเมิดของจำเลยดังโจทก์อ้าง จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดชดใช้ให้โจทก์ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1515/2525 นางสาวปวีณา ทองรัตนสมบัติ โจทก์ นายชวนชัย หรือชวน ปิยะวงศ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสาวปวีณา ทองรัตนสมบัติ · จำเลย - นายชวนชัย หรือชวน ปิยะวงศ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุทิน เลิศวิรุฬห์ · เริ่ม ธรรมดุษฎี · อำนวย อินทุภูติ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดศรีสะเกษ - นายสลิล สินจำหน่าย · ศาลอุทธรณ์ - นายลิขิต ไชยฤทธิ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 1798/2506ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 1479/2542ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2834/2527ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 6239/2551ฎีกา 1538/2518ฎีกา 149/2526ฎีกา 1124/2479ฎีกา 7335/2538ฎีกา 3452/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 1036/2506ฎีกา 888/2511ฎีกา 9188/2538ฎีกา 1145/2512ฎีกา 898/2534ฎีกา 307/2513
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา