⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1626/2525

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1626/2525

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ทนายความขอถอนตัวจากการเป็นทนายความในวันนัดสืบพยาน โดยที่ลูกความยังไม่ทราบและไม่ได้แต่งตั้งทนายความใหม่ ไม่ถือว่าลูกความจงใจขาดนัดพิจารณา หากลูกความอยู่ต่างจังหวัดและคาดหมายว่าทนายความเดิมจะดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปตามปกติ ศาลควรมีคำสั่งเลื่อนการพิจารณาเพื่อรอให้ลูกความแต่งตั้งทนายความใหม่

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 1 ที่ 2 มีภูมิลำเนาอยู่จังหวัดอุตรดิตถ์ แต่งตั้งให้ทนายความซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ที่กรุงเทพมหานครดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลแพ่งการที่ทนายความของจำเลยที่ 1 ที่ 2 มอบให้เสมียนทนายมายื่นคำร้องต่อศาลขอถอนตนจากการเป็นทนายความของจำเลยที่ 1 ที่ 2 ในวันนัดสืบพยานโจทก์อ้างว่ามีความคิดเห็นไม่ลงรอยกัน โดยจำเลยที่ 1 ที่ 2 ยังไม่ทราบว่าทนายความขอถอนตนเช่นนี้ จะถือว่าจำเลยที่ 1 ที่ 2 จงใจไม่มาศาลในวันสืบพยานยังไม่ถนัดเพราะจำเลยที่ 1 ที่ 2 อยู่ต่างจังหวัด ส่วนทนายอยู่กรุงเทพมหานครซึ่งในวันนัดสืบพยานโจทก์ ตัวจำเลยที่ 1 ที่ 2 คงจะคาดหมายว่าทนายความของตนจะเป็นผู้ดำเนินกระบวนพิจารณาตามกฎหมายต่อไปตามปกติ มิได้คาดหมายว่าทนายจะถอนตนถ้าจำเลยที่ 1 ที่ 2 ทราบก็จะต้องแต่งทนายความใหม่เพื่อสู้คดี เพราะได้ยื่นคำให้การไว้แล้วเพื่อให้ความยุติธรรมดำเนินไปด้วยดี ศาลชั้นต้นควรเลื่อนการพิจารณาไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 39

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.39 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.40 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.65

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์จำเลยได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน (ที่จังหวัดอุตรดิตถ์) ว่า จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ยอมใช้เงิน ๖๙๘,๒๗๖.๑๑ บาท ให้โจทก์พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ ๑๕ ต่อปี โดยผ่อนชำระเป็นรายเดือน ๆ ละ ๓๕,๐๐๐ บาท ทุกวันที่ ๑๕ ของเดือน เริ่มตั้งแต่เดือนมกราคม ๒๕๒๓ เป็นต้นไป จนกว่าจะครบผิดนัดงวดใดให้ถือว่าผิดนัดทั้งหมด ให้โจทก์ฟ้องบังคับคดีที่ศาลแพ่งได้ทันทีโดยไม่ต้องบอกกล่าว จำเลยที่ ๓ เป็นผู้ค้ำประกัน จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ผิดสัญญาโดยส่งเงินมาชำระให้โจทก์เพียง ๒ ครั้ง ทั้งมิได้นำทะเบียนรถยนต์วอลโว่มาให้โจทก์ยึดถือไว้เป็นประกันตามสัญญา โจทก์ทวงถามแล้วจำเลยเพิกเฉย ขอให้ศาลบังคับให้จำเลยชำระหนี้ตามฟ้องให้โจทก์ จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ให้การว่า ไม่เคยรู้จักโจทก์ไม่เคยทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับโจทก์ ลายมือชื่อในเอกสารดังกล่าวไม่ใช่ลายมือชื่อของจำเลยที่ ๒ และไม่ได้ประทับตราของห้างจำเลยที่ ๑ จึงไม่ต้องผูกพันโจทก์ไม่เคยทวงถาม ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ ๓ ให้การว่า ได้ทำสัญญาค้ำประกันการชำระหนี้ให้แก่โจทก์จริง แต่จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ มีทรัพย์สินมากกว่าจำนวนหนี้ หากมีการบังคับคดีตามคำพิพากษาขอให้บังคับเอาจากทรัพย์สินของจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ก่อน ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ชำระหนี้ตามฟ้องให้โจทก์ถ้าไม่ชำระหรือชำระไม่ครบถ้วนให้จำเลยที่ ๓ ชำระแทนจนครบ จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ขาดนัดพิจารณาให้สืบพยานโจทก์สำหรับจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ไปฝ่ายเดียวไม่ชอบ จึงยังถือไม่ได้ว่าจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ขาดนัดพิจารณา พิพากษายก คำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการพิจารณาสืบพยานโจทก์และจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ใหม่ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ มีภูมิลำเนาอยู่ จังหวัดอุตรดิตถ์ ได้แต่งตั้งให้ทนายความซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่กรุงเทพมหานคร ดำเนินกระบวนพิจารณาตามกฎหมายที่ศาลแพ่ง การที่ทนายความของจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ มอบให้เสมียนทนายมายื่นคำร้องต่อศาลขอถอนตนจากการแต่งตั้งเป็นทนายในวันนัดสืบพยานโจทก์ อ้างว่ามีความคิดเห็นไม่ลงรอยกันโดยจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ยังไม่ทราบว่าทนายความขอถอนตนจากการแต่งตั้งเป็นทนายเช่นนี้ จะเรียกว่าจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ จงใจไม่มาศาลในวันสืบพยานไม่ถนัดเพราะตัว จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ อยู่ต่างจังหวัด ทนายความของจำเลยทั้ง ๒ อยู่กรุงเทพมหานครซึ่งในวันนัดสืบพยานโจทก์เช่นคดีนี้ ตัวจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ คงจะคาดหมายว่าทนายความของตนจะเป็นผู้ดำเนินกระบวนพิจารณาตามกฎหมายต่อไปตามปกติ มิได้คาดหมายว่าทนายของจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ จะขอถอนตน ถ้าจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ทราบก็จะต้องแต่งทนายความใหม่เพื่อต่อสู้คดี ดังที่ได้ยื่นคำให้การไว้แล้ว ศาลฎีกาเห็นว่า เพื่อให้ความยุติธรรมดำเนินไปด้วยดี ศาลชั้นต้นควรเลื่อนการพิจารณาไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๓๙ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการพิจารณาสืบพยานโจทก์และจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี จึงชอบแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1626/2525 บริษัทยูนิลีเวอร์ (ประเทศไทย) จำกัดฯ โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ส.ว. แทรกเตอร์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทยูนิลีเวอร์ (ประเทศไทย) จำกัดฯ · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัด ส.ว. แทรกเตอร์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พูน จักรเสน · สมชัย ทรัพยวณิช · สหัส สิงหวิริยะ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายเลียบ ภิญญะวรรณ · ศาลอุทธรณ์ - ม.ร.ว. ชัยวัฒน์ ชมพูนุท
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2270/2524ฎีกา 2751/2522ฎีกา 1656/2512ฎีกา 654/2541ฎีกา 821/2522ฎีกา 108/2538ฎีกา 576/2472ฎีกา 2211/2534ฎีกา 7040/2543ฎีกา 196/2523ฎีกา 495/2545ฎีกา 5344/2542ฎีกา 1644/2519ฎีกา 5734/2545ฎีกา 3717/2538ฎีกา 3400/2532ฎีกา 4990/2531ฎีกา 1899/2512ฎีกา 94/2534ฎีกา 14/2514ฎีกา 553/2532ฎีกา 1420/2531ฎีกา 6/2518ฎีกา 1356/2530
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา