คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2290/2525
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานเปิดโอกาสให้ลูกจ้างเลือกออกจากงานได้เมื่ออายุครบ 60 ปี การที่ลูกจ้างเลือกออกจากงานก่อนสิ้นปีงบประมาณ ถือเป็นการใช้สิทธิเลิกจ้างตามข้อบังคับ ไม่ใช่การลาออก
ย่อคำพิพากษา
นายจ้างมีข้อบังคับว่า ถ้าลูกจ้างคนใดมีอายุครบ 60 ปี ในระหว่างปี ลูกจ้างคนนั้นมีสิทธิที่จะเลือกออกจากงานในวันถัดจากวันที่มีอายุครบหกสิบปีบริบูรณ์ หรือในวันสิ้นปีงบประมาณที่เกษียณอายุก็ได้ ดังนั้นการที่ลูกจ้างใช้สิทธิเลือกออกจากงานก่อนสิ้นปีงบประมาณเมื่อลูกจ้างอายุครบ 60 ปีแล้ว ซึ่งข้อบังคับของนายจ้างเปิดโอกาสให้ลูกจ้างเลือกทำได้ จึงเป็นการเลิกจ้างหาใช่เป็นลาออกจากงานไม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ม.46 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 6) ลงวันที่ 31กรกฎาคม พ.ศ.2521 ม.2
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์เป็นลูกจ้างประจำ จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่จ่ายค่าชดเชยให้ ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์
จำเลยให้การว่า จำเลยมิได้เลิกจ้างโจทก์ โจทก์ขอลาออกจากงานเองโจทก์จึงไม่มีสิทธิได้รับค่าชดเชย ขอให้ยกฟ้อง
ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์
จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา
ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า โจทก์มีอายุครบ ๖๐ ปีบริบูรณ์ในวันที่ ๔ เมษายน ๒๕๒๕ ซึ่งโจทก์จะต้องออกจากงานฐานเกษียณอายุในวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๒๕ แต่โจทก์ถึงออกจากงานตั้งแต่วันที่ ๒๐ เมษายน ๒๕๒๕ อันเป็นการใช้สิทธิตามข้อบังคับจำเลย ฉบับที่ ๒๐๑ ข้อ ๙.๑ วรรคแรกซึ่งมีความว่า "ฐานเกษียณอายุคือ เมื่ออายุครบหกสิบปีบริบูรณ์ ผู้ใดมีอายุครบหกสิบปีบริบูรณ์ในระหว่างปีใด ให้มีสิทธิที่จะทำงานต่อไปได้จนถึงสิ้นปีงบประมาณที่ครบเกษียณอายุแล้วให้ออกจากงานตั้งแต่วันขึ้นปีใหม่ของปีงบประมาณถัดไป แต่ถ้าผู้นั้นประสงค์จะออกเมื่ออายุครบหกสิบปีบริบูรณ์ก็ให้ออกจากงานได้ตั้งแต่วันถัดไป" มีความหมายว่า ถ้าลูกจ้างคนใดมีอายุครบหกสิบปีในระหว่างปี ลูกจ้างคนนั้นมีสิทธิที่จะเลือกออกจากงานในวันถัดจากวันมีอายุครบหกสิบปีบริบูรณ์ หรือวันสิ้นปีงบประมาณที่ครบเกษียณอายุก็ได้การที่ลูกจ้างใช้สิทธิเลือกออกจากงานก่อนสิ้นปีงบประมาณดังเช่นโจทก์คดีนี้จึงถือไม่ได้ว่าเป็นการลาออกจากงาน ข้อบังคับของจำเลยดังกล่าวใช้คำว่า"ให้ออกจากงาน" จึงเป็นเรื่องที่จำเลยซึ่งเป็นนายจ้างจะดำเนินการให้โจทก์ซึ่งเป็นลูกจ้างออกจากงานหรือ "เลิกจ้าง" โจทก์ในวันที่โจทก์เลือก ตรงกันข้ามกับกรณีลูกจ้างซึ่งมีอายุครบห้าสิบปีบริบูรณ์ประสงค์จะลาออกจากงานตามข้อบังคับจำเลยข้อ ๙.๑ วรรคสอง ซึ่งกำหนดให้ผู้มีอำนาจ "สั่งอนุญาตให้ลาออกจากงาน" ไม่ได้ใช้คำว่า "ให้ออกจากงาน" ดังเช่นข้อบังคับจำเลยข้อ ๙.๑ วรรคแรก ด้วยเหตุนี้การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์ตามเจตนาของโจทก์ซึ่งข้อบังคับของจำเลยเปิดโอกาสให้โจทก์เลือกทำได้จึงถือได้ว่าเป็นการเลิกจ้างตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๑๕ ข้อ ๔๖ (ฉบับที่ ๖) ลงวันที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๒๑ ข้อ ๒
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2290/2525
นายมานะ นาคเสน โจทก์
การรถไฟแห่งประเทศไทย จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายมานะ นาคเสน · จำเลย - การรถไฟแห่งประเทศไทย |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สุรัช รัตนอุดม · ขจร หะวานนท์ · สมบูรณ์ บุญภินนท์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแรงงานกลาง - นายสมมาตร พรหมานุกูล · ศาลอุทธรณ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา