⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 243/2525

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 243/2525

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อข้อเท็จจริงที่จำเป็นแก่การวินิจฉัยชี้ขาดคดีหนึ่ง ได้รับการวินิจฉัยโดยอาศัยหลักฐานเดียวกันในอีกคดีหนึ่งที่ถึงที่สุดแล้ว คู่ความที่อยู่ในคดีหลังจะต้องรับฟังข้อเท็จจริงที่ได้วินิจฉัยไว้ในคดีแรกนั้น

ย่อคำพิพากษา

คดีอาญาที่โจทก์ถูกฟ้องในข้อหาคนต่างด้าวเข้าเมืองโดยไม่รับอนุญาต ได้ถึงที่สุดโดยศาลวินิจฉัยว่าโจทก์เป็นบุคคลผู้ได้กำเนิดในราชอาณาจักรไทย โจทก์ย่อมได้สัญชาติไทย เช่นนี้ เมื่อโจทก์ฟ้องคดีแพ่งขอให้เพิกถอนคำสั่งของเจ้าพนักงานที่สั่งเพิกถอนสัญชาติไทยของโจทก์โดยอ้างว่าเป็นคำสั่งที่มิชอบ ศาลจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญาว่าโจทก์เป็นคนสัญชาติไทย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 46

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.46 พระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ.2456 ม.3

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นคนไทยเกิดในราชอาณาจักรไทย มีบัตรประจำตัวประชาชนในฐานะเป็นเป็นคนไทย แต่จำเลยทั้งสี่ได้ร่วมกันมีคำสั่งเรียกบัตรประจำตัวประชาชนคืนจากโจทก์ และเพิกถอนการมีสัญชาติไทยของโจทก์ อ้างว่าโจทก์เป็นคนต่างด้าวโดยเป็นคนญวนอพยพลักลอบเข้ามาในประเทศไทย ขอให้ศาลพิพากษาว่าโจทก์เป็นคนสัญชาติไทย และเพิกถอนคำสั่งทั้งปวงของจำเลยทั้งสี่อันเกี่ยวเนื่องกับการสั่งเพิกถอนการมีสัญชาติไทยของโจทก์ จำเลยทั้งสี่ให้การร่วมกันว่า โจทก์เป็นคนสัญชาติญวน เกิดนอกราชอาณาจักรไทย และลักลอบเข้ามาในประเทศไทย บิดามารดาของโจทก์เป็นคนสัญชาติญวน มารดาโจทก์และโจทก์แจ้งเท็จต่อเจ้าพนักงานว่าเป็นคนไทย เป็นเหตุให้โจทก์ได้มาซึ่งบัตรประจำตัวประชาชนในฐานะเป็นคนไทย ซึ่งเป็นการได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เจ้าพนักงานจึงมีอำนาจถอนสัญชาติไทยที่โจทก์ได้มาโดยไม่ชอบ และขอให้โจทก์ส่งบัตรประจำตัวประชาชนคืนได้ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า โจทก์เป็นบุคคลมีสัญชาติไทย ให้เพิกถอนคำสั่งของจำเลยที่เกี่ยวกับการเพิกถอนโจทก์จากสัญชาติไทย จำเลยทั้งสี่อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสี่ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พนักงานอัยการศาลแขวงอุบลราชธานีเคยเป็นโจทก์ฟ้องนางทองใบ ศิริเยี่ยม โจทก์คดีนี้ เป็นคดีอาญาในข้อหาคนต่างด้าวเข้าเมืองโดยไม่รับอนุญาต แจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน แจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการ และเป็นคนไม่มีสัญชาติไทยบังอาจยื่นคำขอรับคำขอรับบัตรประจำตัวประชาชน คดีถึงที่สุดในชั้นอุทธรณ์โดยศาลวินิจฉัยว่า โจทก์เกิดในประเทศไทย โดยบิดาเป็นคนต่างด้าว มารดาเป็นคนไทย โจทก์จึงเป็นคนไทยตามพระราชบัญญัติสัญชาติ พุทธศักราช ๒๔๕๖ มาตรา ๓(๓) ปรากฏตามคดีหมายเลขแดงที่ ๕๙๔/๒๕๒๒ ของศาลแขวงอุบลราชธานี ดังนี้ ศาลจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญาดังกล่าวตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๔๖ จำเลยจะฎีกาโต้เถียงข้อเท็จจริงเป็นอย่างอื่นหาได้ไม่ และศาลฎีกาเห็นว่าคำพิพากษาคดีอาญาดังกล่าวได้พิพากษาโดยแจ้งชัดว่าโจทก์เป็นบุคคลผู้ได้กำเนิดในราชอาณาจักรไทย ฉะนั้นโจทก์จึงย่อมได้สัญชาติไทยตามพระราชบัญญัติสัญชาติ พุทธศักราช ๒๔๕๖ มาตรา ๓ อนุมาตรา ๓ อันเป็นกฎหมายที่ใช้อยู่ในขณะนั้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 243/2525 นางทองใบ ศิริเยี่ยม โจทก์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางทองใบ ศิริเยี่ยม · จำเลย - รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ทวี กสิยพงศ์ · ธาดา วัชรานันท์ · พินิจ สังขนันท์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดอุบลราชธานี - นายบรรหาร มูลทวี · ศาลอุทธรณ์ - นายเผอิญ สถานสถิตย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1144-1146/2553ฎีกา 7032/2559ฎีกา 175/2520ฎีกา 1065/2499ฎีกา 2584/2527ฎีกา 9203/2554ฎีกา 6235/2551ฎีกา 7/2491ฎีกา 758/2519ฎีกา 1730/2520ฎีกา 7223/2540ฎีกา 1351/2567ฎีกา 2731/2522ฎีกา 4209/2533ฎีกา 728/2512ฎีกา 1552/2524ฎีกา 3813/2535ฎีกา 417/2533ฎีกา 4715/2542ฎีกา 2532/2538ฎีกา 5677/2555ฎีกา 1917/2559ฎีกา 1450/2536ฎีกา 5735/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา