คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2548/2525
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำรับสารภาพของจำเลยที่สอดคล้องกับพยานหลักฐานอื่น เช่น พยานวัตถุ หรือพยานเอกสาร ถือเป็นพยานหลักฐานที่ศาลรับฟังประกอบการวินิจฉัยได้
ย่อคำพิพากษา
พยานบุคคลของโจทก์ที่นำสืบประกอบคำรับสารภาพของจำเลยไม่มีปากใดเป็นประจักษ์พยานรู้เห็นในขณะที่จำเลยทั้งสองร่วมกันกระทำความผิดฐานชิงทรัพย์ ฆ่าเจ้าทรัพย์กับภริยาและบุตรการกระทำผิดโดยละเอียดปรากฏจากพยานเอกสารซึ่งเป็นคำให้การรับสารภาพของจำเลยชั้นสอบสวน นอกจากรับสารภาพตั้งแต่ชั้นจับกุมแล้ว ยังพาไปค้นได้อาวุธปืนที่ใช้ยิง สถานที่ซึ่งนำศพไปทิ้งไปชี้ที่เกิดเหตุแสดงท่าทางประกอบคำให้การรับสารภาพให้ถ่ายภาพไว้ประกอบการพิจารณาคดี เป็นการลุแก่โทษต่อเจ้าพนักงาน และให้ความรู้อันเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดีของศาลจึงปรานีลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ลง 1 ใน 3
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 72 คำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 44 ข้อ 6 จำคุก 3 ปี ผิดตามมาตรา 8 ทวิ, 72 ทวิ คำสั่งฯ ข้อ 3, 7 จำคุก1 ปี และจำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 289(6)(7), 339, 83 ลงโทษตามมาตรา 289(6)(7) ซึ่งเป็นบทหนัก ให้ประหารชีวิต ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ปัญหาว่าจำเลยทั้งสองควรจะได้รับการปรานีลดโทษเพราะเหตุที่จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้แม้โจทก์จะมีพยานหลักฐานมาสืบประกอบคำให้การรับสารภาพของจำเลยจนศาลรับฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่าจำเลยทั้งสองได้กระทำความผิดดังฟ้องโจทก์จริง แต่พยานบุคคลของโจทก์ที่นำสืบประกอบคำให้การรับสารภาพของจำเลยดังกล่าว ก็หามีปากใดเป็นประจักษ์พยานรู้เห็นในขณะที่จำเลยทั้งสองร่วมกันกระทำความผิดฐานชิงทรัพย์ ฆ่าเจ้าทรัพย์กับภริยาและบุตรนั้นไม่ การกระทำความผิดของจำเลยโดยละเอียดว่าจำเลยทั้งสองกระทำความผิดนั้นอย่างไร ปรากฏจากพยานเอกสารซึ่งเป็นคำให้การรับสารภาพของจำเลยทั้งสองในชั้นสอบสวนซึ่งโจทก์เองก็ได้อ้างมาประกอบการพิจารณาของศาลเพื่อประกอบคำให้การรับสารภาพของจำเลยในชั้นศาล นอกจากจำเลยทั้งสองจะให้การรับสารภาพตั้งแต่ถูกเจ้าพนักงานตำรวจพยานโจทก์ทำการจับกุมได้แล้วจำเลยทั้งสองยังได้นำเจ้าพนักงานตำรวจไปค้นได้อาวุธปืนที่จำเลยที่ 1 ใช้ยิงเจ้าทรัพย์ ภริยาและบุตรในบริเวณป่าที่จำเลยทิ้งไปก่อนถูกจับกุม และยังพาไปยังสถานที่จำเลยทั้งสองนำศพของบุคคลทั้งสามทิ้งไว้ ต่อมาจำเลยทั้งสองยังนำพนักงานสอบสวนไปชี้ที่เกิดเหตุแสดงท่าทางประกอบคำให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนให้เจ้าพนักงานถ่ายภาพไว้ประกอบการพิจารณาคดี เป็นการลุแก่โทษต่อเจ้าพนักงานและให้ความรู้อันเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดีของศาล จำเลยทั้งสองจึงชอบที่จะได้รับการปรานีลดโทษตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลดโทษประหารชีวิตให้แก่จำเลยทั้งสองหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 52(1) คงเป็นโทษจำคุกจำเลยทั้งสองไว้ตลอดชีวิต นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2548/2525
อัยการนราธิวาส โจทก์
นายสุรชัย วิไลรัตน์ กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการนราธิวาส · จำเลย - นายสุรชัย วิไลรัตน์ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พิศิษฏ์ เทศะบำรุง · สุชาติ จิวะชาติ · วีระ ทรัพยไพศาล |
| แหล่งที่มา | เนติบัณฑิตยสภา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา