⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2777/2525

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2777/2525

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
นายจ้างต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้างเมื่อเลิกจ้าง เว้นแต่ลูกจ้างได้กระทำความผิดตามที่กฎหมายกำหนดไว้ในขณะเลิกจ้าง และนายจ้างจะอ้างเหตุอื่นขึ้นภายหลังเพื่อปฏิเสธการจ่ายค่าชดเชยไม่ได้ การที่นายจ้างกล่าวหาว่าลูกจ้างทำละเมิดและได้ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการพิจารณา ยังไม่ถือว่าลูกจ้างมีข้อผูกพันที่จะต้องชดใช้เงินแก่นายจ้าง นายจ้างจึงไม่มีสิทธิหักเงินบำเหน็จของลูกจ้างเพื่อชำระหนี้ได้

ย่อคำพิพากษา

ลูกจ้างจะมีสิทธิได้รับค่าชดเชยหรือไม่ต้องพิจารณาเหตุแห่งการเลิกจ้างในขณะเลิกจ้างว่าลูกจ้างได้กระทำความผิดในกรณีใดกรณีหนึ่งตามข้อ 47 แห่งประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่อง การคุ้มครองแรงงานฯ หรือไม่ หากขณะเลิกจ้าง ลูกจ้างไม่ได้กระทำผิดดังกล่าว นายจ้างก็ต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้าง เมื่อลูกจ้างเรียกร้องให้นายจ้างจ่ายค่าชดเชยนายจ้างจะอ้างเหตุต่าง ๆ ขึ้นภายหลังเพื่อเป็นการปฏิเสธการจ่ายค่าชดเชยหาได้ไม่ แม้ข้อบังคับของจำเลยผู้เป็นนายจ้างจะกำหนดว่า ลูกจ้างที่มีข้อผูกพันจะต้องชดใช้ให้แก่จำเลย ให้จำเลยมีสิทธิหักเงินบำเหน็จของลูกจ้างได้ก็ตามการที่จำเลยกล่าวหาว่าโจทก์ทำละเมิดได้ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการพิจารณาดำเนินการฟ้องเรียกค่าเสียหายจากโจทก์ และพนักงานอัยการกำลังพิจารณาอยู่ ได้ความเพียงเท่านี้ ยังถือไม่ได้ว่าโจทก์มีข้อผูกพันที่จะต้องชดใช้เงินแก่จำเลย จำเลยจึงไม่มีสิทธิที่จะหักเงินบำเหน็จของโจทก์ชำระหนี้แก่จำเลย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ม.46 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ม.47 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.341 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.344

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยจ้างโจทก์เป็นลูกจ้างประจำ จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยมิได้บอกกล่าวล่วงหน้า ขอให้บังคับจำเลยจ่ายเงินค่าชดเชยเงินบำเหน็จและสินจ้างแทนการบอกกล่าวเลิกจ้างล่วงหน้าพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า โจทก์จงใจทำให้จำเลยเสียหายหรือประมาทเลินเล่อในการทำงานทำให้จำเลยเสียหายอย่างร้ายแรง จำเลยจึงไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย จำเลยมีสิทธิหักเงินบำเหน็จที่โจทก์จะได้รับเพื่อชดใช้ค่าเสียหายที่จำเลยทำต่อโจทก์ และมีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้โดยบอกกล่าวล่วงหน้าเพียง ๗ วัน ขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยชำระค่าชดเชย เงินบำเหน็จและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าก่อนการเลิกจ้าง พร้อมด้วยดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า นายจ้างจะต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้างประจำซึ่งเลิกจ้างโดยไม่ได้กระทำความผิดตามข้อ ๔๗ แห่งประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่๑๖ เมษายน ๒๕๑๕ ถ้านายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างประจำโดยที่ลูกจ้างมีความไม่เหมาะสมหรือแม้แต่มีมลทินมัวหมอง แต่ไม่เข้ากรณีหนึ่งกรณีใดตามข้อ ๔๗(๑) ถึง (๖) นายจ้างจะต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้างและค่าชดเชยนั้นนายจ้างจะจ่ายให้เมื่อใดปรากฏตามบทนิยามของคำว่า "ค่าชดเชย หมายความว่าเงินที่นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้างเมื่อเลิกจ้างฉะนั้น ลูกจ้างจะมีสิทธิได้รับค่าชดเชยจากนายจ้างหรือไม่ก็ต้องพิจารณาเหตุแห่งการเลิกจ้างในขณะเลิกจ้างว่าลูกจ้างได้กระทำความผิดในกรณีใดกรณีหนึ่งตามข้อ ๔๗ ดังกล่าวหรือไม่ หากขณะเลิกจ้างลูกจ้างไม่ได้กระทำความผิดดังกล่าว นายจ้างก็ต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้าง ถ้านายจ้างไม่ยอมจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้าง เมื่อลูกจ้างเรียกร้องให้นายจ้างจ่ายค่าชดเชยนายจ้างจะอ้างเหตุต่าง ๆ ขึ้นภายหลังเพื่อเป็นการปฏิเสธการจ่ายค่าชดเชยหาได้ไม่ ที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่าจำเลยลงมติให้โจทก์พ้นจากตำแหน่งเนื่องจากบริหารกิจการ อ.ก.มีประสิทธิภาพต่ำไม่ได้ผลสมความมุ่งหมายของทางราชการมิใช่ให้โจทก์ออกจากงานเพราะโจทก์ได้กระทำความผิดตามข้อ ๔๗ แห่งประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๑๕ เท่ากับจำเลยให้โจทก์ออกจากงานโดยโจทก์ไม่ได้กระทำความผิด ส่วนเหตุต่าง ๆ ที่จำเลยยกขึ้นภายหลังนั้นไม่ใช่เหตุที่จำเลยยกขึ้นอ้างเพื่อเลิกจ้างโจทก์ ศาลแรงงานกลางไม่รับวินิจฉัยนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ส่วนที่จำเลยอุทธรณ์ว่าจำเลยมีสิทธิหักเงินบำเหน็จของโจทก์ชดใช้หนี้แก่จำเลยได้ตามข้อบังคับของจำเลย พิเคราะห์แล้ว ข้อบังคับของจำเลยว่าด้วยกองทุนบำเหน็จ พ.ศ. ๒๕๒๑ ข้อ ๑๒ ระบุว่า พนักงานที่มีข้อผูกพันจะต้องชดใช้เงินให้แก่องค์การแก้วไม่ว่ากรณีใด ๆ ให้องค์การแก้วหักเงินบำเหน็จของผู้นั้นจนครบตามข้อผูกพันเสียก่อน แล้วจึงจ่ายส่วนที่เหลือแก่พนักงานหรือทายาทผู้มีสิทธิรับมรดกต่อไป เห็นว่า การที่จำเลยกล่าวหาโจทก์ว่าทำละเมิด ได้ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการพิจารณาดำเนินการฟ้องเรียกค่าเสียหายจากโจทก์ และพนักงานอัยการกำลังพิจารณาอยู่ได้ความเพียงเท่านี้ ยังถือไม่ได้ว่าโจทก์มีข้อผูกพันและจำนวนเงินตามข้อผูกพันเท่าใดที่โจทก์จะต้องชดใช้ให้แก่องค์การแก้วจำเลยตามข้อบังคับข้อ ๑๒ ของจำเลยดังกล่าว จำเลยจึงไม่มีสิทธิที่จะหักเงินบำเหน็จของโจทก์ชำระหนี้แก่จำเลย ศาลแรงงานกลางพิพากษาชอบแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2777/2525 พลอากาศตรีนภาเดช ปุษยะนาวิน โจทก์ องค์การแก้ว กระทรวงกลาโหม จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พลอากาศตรีนภาเดช ปุษยะนาวิน · จำเลย - องค์การแก้ว กระทรวงกลาโหม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมศักดิ์ ปาลวัฒน์วิไชย · ขจร หะวานนท์ · สมบูรณ์ บุญภินนท์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายวิศิษฏ์ ลิมานนท์ · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2923/2525ฎีกา 221-222/2525ฎีกา 2776/2525ฎีกา 3591/2529ฎีกา 881/2544ฎีกา 1343/2526ฎีกา 2104-2105/2525ฎีกา 2314/2525ฎีกา 3515/2532ฎีกา 3117/2529ฎีกา 4800/2534ฎีกา 2572/2541ฎีกา 145/2554ฎีกา 4921/2532ฎีกา 271/2525ฎีกา 1553/2527ฎีกา 3583/2524ฎีกา 3362/2529ฎีกา 2911/2524ฎีกา 2411-2415/2529ฎีกา 2257/2543ฎีกา 2242/2531ฎีกา 1352/2542ฎีกา 5154/2530
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา