คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2822/2525
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่จำเลยถือมีดเข้าไปในห้องนอนผู้เสียหายแต่ไม่ทันได้ข่มขู่หรือประทุษร้ายผู้เสียหายก่อนที่จะหลบหนีไป ถือเป็นความผิดฐานลักทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยมีอาวุธ แต่ไม่เป็นความผิดฐานชิงทรัพย์
ย่อคำพิพากษา
จำเลยกับพวกเข้าไปลักทรัพย์ของผู้เสียหายในเวลากลางคืนแล้วจำเลยถือมีดปลายแหลมเดินเข้าไปในห้องนอนผู้เสียหายแต่ผู้เสียหายตะโกนเรียกให้บิดาช่วยทันทีที่เห็นจำเลยจำเลยผละวิ่งหนีออกจากห้องนอนในขณะนั้นโดยไม่ปรากฏว่าจำเลยได้ใช้มีดจ้องจี้หรือแสดงท่าทีให้เห็นว่าเป็นการขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายผู้เสียหายการกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดฐานชิงทรัพย์ คงเป็นความผิดฐานลักทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยมีอาวุธเท่านั้น
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกอีก 1 คนซึ่งยังไม่ได้ตัวมาฟ้อง ได้ร่วมกันใช้มีดปลายแหลมเป็นอาวุธชิงทรัพย์เตารีดไฟฟ้า 1 ลูกของนางแม๊ะย๊ะผู้เสียหายไปโดยทุจริต โดยจำเลยกับพวกได้ร่วมกันขู่เข็ญผู้เสียหายด้วยว่าในทันใดนั้นจะใช้มีดแทงทำร้ายหากขัดขืน ทั้งนี้เพื่อความสะดวกในการชิงทรัพย์ ก่อนคดีนี้จำเลยเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุก 1 ปี ฐานวิ่งราวทรัพย์และภายในเวลาสามปีนับแต่วันพ้นโทษในคดีดังกล่าวจำเลยได้มากระทำความผิดในคดีนี้อันเป็นความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ซ้ำในอนุมาตราเดียวกันและเป็นจำเลยคนเดียวกับจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 507/2524 ของศาลชั้นต้น ขอให้ลงโทษและเพิ่มโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 วรรคสอง, 83, 93 กับขอให้นับโทษจำเลยต่อจากคดีอาญาหมายเลขดำที่ 504/2524
จำเลยให้การรับสารภาพ และรับในข้อเคยต้องโทษ พ้นโทษและเป็นจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ
ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า การกระทำของจำเลยมีความผิดฐานร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยมีอาวุธเท่านั้น พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(1)(7) จำคุก 4 ปี เพิ่มโทษอีกกึ่งหนึ่งเป็นจำคุก 6 ปี จำเลยรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 3 ปีไม่นับโทษต่อให้เพราะคดีดังกล่าวศาลยังมิได้พิพากษา
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้จำเลยจะถือมีดปลายแหลมเดินเข้าไปในห้องนอนผู้เสียหาย แต่ผู้เสียหายก็ตะโกนเรียกให้บิดาช่วยทันทีที่เห็นจำเลย และจำเลยผละวิ่งหนีออกจากห้องนอนในขณะนั้น โดยไม่ปรากฏว่าจำเลยได้ใช้มีดจ้องจี้ หรือแสดงท่าทีให้เห็นว่าเป็นการขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายผู้เสียหาย การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดฐานชิงทรัพย์
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2822/2525
พนักงานอัยการจังหวัดยะลา โจทก์
นายการียา อาดัม จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดยะลา · จำเลย - นายการียา อาดัม |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อาจ ปัญญาดิลก · สุไพศาล วิบุลศิลป์ · ไพศาล สว่างเนตร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา